กระทรวงเกษตรฯ เตรียมจัดโครงการ "เพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำจืด คืนชีวิตสู่แหล่งน้ำ" เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำจืดในแหล่งน้ำธรรมชาติ สร้างแหล่งอาหารโปรตีนจากสัตว์น้ำ และสร้างมาตรการอนุรักษ์และการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติให้ประชาชนพื้นถิ่นได้มีใช้อย่างยั่งยืน
นายสุรพล จารุพงศ์ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมง เตรียมจัดโครงการ "เพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำจืด คืนชีวิตสู่แหล่งน้ำ" มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำจืดในแหล่งน้ำธรรมชาติ สร้างแหล่งอาหารโปรตีนจากสัตว์น้ำ และสร้างมาตรการอนุรักษ์และการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติให้ประชาชนพื้นถิ่นได้มีใช้อย่างยั่งยืน ตลอดจนสร้างความรู้ความเข้าใจในแนวทางการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรอย่างถูกต้องให้กับประชาชน มีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่เดือนสิงหาคม – ธันวาคม 2559
สำหรับกิจกรรมในการดำเนินโครงการฯ ดังกล่าว จะมีการผลิตพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อปล่อยลงสู่แหล่งน้ำทั่วประเทศในพื้นที่ที่มีความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม โดยประกอบด้วย 3 กิจกรรมย่อย ได้แก่ 1) การปล่อยไข่ปลา/ลูกปลาแรกฟัก ในพื้นที่ 13 แหล่งน้ำสำคัญ ใน 12 จังหวัดทั่วประเทศ 2) การปล่อยปลาไทย ๕ ชนิด ลงสู่ท้องถิ่นเดิม ได้แก่ โครงการฟื้นปลากระโห้คืนถิ่นเจ้าพระยา โครงการปลากาดำคืนถิ่นในหนองหาร จังหวัดสกลนคร โครงการปลากรายคืนถิ่นเขื่อนบางลาง จังหวัดยะลา โครงการปลาพรมคืนถิ่นเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น และโครงการยี่สกคืนถิ่นแม่กลอง จังหวัดกาญจนบุรี และ 3) การปล่อยลูกปลาบึกสู่หนองหลวง จังหวัดเชียงราย, การปล่อยปลาบึกสู่เขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์, การเพิ่มผลผลิตปลาบึกในเขื่อนบางลาง (ทะเลสาบฮาลา) จังหวัดยะลา และการเพิ่มผลผลิตปลาบึกในเขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยตลอดการดำเนินโครงการจะมีการเฝ้าระวังและควบคุมการทำการประมงเพื่อเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำจืดคืนชีวิตสู่ต้นน้ำ
ด้านนายมีศักดิ์ ภักดีคง รองอธิบดีกรมประมง กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมง จะจัดกิจกรรมเปิดตัวโครงการ "โอบเอื้อ เกื้อชีวิต : เพิ่มผลผลิต คืนชีวิต สู่ลำน้ำแควน้อย จังหวัดกาญจนบุรี" เพื่อเป็นการเปิดตัวโครงการ "เพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำจืด คืนชีวิตสู่แหล่งน้ำ" ในวันที่ 1 สิงหาคม 2559 ที่จะถึงนี้ โดยจะมีการปล่อยไข่/ปลาแรกฟัก และพ่อแม่พันธุ์ปลา ได้แก่ ปลาตะเพียนขาว ปลาตะเพียนทอง ปลากระแห ปลาจาด เป็นต้น ณ บริเวณปากลำห้วยบีคลี่ ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ซึ่งมีลำน้ำ 3 สาย ได้แก่ แม่น้ำซองกาเลีย แม่น้ำบีคลี่ และแม่น้ำรันตี มาบรรจบกัน ซึ่งคาดว่าจะมีผลผลิตเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 3,000,000 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 240 ล้านบาท และจะมีชาวประมงได้รับประโยชน์ไม่น้อยกว่า 39,.000 คน
กรมพัฒนาที่ดิน ลุย 4 มาตรการเร่งด่วน ดันปุ๋ยอินทรีย์ ลดต้นทุนเกษตรกร สู้วิกฤตปุ๋ยแพง
กรมส่งเสริมการเกษตร โชว์ "Green Gain Day @นนทบุรี" หนุนเรียนรู้สร้างแรงจูงใจไม่เผาเพิ่มรายได้
กระทรวง อว. จับมือ กระทรวงเกษตรฯ สู้วิกฤตปุ๋ยแพง !! เปิดตัวโครงการ "ปุ๋ยสั่งตัดเพื่อ (เกษตรกร) ไทย"
กรมพัฒนาที่ดิน ขานรับมาตรการ "บัตรดินดี - ธงเขียว" ช่วยเหลือเกษตรกรลดต้นทุน หนุนใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ลดพึ่งพาการนำเข้า
วว. ร่วมเชื่อมโยงงานวิจัยกับธุรกิจด้านการเกษตร เร่งขับเคลื่อนนวัตกรรมเกษตรไทยสู่สากล
กรมพัฒนาที่ดิน เดินหน้าส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ PGS ผลิตอาหารปลอดภัย สร้างความมั่นคงทางอาหาร
กรมพัฒนาที่ดิน ชู "หมอดินราตรี" ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ปี 2569 พลิกนาเคมีสู่เกษตรอินทรีย์ ต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง
จัดยิ่งใหญ่ 110 ปีสหกรณ์ไทย สืบสานพระปณิธานพระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย ยึดหลัก "สมาชิกคือหัวใจ สร้างเศรษฐกิจไทยมั่นคง"
กระทรวงเกษตรฯ สืบสานพระราชปณิธาน รุกโมเดลโครงการหลวง 'เลอตอ' พลิกฟื้นผืนป่า สร้างอาชีพยั่งยืนด้วยพระบารมี