ดร. วิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยถึง การลงทุนในหุ้นประจำสัปดาห์นี้ (27 พ.ย.-1 ธ.ค.) ให้จับตานโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่มีแนวโน้มมากกว่า 95% ปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม 2017 และมีโอกาสที่จะเห็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนมีนาคม 2018 ซึ่งจะส่งผลให้ตลาดอาจจะต้องปรับฐาน เพื่อสะท้อนการขึ้นดอกเบี้ยมาสู่ระดับ 1.75% ในเดือนมีนาคม 2018
"ถ้ามองในช่วงสั้นปัจจัยที่เป็นตัวกำหนดทิศทางตลาดหุ้นใน EM (Emerging Market : ระบบเศรษฐกิจของประเทศตลาดเกิดใหม่) คือตลาดการเงินในประเทศจีน แนะนำให้นักลงทุนติดตามตลาดหุ้นจีนอย่างใกล้ชิด รวมทั้งนโยบายของ Fed ซึ่งทั้ง 2 ปัจจัยถือว่าเป็นความกังวลแค่ระยะสั้น แต่อยากให้มองเป็นโอกาสในการสะสมหุ้นในระยะยาว" ดร. วิศิษฐ์กล่าว
สำหรับในช่วงปลายปี 2017 เราได้เห็นการขายเพื่อทำกำไร (Profit Taking) ในหุ้นที่มีราคาปรับตัวสูงขึ้นกว่าการปรับตัวของดัชนีตลาด (Outperform) ตลอดปี 2017 เช่น หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า ส่วนในช่วงระยะสั้นหุ้นกลุ่มที่ได้รับผลดีจากการฟื้นตัวของภาคการบริโภคภายในประเทศ (Domestic Consumption) จะมีการ Outperform กว่าหุ้นกลุ่มที่มีการปรับตัวตามสภาวะเศรษฐกิจหรือธุรกิจ (Cyclical) รวมทั้งหุ้นกลุ่มรถยนต์ที่ Position ตัวเองมุ่งสู่รถยนต์ไฟฟ้า (Electric Car) รวมถึงหุ้นในกลุ่มธนาคารที่มีการเพิ่มขึ้นของ ROE (Return on Equity : อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น) ก็จะ Outperform เช่นกัน
นายวิศิษฐ์กล่าวต่อว่า ตลาดหุ้นไทยที่ปรับฐานในสัปดาห์ที่ผ่านมากว่า 30 จุด เป็นการปรับตัวลงตามตลาดหุ้นจีนและถือเป็นการปรับฐานย่อย นำโดยกลุ่มปิโตรเคมีและกลุ่ม Cyclical ที่ถูกขายทำกำไร เนื่องจากความกังวลในตลาดการเงินของจีน
ในส่วนของประเด็นที่นักลงทุนมีความกังวลในตลาดการเงินและตลาดหุ้นจีน เช่น ภาคการปล่อยกู้ของภาคสถาบันการเงิน (Credit Market) การเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทน10 ปีของพันธบัตรรัฐบาลจีนมาสู่ระดับกว่า 4% และการเริ่มมีการควบคุมของระเบียบการเงินเพิ่มขึ้น เช่น การเพิ่มอัตราดอกเบี้ย (Rate) ของธนาคารกลางขึ้นในการทำ Open Market Operation การควบคุมเรื่องการออกตราสารประเภท Wealth Management Products (WMPs) เพื่อลดความร้อนแรงของตราสารการบริหารความมั่นคั่งดังกล่าว รวมทั้ง Item ที่อยู่ใน Off Balance Sheet Item
ขณะที่สัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างประเทศซื้อพันธบัตรระยะสั้น จำนวน 33,000 ล้านบาท และมีกระแสการไหลของเงินทุน (Fund Flow) ที่เข้าซื้อตลาดพันธบัตรระยะสั้นของไทยจำนวนมากถึง 48,000 ล้านบาทในเดือนพฤศจิกายน โดยตลอดทั้งปี 2017 มีเม็ดเงินที่ไหลเข้ามาลงทุนในพันธบัตรระยะสั้นของไทยเป็นจำนวนถึง 320,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นอันดับต้นๆ ในรอบหลายปีที่ผ่านมา จึงทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นในระยะสั้น
"ทรีนีตี้" ชู 5 จุดแกร่งลุยธุรกิจปี 66
"ทรีนีตี้" ให้การต้อนรับทีมผู้บริหาร "SSI เวียดนาม" เยี่ยมกระชับความสัมพันธ์
"ทรีนีตี้"จัดสำรับลงทุนรับมือ"วิกฤตซ้อนวิกฤต" แนะ 4 ธีมเด่นในพอร์ต มองหุ้นไทยยังแข็งแกร่ง
"TNITY" ออกหุ้นกู้ 3 ชุด ไม่เกิน 700 ล้านบาท ดอกเบี้ยร้อยละ 2.50-3.80 ต่อปี นำเงินขยายธุรกิจ
KCC เทรด mai วันแรก แจกกำไร 148.65 %
"KCC" ตั้ง "บล.ทรีนีตี้" ลีดอันเดอร์ไรท์เตอร์ ขายไอพีโอ 160 ล้านหุ้น
AMR เคาะราคาหุ้น 6.90 บาท พร้อมเข้าเทรด SET วันที่ 2 ส.ค.นี้
"ทรีนีตี้" ปลื้ม!! กองทุนส่วนบุคคล "ทรีนีตี้ เอเชียน ไพรเวทฟันด์ (ex-Japan)": Series 3 ได้รับความสนใจเพียบดันมูลค่าสินทรัพย์กองทุนทะลุ 500 ล้านบาท
"TNITY" ออกหุ้นกู้ 2 ชุด ไม่เกิน 400 ล้านบาท ชูดอกเบี้ย 3.20-3.80 % ต่อปี นำเงินขยายธุรกิจ