แล้งนี้ต้องเตรียมพร้อม ! กยท. แนะชาวสวนยางเสริมเกราะป้องกันดูแล-รักษาต้นยาง

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) แนะแนวทางดูแลรักษาสวนยางฤดูแล้ง แก่เกษตรกรเตรียมป้องกัน-ฟื้นฟูต้นยาง ลดความเสียหายที่อาจเกิดจากสภาพอากาศร้อน อุณหภูมิสูง และฝนทิ้งช่วง

แล้งนี้ต้องเตรียมพร้อม ! กยท. แนะชาวสวนยางเสริมเกราะป้องกันดูแล-รักษาต้นยาง

กยท. มีความห่วงใยสวนยางของเกษตรกรในช่วงที่สภาพอากาศร้อน อุณหภูมิสูง และดินขาดความชุ่มชื้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของต้นยาง โดยเฉพาะสวนยางปลูกใหม่และสวนยางอายุไม่เกิน 3 ปีที่มีความเปราะบางและเสี่ยงแห้งตาย ดังนั้น การจัดการสวนยางอย่างถูกต้องเหมาะสม และหมั่นตรวจตราดูแลสวนยางอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงที่ทำให้เกิดความเสียหายจากสภาพอากาศดังกล่าว กยท. จึงขอแนะนำแนวทางการดูแลป้องกัน ดังนี้ การคลุมโคนต้นยาง กรณีต้นยางอายุ 1-3 ปี ต้นยางยังมีขนาดเล็กและร่มเงาน้อย ควรคลุมโคนต้นก่อนหน้าแล้งประมาณ 1 เดือน ด้วยวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่น
โดยเกษตรกรชาวสวนยางสามารถใช้ ฟางข้าว หญ้าแห้ง หรือเศษพืชคลุมเป็นวงกว้างราว 1 เมตรหนาประมาณ 10 เซนติเมตร เว้นระยะห่างจากโคนต้น 5-10 เซนติเมตรหรือประมาณ 1 ฝ่ามือ เพื่อรักษาความชื้นในดิน แต่ควรระมัดระวังความเสี่ยงการเกิดไฟไหม้จากวัสดุแห้งได้เช่นกัน การป้องกันรอยไหม้จากแสงแดดต้นยางในพื้นที่แห้งแล้งอาจเกิดรอยไหม้บริเวณโคนต้น ควรใช้ปูนขาวผสมน้ำอัตรา 1:1 ทาบริเวณโคนต้นตั้งแต่ส่วนที่ชิดกับผิวดินขึ้นมาจนสูงจากพื้นดินประมาณ 1 เมตร สำหรับต้นยางที่เกิดรอยแผลให้ใช้สีน้ำมันทาปิดทับบริเวณรอยแผลทันทีที่พบ เพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าทำลายซ้ำที่แผลและควรทาสีทับอีกครั้ง ก่อนเข้าหน้าแล้ง และการป้องกันไฟไหม้ในสวนยาง โดยจัดทำแนวกันไฟรอบสวนกว้าง 3-5 เมตร และในสวนขนาดใหญ่ควรทำแนวกันไฟทุกระยะ 100 เมตร พร้อมกำจัดวัชพืชบริเวณแถวยางข้างละ 1 เมตร ตัดแต่งกิ่งแขนงและหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชในช่วงหน้าแล้ง เพราะวัชพืชแห้งอาจเป็นเชื้อไฟได้ง่าย รวมไปถึงควรขุดหลุมฝังกลบใบยางแห้งที่อาจเป็นเชื้อเพลิงได้ กรณีสวนยางได้รับความเสียหายไฟไหม้ไม่รุนแรง สามารถใช้ปูนขาวผสมน้ำอัตรา 1:1 ทิ้งไว้ค้างคืน ทาลำต้น หากเปลือกต้นยางบริเวณที่ถูกไฟไหม้แตกออก ให้ใช้มีดคม ๆ ปาดเอาส่วนที่เสียหายออก แล้วใช้สีน้ำมันทาปิดทับ เพื่อช่วยให้รอยแผลหายได้เร็วขึ้น แต่หากต้นยางได้รับความเสียหายจนไม่อาจรักษาหน้ายางได้เกินร้อยละ 40 ของทั้งสวน ควรทำการปลูกใหม่จะดีกว่า

ทั้งนี้ การบริหารจัดการสวนยางอย่างเหมาะสมและตรวจตราอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงจากภัยแล้ง ต้นยางสามารถฟื้นฟูสภาพให้พร้อมเจริญเติบโตและให้ผลผลิตดีมีประสิทธิภาพในฤดูกาลเก็บเกี่ยวในอนาคตต่อไป เกษตรกรท่านใดมีข้อสงสัยถึงแนวทางการดูแลรักษาสวนยาง สามารถติดต่อการยางแห่งประเทศไทย ได้ทุกสาขาใกล้บ้าน


ข่าวการยางแห่งประเทศไทย+แห่งประเทศไทยวันนี้

กยท. จับมือ อ.ส.ค.- พด.- ส.ป.ก. ดันน้ำนมดิบส่วนเกินสู่ "น้ำหมักกรดอะมิโนนม" เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน สร้างรายได้เพิ่มเกษตรกร

การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดโครงการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง กยท., อ.ส.ค., พด. และ ส.ป.ก. เพื่อพัฒนานวัตกรรมน้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนม ยกระดับประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และสร้างสวนยางอารยเกษตร เพิ่มรายได้ของเกษตรกรชาวสวนยางในเขตปฏิรูปที่ดิน ภายใต้กิจกรรม "บูรณาการนวัตกรรมน้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนม การยางแห่งประเทศไทย" ภายใต้แนวคิด "ร่วมแรง ร่วมใจ สร้างนวัตกรรม และสร้างสวนยางอารยเกษตรเพิ่มรายได้เพื่อเกษตรกรชาวสวนยางไทย ก้าวไกล สู่ความยั่งยืน" โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ธีระชัย แสนแก้ว

การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) รับนโยบายเร่งด... กยท. ลุยต่อ!!! ผลิตปุ๋ยอินทรีย์เม็ด หนุนแนวทางใช้ปุ๋ย 70:30 ลดต้นทุน - เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต — การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) รับนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงเกษ...

นวัตกรรมเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน สร้างมู... วว. คว้ารางวัลการประกวดนวัตกรรมยางพาราเชิงธุรกิจ จากผลงาน "ราวกันชนลูกกลิ้งยางพารา" — นวัตกรรมเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ กระทรว...