ด้วยความตระหนักถึงผลกระทบจากก๊าซเรือนกระจก อันเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะโลกร้อน กองกายภาพและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยมหิดล จึงได้ผุดโครงการเพื่อส่งเสริมสังคมคาร์บอนต่ำ เมื่อต้นปี พ.ศ. 2561 จำนวน 2 โครงการ มุ่งเป้าไปที่ระดับบุคคลและหน่วยงานในมหาวิทยาลัย ภายใต้ความร่วมมือกับ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) โดยทั้ง 2 โครงการประสบผลสำเร็จอย่างดีเยี่ยม
สำหรับโครงการในระดับบุคคล กองกายภาพและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยมหิดล ได้จัดทำ "โครงการผู้บริหารคาร์บอนต่ำ" นำร่องกลุ่มผู้บริหารของมหาวิทยาลัยมหิดล จำนวน 14 คน เพื่อสร้างความตระหนักในการใช้ชีวิตประจำวันให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด โดยทำกิจกรรมชดเชยคาร์บอน (Carbon Offsetting Program) ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ซึ่งหมายถึง การส่งเสริมให้ซื้อคาร์บอนเครดิตมาชดเชยกับปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อทำให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลงหรือเท่ากับศูนย์
รศ. ดร.กิติกร จามรดุสิต รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า "สำหรับโครงการนี้ เราได้รวบรวมข้อมูลจากกิจวัตรประจำวันของผู้บริหารแต่ละท่านเป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อคำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในรายบุคคล และดำเนินการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านการซื้อคาร์บอนเครดิตที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) โดยหลังสิ้นสุดโครงการ มีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด 110.42 ตันคาร์บอนเทียบเท่า และมีปริมาณที่ชดเชย 118 ตันคาร์บอนเทียบเท่า"
นอกจากนี้ สำหรับโครงการในระดับคณะ กองกายภาพและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยมหิดล ได้มี "โครงการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ส่วนงานภายในมหาวิทยาลัยมหิดล" นับเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยส่งเสริมความเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) และให้ความสำคัญกับการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่มหาวิทยาลัยปล่อยออกมา โดยโครงการฯ จะประเมินข้อมูลการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมการดำเนินงานของคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และ คณะเวชศาสตร์เขตร้อน ม.มหิดล ให้ส่วนงานดังกล่าวเป็นองค์กรต้นแบบ นำไปสู่การกำหนดแนวทางในการบริหารจัดการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และขึ้นทะเบียนคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร ที่กำหนดโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ต่อไป
ล่าสุด คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ผ่านการขึ้นทะเบียนฉลากคาร์บอนฟุต พริ้นท์องค์กร จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) นับเป็นหน่วยงานที่สองต่อจากศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกของมหาวิทยาลัยมหิดลที่ได้รับตราสัญลักษณ์นี้ พร้อมด้วย ศ.นพ.บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดี และคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหิดล จำนวน 14 คน ที่ผ่านโครงการผู้บริหารคาร์บอนต่ำ จะได้รับมอบประกาศนียบัตร จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) เช่นเดียวกัน โดยมี รศ. ดร.กิติกร จามรดุสิต รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นตัวแทนรับมอบ ณ โรงแรม เซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร เมื่อเร็วๆ นี้
"ความสำเร็จนี้เป็นเพียงก้าวแรกของมหาวิทยาลัยมหิดลที่จะเดินหน้าไปสู่มหาวิทยาลัยเชิงนิเวศน์ตามที่เรา ตั้งเป้าหมายไว้ เราหวังว่าทั้ง 2 โครงการนี้จะนำมาซึ่งความมีประสิทธิภาพของการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ส่งเสริมความเท่าเทียมกันของสังคมและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของบุคลากร นักศึกษา และชุมชนโดยรอบมหาวิทยาลัย รวมถึงช่วยเสริมสร้างศักยภาพของบุคคลและองค์กรในการบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อมุ่งไปสู่การช่วยลดก๊าซเรือนกระจกในระดับประเทศ และเป็นตัวอย่างให้แก่สถาบันการศึกษาอื่น ๆ ต่อไป" รศ. ดร.กิติกร กล่าวทิ้งท้าย
SMT มุ่งสู่ Green Industry ยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ผ่านการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร (CFO)
COCOCO ลดก๊าซเรือนกระจกกว่า 243 ตัน ตอกย้ำความมุ่งมั่นสู่ธุรกิจยั่งยืน
เอ็ม บี เค รับการประกาศเกียรติคุณ กิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (LESS) ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการลดก๊าซเรือนกระจก สู่สังคมคาร์บอนต่ำ
SCGP Recycle นำเครือข่าย 22 พันธมิตร สู่การรับรอง LESS ชูเศรษฐกิจหมุนเวียนและการพัฒนาที่ยั่งยืน
กลุ่มบริษัทบางจากเสริมแกร่งการจัดการก๊าซเรือนกระจก มุ่งสู่ Net Zero ตามมาตรฐานสากล
GGC -THAICOM และ TGO ลงนามบันทึกความร่วมมือ การพัฒนาคาร์บอนเครดิตจากการปลูกปาล์มอย่างยั่งยืน
2 บริษัทฯ ในกลุ่มเอสวีแอล รับใบรับรอง "คาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์"
เบเยอร์ แบรนด์สีรายเดียวในไทย! ร่วมสัมมนาโครงการกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก มุ่งสู่ Net Zero ระยะที่ 2 ตอกย้ำผู้นำสีรักษ์โลก
เบเยอร์ตอกย้ำผู้นำด้านนวัตกรรมสีเพื่อสิ่งแวดล้อม รับมอบเครื่องหมาย CFR และ CFP พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรม