อันดับ 1 ของผลสำรวจยังคงเป็นของประเทศรัสเซีย (ร้อยละ 45) ขณะที่ประเทศญี่ปุ่นยังคงมีสัดส่วนผู้บริหารหญิงต่ำที่สุดในโลก (ร้อยละ 7) ทางด้านภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนั้นอยู่ที่ร้อยละ 23 โดยกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วในเอเชียแปซิฟิกมีตัวเลขเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 57 จากร้อยละ 53 ในปี 2558 ตรงข้ามกับกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ในภูมิภาคที่ลดลงจากร้อยละ 29 ในปีก่อนเหลือเพียงร้อยละ 20 ในปีนี้ โดยประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มีสัดส่วนผู้บริหารระดับสูงเป็นผู้หญิงอันดับหนึ่งได้แก่ประเทศฟิลิปปินส์ (ร้อยละ 39) รองลงมาคือประเทศไทย (ร้อยละ 37) และอินโดนีเซีย (ร้อยละ 36) ตามลำดับ
สุมาลี โชคดีอนันต์ หุ้นส่วนสายงานตรวจสอบบัญชีของแกรนท์ ธอนตันในประเทศไทยกล่าวว่า "ผลสำรวจของประเทศไทย ได้สะท้อนถึงบทบาทในการสนับสนุนผู้หญิงสู่การป็นผู้บริหารระดับสูงของเรา ยังคงติดอันดับต้นๆ หรือ 1 ใน 10 ของผลสำรวจฯ ระดับโลกมาอย่างต่อเนื่องทุกปี ทั้งนี้เนื่องจากวัฒนธรรมและภาพลักษณ์ต่อผู้หญิงที่เปลี่ยนไป ตลอดจนการสนับสนุนทางด้านการศึกษาและการสร้างแรงกระตุ้นเพื่อผลักดันบทบาทของผู้หญิงในโลกธุรกิจที่มีอย่างต่อเนื่อง"
นอกจากนี้ เมื่อเราถามผู้บริหารระดับสูงทั่วโลกถึงลักษณะที่สำคัญของผู้นำที่ดีนั้น พบว่ากว่าร้อยละ 35 หรือมากกว่า 1 ใน 3 มองว่าทักษะด้านการสื่อสารนั้นสำคัญที่สุด อย่างไรก็ตามในประเทศไทยเอง ผู้บริหารหญิงกลับมองว่าความรักในงาน (Passion) เป็นสิ่งสำคัญที่สุดถึงร้อยละ 64 ซึ่งตรงข้ามกับผู้บริหารชายที่กว่าร้อยละ 63 มองว่าความซื่อสัตย์และคุณธรรม(Integrity)เป็นคุณลักษณะที่สำคัญที่สุด
สุมาลี กล่าวต่อว่า "แม้ผู้บริหารทั้งชายและหญิงของไทยจะมีมุมมองที่ต่างกัน แต่ก็ถือเป็นการกระตุ้นให้ทีมบริหารมีมุมมองที่หลากหลายและครอบคลุมขึ้น ตั้งแต่อดีตเรามักพบว่า ธุรกิจแบบครอบครัวจะมีความคาดหวังที่แตกต่างกันสำหรับผู้สืบทอดชายและหญิงที่จะมาดูแลกิจการต่อ ผลสำรวจนี้ได้แสดงให้เห็นว่า แม้เรื่องดังกล่าวยังคงสามารถพบเห็นได้ในประเทศไทยปัจจุบัน แต่ความหลากหลายและแตกต่างนี้จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งแก่ธุรกิจในที่สุด"
ผลสำรวจ IBR ยังแสดงให้เห็นว่ามีเพียงร้อยละ 31 หรือ 1 ใน 3 ขององค์กรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังไม่มีผู้หญิงอยู่ในทีมบริหารเลย ซึ่งในประเทศไทยนั้น ตัวเลขดังกล่าวมีจำนวนเพียงร้อยละ 21 ในขณะที่กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วในเอเชียแปซิฟิกกลับมีตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 53 ในปี 2558 เป็นร้อยละ 57 ในปีนี้ โดยญี่ปุ่นยังคงมีตัวเลขดังกล่าวเป็นอันดับ 1 ของโลกโดยสูงถึงร้อยละ 73 ขณะที่ผลสำรวจเดียวกันในประเทศรัสเซียเป็นศูนย์
สุมาลี กล่าวเสริมว่า "ผลสำรวจ IBR ของเราปีที่ผ่านมานั้น ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าองค์กรที่มีคณะกรรมการบริหารซึ่งผสมผสานทั้งเพศชายและหญิง จะช่วยทำให้มีผลการดำเนินการทางด้านการเงิน (Financial performance)ดีกว่าองค์รที่มีคณะกรรมการเป็นเพียงเพศชายเท่านั้น นอกจากนี้งานวิจัยจากวิทยาลัยการจัดการเคลล็อก (Kellogg School of Management) และนิตยสาร Scientific American ยังยืนยันถึงประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นขององค์กรอันเนื่องจากความหลากหลายในการตัดสินใจที่มีมากขึ้น ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่หลายองค์กรทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกต่างพยายามที่จะส่งเสริมเรื่องนี้"
"หลายองค์กรในประเทศที่พัฒนาแล้วได้เคยพูดคุยถกเถียง เกี่ยวกับประเด็นเรื่องความหลากหลายในทีมผู้บริหารมาเป็นเวลานานแล้ว เราเห็นผลลัพท์แล้วว่าองค์กรที่มีทีมบริหารทั้งชายและหญิง จะมีผลการดำเนินงานที่ดีกว่าและสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของโลกซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มันคงถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องลงมือทำอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่เพียงแค่คำพูดเท่านั้น แม้ว่าปัญหานี้อาจจะไม่มีวิธีการตายตัวในการรับมือหรือแก้ไข แต่จากที่รายงานของเราได้ระบุไว้ เพื่อให้สิ่งนี้เกิดความคืบหน้า เราจะต้องร่วมมือกันทั้งภาครัฐ เอกชน องค์กรและผู้หญิงเราเองด้วย" สุมาลี กล่าวสรุป
พฤษภาคมนี้ ฉลองครบรอบ 10 ปี เวทีรางวัลอนิเมะระดับโลก
คาโอ ส่ง "แอทแทค จิวเวลรี คอลเลกชัน" เจาะอินไซต์คนรักผ้าสีสดใส ผ่านมุมมองผู้บริหารรุ่นใหม่
พานาโซนิค เอเนอร์จี ประเทศไทย ประกาศเป็นผู้สนับสนุนถ่านไฟฉายอย่างเป็นทางการ การแข่งขัน Tamiya Asia Challenge 2026 (Thailand)
Tod's แต่งตั้ง Shota Watanabe เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของประเทศญี่ปุ่น
ฮอนด้าจับมือทีม Aston Martin Aramco Formula One(R) เปิดตัวความร่วมมืออย่างเป็นทางการ พร้อมลุยศึก Formula 1 ฤดูกาล 2026
"ตู่ ปิยวดี" เปิดตัว Shichi Sathorn นิยามใหม่ของ Modern Japanese Luxury บนย่านสาทร "ริว วชิรวิชญ์" พร้อมด้วย 3 สาววง Blyss "ลิซ่า-แคนดี้-นีญ่า" ร่วมแสดงความยินดี
บัตรเครดิต กรุงศรี ชวนกิน เที่ยว ช้อป ทั่วโลก รับเครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 50,500 บาท
วิทยาลัยดุสิตธานีขอเชิญชวนผู้สนใจไปทำงานที่ญี่ปุ่นเข้าร่วมงาน "มหกรรมแนวแนวการทำงานและรับสมัครทำงานในประเทศญี่ปุ่น"
AnyMind Group ขยายธุรกิจโซเชียลคอมเมิร์ซในญี่ปุ่น ด้วยการเข้าซื้อกิจการ Bcode