ฟิทช์คงอันดับเครดิตของ บมจ. ทิปโก้แอสฟัลท์ ที่ระดับ 'A-(tha)’/แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศ (National Rating) ระยะยาวของ บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TASCO ที่ระดับ 'A-(tha)' และอันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นที่ระดับ 'F2(tha)' แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ 

          ปัจจัยที่มีผลต่ออันดับเครดิต
          ผู้นำตลาดภายในประเทศ: TASCO เป็นผู้นำทางการตลาดในธุรกิจยางมะตอยของประเทศไทย ด้วยส่วนแบ่งการตลาดประมาณร้อยละ 40 ในธุรกิจแอสฟัลต์ซีเมนต์ (Asphalt Cement) และมากกว่าร้อยละ 60 ในสินค้ายางมะตอยชนิดพิเศษ (Premium Asphalt) ฟิทช์คาดว่า TASCO น่าจะยังคงรักษาสถานะความเป็นผู้นำตลาดในธุรกิจนี้ไว้ได้ในอีกห้าปีข้างหน้า เนื่องจากประสบการณ์อันยาวนานและความเชี่ยวชาญทางเทคนิคในธุรกิจยางมะตอย
          การกระจายความเสี่ยงด้านภูมิศาสตร์: TASCO เป็นผู้ประกอบการที่สำคัญรายหนึ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัทฯ มีโรงงานผลิตจำนวน 41 โรงงาน ตั้งอยู่ใน 7 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งรวมถึงโรงกลั่นยางมะตอยในประเทศมาเลเซียด้วย ยอดขายของ TASCO ประมาณร้อยละ 70 เป็นยอดขายสินค้าในตลาดต่างประเทศ โดยมีการขายกระจายอยู่ใน 5 ประเทศหลัก ประกอบด้วย อินโดนีเซีย จีน ออสเตรเลีย มาเลเซีย และเวียดนาม และยังมีการขายในประเทศอื่นอีกกว่า 10 ประเทศ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากธุรกิจเรือขนส่งของตนเอง การกระจายความเสี่ยงทางภูมิศาสตร์ที่ดีน่าจะมีส่วนช่วยให้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานของบริษัทฯ มีความสม่ำเสมอมากขึ้น เนื่องจากสินค้าสามารถตอบสนองความต้องการซื้อที่หลากหลายและตลาดมีวัฏจักรที่แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ
          อัตราส่วนกำไรที่คาดว่าจะลดลง – ฟิทช์คาดว่า TASCO จะสามารถรักษาระดับอัตราส่วนกำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่งเกินกว่าร้อยละ 15 ได้ในปี 2559 จากราคาน้ำมันดิบที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำและยอดขายภายในประเทศที่เติบโตในช่วงครึ่งปีแรก ฟิทช์คาดว่าอัตราส่วนกำไรขั้นต้นจะปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับร้อยละ 10-12 ในปี 2560 เป็นผลมาจากการคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบที่น่าจะปรับตัวสูงขึ้น และราคายางมะตอยที่น่าจะปรับตัวลดลงต่อเนื่อง เนื่องจากแรงกดดันด้านอุปทานในตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ฟิทช์คาดว่าราคาน้ำมันดิบไม่น่าจะปรับตัวสูงขึ้นไปถึงระดับ 80-100 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลเช่นเดียวกับช่วงก่อนปี 2558 อัตราส่วนผลกำไรของ TASCO จึงน่าจะยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งในช่วงสองปีข้างหน้า ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่าในช่วงปี 2556-2557
          ความสามารถในการขยายธุรกิจ: แผนการใช้เงินลงทุนในช่วงห้าปีข้างหน้าของ TASCO จำนวนรวม 8 พันล้านบาท (สำหรับโครงการที่ได้รับการอนุมัติแล้ว และโครงการที่อยู่ระหว่างการพิจารณา) เพื่อขยายธุรกิจไปทั่วโลก และขยายผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายมากขึ้น โดยเป็นแนวทางสู่เป้าหมายของ TASCO ที่จะเป็นผู้ประกอบการระดับสากล การลงทุนที่สูงจะส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินของ TASCO ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงห้าปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ฟิทช์คาดว่าอัตราส่วนหนี้สินสุทธิที่ปรับปรุงแล้วต่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงของเงินทุนหมุนเวียน (FFO adjusted net leverage) น่าจะยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 4.0 เท่า (ระดับที่ฟิทช์อาจพิจารณาปรับลดอันดับเครดิตของบริษัทฯ ได้หากอัตราส่วนดังกล่าวยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง) เนื่องจาก ณ ปัจจุบัน บริษัทฯ มีอัตราส่วนหนี้สินฯ ที่ต่ำ โดยอยู่ในระดับ 0.3 เท่า ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2559 และกระแสเงินสดจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงของเงินทุนหมุนเวียน (FFO) ที่ระดับประมาณ 3 พันล้านบาทต่อปี
          ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมัน: TASCO ต้องเผชิญกับความผันผวนของราคาวัตถุดิบซึ่งได้แก่น้ำมันดิบเป็นหลัก แม้ว่าราคาผลิตภัณฑ์ยางมะตอยมีความสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันดิบในระยะสั้นไม่มากนัก นอกจากนี้ระยะเวลาที่ต้องใช้ในการขนส่งน้ำมันดิบจากอเมริกาใต้มายังโรงกลั่นในประเทศมาเลเซียยังทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างราคาสินค้าผลิตภัณฑ์จากโรงกลั่นกับราคาน้ำมันดิบที่ซื้อมาอีกด้วย อย่างไรก็ตาม บริษัทฯได้ใช้เครื่องมือทางการเงินในการประกันความเสี่ยงเพื่อบรรเทาความเสี่ยงดังกล่าว โดยการเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อรักษาอัตราส่วนกำไรให้อยู่ในระดับเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ในระดับหนึ่ง 

          สมมุติฐานที่สำคัญของฟิทช์ที่ใช้ในการประมาณการ
          - สัดส่วนของการขาย Asphalt Cement ต่อ Premium Asphalt ที่ 90:10;
          - อัตราการเติบโตของรายได้ประมาณร้อยละ 10 ในปี 2560 และประมาณร้อยละ 20 ในสองปีต่อมา เป็นผลมาจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น 
          - อัตราส่วนกำไรขั้นต้นลดลงอยู่ในระดับร้อยละ 16 ในปี 2559 และค่อยๆ ลดลงในปีต่อๆไป มาอยู่ในระดับร้อยละ 9-10;
          - อัตราการเงินปันผลที่ 40%-50% ของกำไรสุทธิ ในปี 2559-2560;
          - ค่าใช้จ่ายเพื่อการลงทุนที่ 3-4 พันล้านบาทในปี 2559 และ 1-2 พันล้านบาทต่อปีในปี 2560-2561

          ปัจจัยที่อาจมีผลกับอันดับเครดิตในอนาคต 
          ปัจจัยบวก:
          - การเพิ่มขึ้นของขนาดธุรกิจและการกระจายตัวของแหล่งรายได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยที่อัตราส่วนหนี้สินฯ ซึ่งวัดโดยอัตราส่วนหนี้สินสุทธิที่ปรับปรุงแล้วต่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงของเงินทุนหมุนเวียน (FFO adjusted net leverage) ยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 2.0 เท่า

          ปัจจัยลบ: 
          - อัตราส่วนหนี้สินฯ ที่สูงกว่า 4.0 เท่าอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากการลงทุนที่สูงขึ้นโดยมีแหล่งเงินทุนจากการกู้ยืม, ส่วนต่างราคาขายและวัตถุดิบของอุตสาหกรรมที่ต่ำ หรือราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับสูงกว่า 100 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลอย่างต่อเนื่อง
 

ข่าวฟิทช์ เรทติ้งส์+ทิปโก้แอสฟัลท์วันนี้

SAWAD แกร่ง! คงอันดับเครดิต 'A-(tha)' จากฟิทช์อย่างต่อเนื่อง สะท้อนฐานะการเงินมั่นคง ตอกย้ำศักยภาพกลุ่มศรีสวัสดิ์

บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD เปิดเผยว่า ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ได้ประกาศ คงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ SAWAD อยู่ที่ระดับ 'A-(tha)' ต่อเนื่องจากปีก่อน พร้อมแนวโน้มอันดับเครดิต "มีเสถียรภาพ" (Stable Outlook) สะท้อนถึงความมั่นคงทางการเงิน โครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่ง และความสามารถในการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความท้าทาย นางสาวธิดา แก้วบุตตา ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์องค์กร บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า

ฟิทช์ประกาศอันดับเครดิตหุ้นกู้ บมจ. ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ ที่ 'A(tha)'

บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว (National Long Term Rating) สำหรับหุ้นกู้ไม่มีหลักประกันและไม่ด้อยสิทธิชุดใหม่ มูลค่าไม่เกิน 5 พันล้านบาท ของ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด ...

ฟิทช์ปรับแนวโน้มอันดับเครดิต บมจ. ไทยเบฟเวอเรจ เป็นลบ คงอันดับเครดิตที่ BBB-/AA(tha)

บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ จำกัด ประกาศปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) หรือ ThaiBev เป็นลบจากมีเสถียรภาพ คงอันดับเครดิตสากลระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศ (International Long-Term Foreign-Currency...

ฟิทช์ประกาศปรับเพิ่มอันดับเครดิต บมจ. เอฟเอ็นเอส โฮลดิ้งส์ เป็น 'CCC+(tha)' และเพิกถอนอันดับเครดิต

บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศปรับเพิ่มอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว (National Long-Term Rating) ของบริษัท เอฟเอ็นเอส โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ FNS เป็น 'CCC+(tha)' จาก 'CCC-(tha)' ...

ฟิทช์ประกาศคงอันดับเครดิตของ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส และ บจก.แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค ที่ 'AAA(tha)'; แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว (National Long-Term Rating) ของ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (AIS) และบริษัท แอดวานซ์ ...

ฟิทช์ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศของ บ.เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ที่ 'A(tha)' แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว (National Long-Term Rating) ของบริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASP ที่ 'A(tha)' แนว...

ฟิทช์ปรับแนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ สำหรับอันดับเครดิตภายในประเทศของ บริษัทเอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง และคงอันดับเครดิตที่ 'A(tha)'

ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ประกาศปรับแนวโน้มอันดับเครดิตเป็น "แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ" จากเดิม "แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ" และคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว ...

SAWAD ปลื้ม! ขายหุ้นกู้ 3,150 ล้านบาททะลุเป้า นักลงทุนสถาบัน รายใหญ่ตอบรับล้นหลาม เสริมฐานเงินทุนแข็งแกร่ง สะท้อนความเชื่อมั่นในศักยภาพและธรรมาภิบาลองค์กร

บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD ผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อยชั้นนำของประเทศ ประกาศความสำเร็จในการออกและเสนอขาย...

ฟิทช์ประกาศให้อันดับเครดิตพันธบัตรสกุลเงินบาท ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยที่ 'AAA(tha)'

ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศให้อันดับเครดิตแก่พันธบัตรประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยหรือ EXIM ('AAA(tha)'/แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ) ที่ 'AAA(tha)...