ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ลุยแก้จนจังหวัดยโสธร มอบนวัตกรรมสร้างอาชีพ เล็งขยายผลทั่วประเทศ วว. ร่วมลงพื้นที่นำเสนอนิทรรศการเทคโนโลยีนวัตกรรมแก้จน โชว์ "4 โมเดลแก้จนเชิงพื้นที่"

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ปฏิบัติภารกิจ 3 พื้นที่ในอำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร เพื่อขับเคลื่อนงานพัฒนาที่อยู่อาศัยและยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนฐานราก ในการนี้ ผู้บริหารระดับสูงของจังหวัด นายก อบจ.ยโสธร และหน่วยงานสังกัด อว. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมทั้ง ดร.ปริยะดา วิสุทธิแพทย์ รองผู้ว่าการบริหาร สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และคณะผู้บริหาร นักวิจัยและบุคลากร ร่วมคณะด้วย ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2569

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ลุยแก้จนจังหวัดยโสธร มอบนวัตกรรมสร้างอาชีพ  เล็งขยายผลทั่วประเทศ วว. ร่วมลงพื้นที่นำเสนอนิทรรศการเทคโนโลยีนวัตกรรมแก้จน  โชว์ "4  โมเดลแก้จนเชิงพื้นที่"

การปฏิบัติภารกิจดังกล่าว ประกอบด้วย

1) โครงการบ้านพอเพียง (ปี 2560 - 2569) ดำเนินการไปแล้ว 182 โครงการ ครอบคลุม 9 อำเภอ 54 ตำบล ช่วยเหลือประชาชน 1,261 ครัวเรือน

2) โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ (สนับสนุนทุนโดย หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ หรือ บพท.) พลิกโฉมจากการสงเคราะห์ชั่วคราว มาเป็นการใช้กระบวนการวิจัยแบบมีส่วนร่วม (PAR) ผสานระบบสารสนเทศอัจฉริยะ (PPPConnext) และ AI ปูพรมค้นหาคนจนที่ตกหล่น ทำให้ตั้งแต่ปี 2563 ถึงปัจจุบัน สามารถนำพาผู้ยากไร้เข้าสู่กระบวนการยกระดับทักษะได้กว่า 7,663 คน สร้างรายได้เพิ่มสะสมกว่า 2.17 ล้านบาท รวมถึงประสานภาคีเครือข่ายช่วยลดหนี้และมอบทุนการศึกษาให้กลุ่มเป้าหมายได้อย่างเป็นรูปธรรม

3) เยี่ยมชมพื้นที่โมเดลแก้จนเกษตรกรแปลงรวม ศูนย์เรียนรู้โคกหนองนา

4) นิทรรศการเทคโนโลยีนวัตกรรมแก้จน ดำเนินงานร่วมมือกับ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย โดยมีไฮไลต์ "4 โมเดลแก้จนเชิงพื้นที่" ได้แก่

  1. พลังวัดโมเดล : ดึงพลังศรัทธาของคณะสงฆ์สร้างตาข่ายความปลอดภัยทางสังคม
  2. ห่วงโซ่พืช-ผักอินทรีย์ : ยกระดับเกษตรกรรายย่อยสู่เชิงพาณิชย์ สร้างรายได้กว่า 5.8 แสนบาท
  3. เศรษฐกิจชุมชนรับมือภัยพิบัติ : นำเทคโนโลยีแปรรูปอาหาร (ปลา ข้าว ถั่ว) มาช่วยสร้างรายได้ช่วงน้ำท่วม-ภัยแล้ง
  4. กลุ่มกล้าไม้ ต.สร้างมิ่ง : สร้างรายได้เสริมให้กลุ่มเปราะบางจากการเพาะกล้ายูคาลิปตัส เดือนละ 4,000-5,000 บาท ภายใต้หลักการ "มือหนึ่งรับ มือหนึ่งให้" ส่งต่อวัสดุเหลือใช้เพื่อช่วยเพื่อนบ้านรายถัดไป

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ กล่าวถึงทิศทางและนโยบายการขจัดความยากจนอย่างยั่งยืนว่า สิ่งสำคัญที่สุดในวันนี้คือ "การลงมือทำ" แผนงานต่างๆ ที่มีอยู่แล้ว โดยต้องบูรณาการการทำงานร่วมกันทั้งระบบ ในฐานะที่ดูแลเรื่องทุนมนุษย์ เราเชื่อมโยงตั้งแต่กลุ่มเปราะบางไปจนถึงคนวัยทำงาน ผ่านกลไกของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงเกษตรฯ เพื่อแก้ปัญหาความยากจนข้ามรุ่นแบบเบ็ดเสร็จ เราใช้ฐานข้อมูลเพื่อหาเหตุผลว่าทำไมถึงเกิดความยากจน โดยมีกลไกความร่วมมือผ่านแพลตฟอร์ม PPAP ที่ต่อยอดมาจาก TPMAP เมื่อเราสแกนพบผู้ที่ "ตกหล่น" จากระบบ หน้าที่ของเราคือต้องเข้าไปช่วยทันที โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การส่งเสริมอาชีพ (โมเดลแก้จน) และการส่งต่อเข้าสู่ระบบสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งหากพบว่าข้อมูลใครยังไม่ครบถ้วน เรามี "วิทยาลัยชุมชน'"และ "มหาวิทยาลัยราชภัฏ'" ในพื้นที่เป็นแกนนำในการลงพื้นที่เก็บข้อมูลให้สมบูรณ์

ศ.ดร.ยศชนัน ฯ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้เราได้วิเคราะห์ความยากจนผ่าน "ทุน 5 ด้าน" โดยเฉพาะ "ทุนมนุษย์'" ซึ่งพบชัดเจนว่ากลุ่มเปราะบางหรือผู้สูงอายุจำนวนมากขาดทักษะอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ จึงต้องนำเทคโนโลยีและงานวิจัยเชิงพื้นที่ (จากหน่วยงานเช่น สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ หรือ บพท.) เข้ามาช่วย Up-skill ให้ตรงกับความต้องการของแต่ละครัวเรือน เพื่อให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ สามารถทำงานได้เหนื่อยน้อยลง ต้นทุนลดลง แต่มีรายได้เท่าเดิมหรือเพิ่มมากขึ้น ส่วนปัญหาเรื่อง "ทุนทางกายภาพ'" เช่น การขาดที่ดินทำกิน วันนี้ผมได้เห็นความประทับใจในพื้นที่ที่มีการจัดสรรพื้นที่ส่วนกลาง (Shared Space) ให้ชุมชนได้เข้ามาทำมาหากินร่วมกัน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากและแก้ปัญหาได้จริง

"...ภารกิจงานในวันนี้ผมขอให้เครดิตกับคนทำงานทุกภาคส่วน ไม่ใช่ผลงานของผมคนเดียว ความสำเร็จและโมเดลแก้จนที่ดีจากพื้นที่ 20 จังหวัดนำร่องเป้าหมาย จะต้องถูกนำไปถอดบทเรียนเพื่อให้ได้โมเดลที่ดีที่สุด นำไปแชร์และขยายผลใช้กับจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้รับประโยชน์อย่างรวดเร็วภายใน 1 ปี โดยไม่ต้องรอกระบวนการที่ล่าช้า และหากโมเดลไหนในพื้นที่ใดสามารถเดินหน้าได้ดีแล้ว เราก็จะส่งมอบต่อให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดและกระทรวงมหาดไทยรับช่วงดำเนินการต่อไป เพื่อให้เกิดงบประมาณและการพัฒนาที่ยั่งยืนเต็มรูปแบบ..." รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวสรุป


ข่าวสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย+กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์วันนี้

วว. ติดปีกสตาร์ทอัพไทย ขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรมครบวงจร

ในยุคที่เทคโนโลยีและกระแสความยั่งยืนเป็นตัวกำหนดทิศทางโลก สตาร์ทอัพไทยจะก้าวข้ามสถานการณ์นี้ได้อย่างไร? กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรมอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เพื่อปลดล็อกศักยภาพงานวิจัยจากหิ้งสู่ห้าง พร้อมติดปีกให้ผู้ประกอบการสาย DeepTech, FoodTech และ GreenTech ให้ก้าวสู่ Global Supply Chain ได้อย่างมั่นใจด้วยมาตรฐานสากล วว. มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุน

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและน... วว. ผนึกกำลัง วช. มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดอบรมเสริมศักยภาพนักวิจัย สู่เวทีนานาชาติ — กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิ...

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและน... วว. โชว์ศักยภาพ MPAD ร่วมขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมในงาน Oil & Gas Roadshow 2026 — กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ศูนย์พัฒนาแ...

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและน... วว. หารือคณะผู้แทนจีน มุ่งยกระดับมาตรฐานวิจัย - คุ้มครอง IP เดินหน้าตลาดเชิงพาณิชย์ — กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจ...

จากผลงานวิจัย "Optimization of Sugar Extr... วว. คว้ารางวัล Best Poster Presentation Award จากเวทีประชุมวิชาการนานาชาติ TIChE 2026 — จากผลงานวิจัย "Optimization of Sugar Extraction from Sugarcane Lea...