บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าสร้างความพร้อมสู่อนาคตธุรกิจ ด้วยการยกระดับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ล่าสุดได้รับการรับรอง "คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร" (Carbon Footprint for Organization: CFO) ประจำปี 2568 จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. อย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 14064-1 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลสำหรับการวัดและรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับองค์กร และถือเป็นประเทศแรกในเครือข่ายโคเวสโตรทั่วโลกที่ได้มาตรฐานนี้
โคเวสโตร ได้ริเริ่มโครงการดังกล่าวตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2567 และได้รับการรับรองในช่วงปลายปี 2568 โดยผู้บริหารของบริษัทได้เข้ารับมอบประกาศนียบัตรอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา โดยบริษัทฯ สามารถผ่านการรับรองครบทั้ง 3 Scope ได้แก่ Scope 1 (การปล่อยโดยตรง) Scope 2 (การปล่อยทางอ้อมจากพลังงานที่ซื้อมา) และ Scope 3 (การปล่อยทางอ้อมตลอดห่วงโซ่อุปทาน) โดยเฉพาะ Scope 3 ซึ่งยังเป็นภาคสมัครใจ และมีเพียงไม่กี่องค์กรในประเทศไทยที่สามารถจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลคาร์บอนครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำได้อย่างครบถ้วน
การดำเนินโครงการในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเป็นก้าวสำคัญด้านความยั่งยืน ซึ่งเส้นทางสู่ความสำเร็จนี้ต้องผ่านความท้าทายหลายด้านในกระบวนการดำเนินงาน เช่น เป็นการจัดเก็บข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์เป็นครั้งแรก ทำให้รูปแบบข้อมูลและรายงานเดิมไม่รองรับการคำนวณก๊าซเรือนกระจกโดยตรง นอกจากนี้ การประเมิน Scope 3 ยังมีความซับซ้อนสูง จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องภายนอกจำนวนมาก รวมถึงต้องมีการทำงานกับหลากหลายหน่วยงานภายในองค์กร เป็นต้น
นางสาวนิศา สุทธิพรไพศาลกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทโคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "การจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กรในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการปฏิบัติตามมาตรฐาน แต่เป็นการวางรากฐานด้านข้อมูลและระบบบริหารจัดการที่สำคัญสำหรับอนาคตของธุรกิจ เราให้ความสำคัญกับการเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ เพื่อสร้างความพร้อมต่อการรองรับทั้งความคาดหวังของลูกค้า คู่ค้า และทิศทางของกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมในระดับสากล"
"การที่บริษัทสามารถดำเนินการครอบคลุมตั้งแต่ Scope 1 และ 2 ไปจนถึง Scope 3 ซึ่งมีความซับซ้อนและต้องอาศัยความร่วมมือจากห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการได้รับการรับรองทั้ง CFO และ ISO 14064-1 นี้ สะท้อนถึงการวางระบบที่สอดคล้องทั้งในระดับประเทศและระดับสากล ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นรากฐานสำคัญของการดำเนินธุรกิจในอนาคต" นางสาวนิศา กล่าวเพิ่ม
ในระยะถัดไป บริษัทได้วางแผนสู่เป้าหมาย Road to Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม โดยในปี 2569 จะดำเนินโครงการ Solar Roof ระยะที่ 2 ควบคู่กับมาตรการอนุรักษ์พลังงานและการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งกำหนดแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้สอดคล้องกับแผนระดับโลกของโคเวสโตร และยังตั้งเป้าดำเนินการรับรอง CFO กับ อบก. อย่างต่อเนื่องในปีต่อๆ ไป เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการคาร์บอนอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ในปีนี้ ศูนย์การผลิตโคเวสโตร มาบตาพุด ใน จ.ระยอง ยังได้รับเกียรติบัตรจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ในการเป็น "โรงงานเครือข่ายเพื่อความยั่งยืน" ภายใต้ "โครงการยกระดับโรงงานเครือข่ายเพื่อความยั่งยืน" ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทขององค์กรในการขับเคลื่อนความยั่งยืนในภาคอุตสาหกรรมอีกด้วย
SMT มุ่งสู่ Green Industry ยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ผ่านการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร (CFO)
COCOCO ลดก๊าซเรือนกระจกกว่า 243 ตัน ตอกย้ำความมุ่งมั่นสู่ธุรกิจยั่งยืน
เอ็ม บี เค รับการประกาศเกียรติคุณ กิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (LESS) ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการลดก๊าซเรือนกระจก สู่สังคมคาร์บอนต่ำ
SCGP Recycle นำเครือข่าย 22 พันธมิตร สู่การรับรอง LESS ชูเศรษฐกิจหมุนเวียนและการพัฒนาที่ยั่งยืน
กลุ่มบริษัทบางจากเสริมแกร่งการจัดการก๊าซเรือนกระจก มุ่งสู่ Net Zero ตามมาตรฐานสากล
GGC -THAICOM และ TGO ลงนามบันทึกความร่วมมือ การพัฒนาคาร์บอนเครดิตจากการปลูกปาล์มอย่างยั่งยืน
เบเยอร์ แบรนด์สีรายเดียวในไทย! ร่วมสัมมนาโครงการกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก มุ่งสู่ Net Zero ระยะที่ 2 ตอกย้ำผู้นำสีรักษ์โลก
เบเยอร์ตอกย้ำผู้นำด้านนวัตกรรมสีเพื่อสิ่งแวดล้อม รับมอบเครื่องหมาย CFR และ CFP พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรม