พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ยกกรณีศึกษาเหตุเพลิงไหม้ตึกสูงในลอนดอน แนะตึกเก่า-ตึกสูงใน กทม. เร่งตรวจสอบระบบป้องกัน

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารและจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร แนะผู้ดูแลอาคารในประเทศไทยนำเหตุเพลิงไหม้เกรนเฟลล์ ทาวเวอร์ กรุงลอนดอน เป็นกรณีศึกษา ชี้อาคารเก่าและตึกสูง เร่งตรวจสอบระบบป้องกันอัคคีภัย หลังสำรวจพบอาคารสูงในกรุงเทพฯ มากกว่า 60% เป็นอาคารเก่าอายุกว่า 20 ปี พร้อมแนะตรวจสอบระบบทางหนีไฟและระบบเตือนภัยให้พร้อมใช้งานได้เสมอ ทำบัญชีอายุการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ และเปลี่ยนอุปกรณ์เมื่อครบอายุเพื่อลดความเสี่ยง
          นายชาญ ศิริรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคารและวิศวกรรม บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารและจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เปิดเผยว่า จากเหตุเพลิงไหม้เกรนเฟลล์ ทาวเวอร์ ที่เป็นอาคารสูง 24 ชั้น ตั้งอยู่ใจกลางกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษนั้น นับเป็นเพลิงไหม้ครั้งรุนแรงเท่าที่เคยเกิดขึ้นในอังกฤษ ถือเป็นเหตุการณ์ที่ผู้ดูแลอาคารสูงในประเทศไทยควรนำมาเป็นกรณีศึกษา และหาแนวทางป้องกันเหตุอันไม่คาดฝันไม่ให้เกิดซ้ำรอยขึ้น
          สำหรับเหตุการณ์เพลิงไหม้เกรนเฟลล์ ทาวเวอร์นั้น จากรายงานข่าวระบุว่า วันเกิดเหตุผู้อยู่อาศัยไม่ได้ยินสัญญาณการเตือนภัย และทางหนีไฟมีสิ่งกีดขวางจากวัสดุการปรับปรุงอาคารเมื่อ2 ปีก่อน ไม่เพียงเท่านั้น มีผู้เชี่ยวชาญยังตั้งข้อสังเกตว่าวัสดุที่นำมาปรับปรุงอาคารยังเป็นวัสดุติดไฟง่าย จึงทำให้เปลวไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามคงต้องรอผลสรุปอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่ดูแลต่อไป
          สำหรับประเทศไทย โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครที่เป็นเมืองหลวงที่มีอาคารสูงอยู่เป็นจำนวนมาก และข้อมูลจากฝ่ายวิจัยและพัฒนาของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ที่ได้ทำการสำรวจตลาดอาคารในกรุงเทพฯ พบว่ามีจำนวนมากกว่า 3,000 อาคาร (อาคารสูง 7 ชั้น และสูงเกิน 30 ชั้น) แบ่งเป็นอาคารใหม่อายุต่ำกว่า 10 ปี ซึ่งมีไม่ถึง 1,000 อาคาร (33%) และที่น่าเป็นห่วงคืออาคารส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ มีอายุราว 20 ปี ส่วนใหญ่เป็นอาคารเก่าที่อาจมีความเสี่ยงในด้านไฟฟ้าลัดวงจร หรือเหตุการณ์ไฟไหม้ เนื่องจากระบบต่างๆ ถูกใช้งานมานาน จำเป็นจะต้องมีการตรวจสอบ-ปรับปรุงระบบและอุปกรณ์ให้มีความพร้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะต้องมีผู้เชี่ยวชาญมาจัดระบบวิศวกรรมอาคารให้สามารถใช้งานได้เหมาะสม มีต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้จะช่วยเพิ่มมูลค่าของค่าเช่าให้กับเจ้าของอาคารได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม อาคารขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นใหม่ในปัจจุบัน อาจจะมีความเสี่ยงในปัญหาอัคคีภัยน้อยกว่าอาคารเก่า เนื่องจากมีกฎหมายบังคับให้ออกแบบและวางระบบป้องกันแจ้งเตือนดับเพลิงได้ดี แต่กรณีที่บางอาคารเกิดเหตุและไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ทันนั้น เนื่องจากไม่มีการตรวจสอบและทดสอบการทำงานของระบบแจ้งเตือนเหตุเพลิงไหม้ (Fire Alarm) และระบบระงับเหตุเพลิงไหม้ (Sprinkler) อย่างสม่ำเสมอ ทำให้เกิดความบกพร่องไม่ว่าจะเป็นระบบการแจ้งเตือนเหตุ ระบบสัญญาณเตือนภัยและท่อน้ำดับเพลิง เป็นต้น ฉะนั้น จึงสรุปได้ว่า โครงสร้างระบบอาคารที่มีประสิทธิภาพและผู้ดูแลอาคารที่มีความเชี่ยวชาญคือหัวใจสำคัญของงานบริหารจัดการอาคาร เพื่อที่จะดูแลบำรุงรักษาให้ระบบมีความพร้อมต่อการใช้งานได้ตามมาตรฐานสากล 
          "สำหรับกรณีอาคารที่จะปรับปรุง ควรให้ความสำคัญกับการส่งต่อข้อมูลอาคารเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการใช้งาน เช่น การกั้นผนังอาคารขึ้นใหม่ที่อาจจะไปขัดขวางการกระจายน้ำของระบบสปริงเกอร์ และขาดอุปกรณ์ตรวจจับควัน ตรวจจับความร้อน ดังนั้นเมื่อมีการปรับปรุงอาคารจะต้องแจ้งข้อมูลแก่ผู้ออกแบบปรับปรุง เพื่อให้ระบบป้องกันอัคคีภัยที่ออกแบบไว้สำหรับรูปแบบอาคารเดิมได้รับการเปลี่ยนแปลงและสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ครอบคลุมทุกพื้นที่ปรับปรุง นอกจากนี้ ผู้ดูแลอาคารต้องทำการสำรวจทางหนีไฟอย่างสม่ำเสมอว่ามีสิ่งกีดขวาง เช่น อาจจะมีคนนำโต๊ะหรือเก้าอี้ไปวางทิ้งไว้ รวมถึงประตูสามารถเปิดใช้งานได้ตามปกติหรือไม่ ระบบเตือนภัยใช้งานได้เป็นปกติหรือไม่ อีกทั้งควรสำรวจและทำบัญชีด้านอายุการใช้งานของอุปกรณ์สำคัญต่างๆ และทำการเปลี่ยนอุปกรณ์เมื่อครบอายุการใช้งาน โดยเฉพาะอุปกรณ์เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้า ซึ่งในภาพรวมแล้วหากมีระบบป้องกันอัคคีภัยที่ได้มาตรฐานและการดูแลรักษาที่ถูกต้องเป็นประจำ ก็จะช่วยบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น และระงับเหตุได้อย่างรวดเร็ว" นายชาญ กล่าว
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ยกกรณีศึกษาเหตุเพลิงไหม้ตึกสูงในลอนดอน แนะตึกเก่า-ตึกสูงใน กทม. เร่งตรวจสอบระบบป้องกัน
 

ข่าวพลัส พร็อพเพอร์ตี้+อสังหาริมทรัพย์วันนี้

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชูแนวคิดดูแลโครงการ "Pet Welcome" ยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยของคนและสัตว์เลี้ยงในสังคมเมือง

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ (ในเครือแสนสิริ) ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร เปิดแนวทางดูแลโครงการ Pet Welcome ตอบโจทย์การขยายตัวของกลุ่มคนเลี้ยงสัตว์ในฐานะสมาชิกครอบครัว (Pet Parent) ที่ในปีนี้คาดการณ์ว่าตลาดจะเติบโตแตะระดับกว่า 100,000 ล้านบาท บริบทนี้ รวมไปถึงแนวทางการอยู่อาศัยรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะในสังคมเมือง ที่การอยู่อาศัยไม่ได้ถูกนิยามเพียงแค่พื้นที่พักอาศัย แต่เชื่อมโยงกับรูปแบบชีวิตที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งคนโสด ครอบครัวเดี่ยว และผู้ที่เลี้ยงสัตว์

ปีที่ผ่านมาถือเป็นปีที่ท้าทายสำหรับตลาดอส... พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เทียบผลงาน 10 บิ๊กดีเวลลอปเปอร์ ปี 68 ชี้ 4 กลยุทธ์ขับเคลื่อนอสังหาฯ ไทย — ปีที่ผ่านมาถือเป็นปีที่ท้าทายสำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยภา...

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ 'ก้าวสู่ปีที่ 30' เผยทิศทางและกลยุทธ์ธุรกิจ ปี 69 ตั้งเป้ารายได้ 2,100 ล้านบาท

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ ตอกย้ำเบอร์หนึ่ง Property Management คุณภาพของไทย กางกลยุทธ์ปี 2569 ดัน 'Luxury Management' เจาะตลาดพรีเมียม พร้อมยกระดับมาตรฐานบริการและความใส่ใจดูแลลูกค้า ซึ่งเป็น DNA...

ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านพลังงานในระดับมห... พลัส พร็อพเพอร์ตี้ วาง BCP รับความเสี่ยงพลังงานไฟฟ้า ย้ำ "อาคารต้องพร้อมมากกว่าที่เคย" — ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านพลังงานในระดับมหภาค การบริหารจัดการอาคาร...