กยท. เตือนชาวสวนยางเฝ้าระวังโรคใบร่วงหรือ ไฟทอฟธอรา (Phytophthora) ระบาดหนัก ช่วงหน้าฝนแนะนำเกษตรกรเฝ้าสังเกต หากพบต้นยางในสวนติดโรค ควรรีบทำการรักษา เพื่อป้องกันการระบาดจากต้นสู่ต้น

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          นายเยี่ยม ถาวโรฤทธิ์ กรรมการการยางแห่งประเทศไทย รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โรคใบร่วงหรือไฟทอฟธอรา (Phytophthora) มักจะระบาดหนักในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะกับสวนยางพารา เนื่องจากโรคนี้มักแพร่ระบาดโดยน้ำฝน ลม โดยความรุนแรงขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนและจำนวน วันฝนตก รวมถึงอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเชื้อ ซึ่งอยู่ระหว่าง 25-28 องศา มักระบาดได้ดี ในสภาพอากาศเย็น ฝนตกชุก เชื้อไฟทอฟธอรานั้นจะอาศัยน้ำและความชื้นในการขยายพันธุ์ หากมีความชื้นสูงต่อเนื่องกันอย่างน้อย 4 วัน เช่นหน้าฝน มีน้ำท่วมขัง ต้นยางรับแสงแดดน้อยกว่า 3 ชั่วโมงต่อวัน หรือพันธุ์ยาง ที่ปลูกอ่อนแอไม่ต้านทานโรค เป็นต้น
          ลักษณะอาการติดโรค สามารถสังเกตอาการได้เด่นชัดที่ก้านใบ จะปรากฏรอยแผลช้ำสีน้ำตาลเข้มถึงดำ ตามความยาวของก้านใบ แผลบริเวณที่เป็นทางเข้าของเชื้อมักมีหยดน้ำยางเล็ก ๆ เกาะติดอยู่ การเข้าทำลาย ที่ก้านใบนี้เองเป็นผลทำให้เกิดใบร่วงทั้งที่ใบยังมีสีเขียวสดอยู่ เมื่อนำมาสะบัดเบา ๆ ใบย่อยจะหลุดออกจากก้านใบโดยง่ายต่างจากการร่วงโดยธรรมชาติ บนแผ่นใบย่อยเชื้ออาจเข้าทำลายที่ปลายใบหรือขอบใบ เกิดแผลสีน้ำตาล มีลักษณะช้ำน้ำขยายติดต่อกันเป็นแผลใหญ่ทำให้ใบเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและแดงก่อนที่จะร่วง นอกจากนี้ยังพบว่าเชื้อนี้สามารถเข้าทำลายฝักยางได้ทุกระยะทำให้ฝักเน่า ถ้าความชื้นในอากาศสูงจะพบเชื้อราสีขาวเจริญปกคลุมฝัก ฝักที่ถูกทำลายจะเน่าดำค้างอยู่บนต้นไม่แตกและร่วงหล่นตามธรรมชาติ กลายเป็นแหล่งเชื้อโรคในปีถัดมา และได้กล่าวเสริมถึงวิธีการป้องกันเชื้อไฟทอฟธอราว่า เกษตรกรไม่ควรปลูกพืชที่เป็นที่อาศัยของเชื้อ เช่น ส้ม ทุเรียน พริกไทย ปาล์ม โกโก้ เป็นพืชแซมยาง เนื่องจากอาจนำเชื้อมาระบาดสู่ต้นยางได้ และควรปลูกยางพันธุ์ต้านทานโรค เช่น RRIT 251 และ RRIT 408 หมั่นกำจัดวัชพืชและตัดแต่งกิ่งในสวนยางให้อากาศถ่ายเท สะดวกเพื่อลดความชื้นในสวนยาง เมื่อพบโรคให้ใช้สารเคมี metalaxyl หรือ fosetyl-aluminium อัตราส่วน 40 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นใบยางอ่อนเมื่อพบการระบาดทุก ๆ 7 วัน หากต้นยางใหญ่ที่เกิดใบร่วงอย่างรุนแรงจนใบร่วงหมด ควรหยุดกรีดยาง และใส่ปุ๋ยบำรุงต้นยางให้สมบูรณ์ เกษตรกรชาวสวนยางสามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่การยางแห่งประเทศไทย ในพื้นที่ได้ในวันและเวลาทำการ
กยท. เตือนชาวสวนยางเฝ้าระวังโรคใบร่วงหรือ ไฟทอฟธอรา (Phytophthora) ระบาดหนัก ช่วงหน้าฝนแนะนำเกษตรกรเฝ้าสังเกต หากพบต้นยางในสวนติดโรค ควรรีบทำการรักษา เพื่อป้องกันการระบาดจากต้นสู่ต้น
 

ข่าวการยางแห่งประเทศไทย+แห่งประเทศไทยวันนี้

แล้งนี้ต้องเตรียมพร้อม ! กยท. แนะชาวสวนยางเสริมเกราะป้องกันดูแล-รักษาต้นยาง

การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) แนะแนวทางดูแลรักษาสวนยางฤดูแล้ง แก่เกษตรกรเตรียมป้องกัน-ฟื้นฟูต้นยาง ลดความเสียหายที่อาจเกิดจากสภาพอากาศร้อน อุณหภูมิสูง และฝนทิ้งช่วง กยท. มีความห่วงใยสวนยางของเกษตรกรในช่วงที่สภาพอากาศร้อน อุณหภูมิสูง และดินขาดความชุ่มชื้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของต้นยาง โดยเฉพาะสวนยางปลูกใหม่และสวนยางอายุไม่เกิน 3 ปีที่มีความเปราะบางและเสี่ยงแห้งตาย ดังนั้น การจัดการสวนยางอย่างถูกต้องเหมาะสม และหมั่นตรวจตราดูแลสวนยางอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงที่ทำให้เกิดความ

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษต... กระทรวงเกษตรฯ - IRCo ขับเคลื่อนความร่วมมือ ยกระดับยางพาราสู่มาตรฐานสากล — นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หารือร่วมกับ นางสาวปภัชญา ยุ...

การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) สนองนโยบายกระท... กยท. รับซื้อน้ำนมโคดิบ แปรรูปเป็นน้ำหมักชีวภาพคุณภาพสูง ต่อยอดการใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตร — การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) สนองนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่...

มั่นใจ! ชาวสวนยางมีตลาดรองรับผลผลิตที่เป็... กยท. ทุ่มงบ 2,280 ล้าน ขับเคลื่อนมาตรการรักษาเสถียรภาพราคายาง คาดดูดซับยาง 2.5 แสนตัน/ปี — มั่นใจ! ชาวสวนยางมีตลาดรองรับผลผลิตที่เป็นธรรม-ผู้ประกอบการได้ย...

การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) จ.ตรัง ติดตามส... กยท.จ.ตรัง เกาะติดสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด เตรียมมาตรการฟื้นฟูสวนยางทันทีที่น้ำลด — การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) จ.ตรัง ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมใกล้ชิด เผ...