ดร.ชินาวุธ ชินะประยูร ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจดิจิทัลเริ่มต้น สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เปิดถึงรายละเอียดของการจัดงาน แฮคกาธอน (Hackathon) ว่า โจทย์ในการแข่งขันจะแบ่งออกเป็น 10 หัวข้อ ให้สอดคล้องไปกับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) ของรัฐบาล ซึ่งเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคตของไทย ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวถือเป็นไฮไลต์สำคัญในงานดิจิทัล ไทยแลนด์ บิ๊กแบง 2018 โดยจะเปิดเวทีเพื่อดึงสตาร์ทอัพหน้าใหม่ในระดับที่เริ่มตั้งไข่หรือ Seed Stage เข้าร่วมแข่งขันระดมไอเดีย เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ใน 10 หัวข้อสำหรับต่อยอดกับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ ขณะเดียวกัน ก็เป็นการสร้างโอกาสให้แก่สตาร์ทอัพหน้าใหม่ ได้เพิ่มพูนประสบการณ์จากการเวิร์คช็อปกับวิทยากรและได้ทดลองแข่งขันพิชชิ่งด้วย
ดร.ชินาวุธ กล่าวถึง โจทย์ทั้ง 10 หัวข้อที่เปิดให้ระดมไอเดียในครั้งนี้ ว่า ประกอบด้วย 1.เทคโนโลยีด้านการท่องเที่ยว (Travel Tech) 2.เทคโนโลยีด้านอาหาร (Food Tech) 3.เทคโนโลยีด้านเกษตรกรรม (Agri Tech) 4.ซอฟต์แวร์ในรูปแบบบริการ (Software as a Service หรือ SaaS) 5.เทคโนโลยีด้านการอยู่อาศัย (Living Tech) 6.เทคโนโลยีด้านการศึกษา (EdTech)7.เทคโนโลยีสีเขียว (Green Tech) 8.เทคโนโลยีด้านทรัพยากรมนุษย์ (HR Tech) 9.เทคโนโลยีด้านอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) 10.เทคโนโลยีด้านสุขภาพ (Health Tech) โดยผู้ชนะสูงสุด จะได้รับเงินรางวัล 500,000 บาท ส่วนผู้ชนะสำหรับแต่ละโจทย์จะได้รับเงินรางวัล 100,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีรางวัลพิเศษจากบรรดาพาร์ทเนอร์เพิ่มเติมด้วย รวมมูลค่ารางวัลไม่น้อยกว่า 1.5 ล้านบาท
"จากความร่วมมือกันระหว่าง 3 ฝ่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนที่เข้าใจระบบนิเวศของสตาร์ทอัพ และภาคเอกชนที่เชี่ยวชาญเรื่องสตาร์ทอัพจากต่างประเทศ เชื่อว่าจะช่วยสร้างประโยชน์ได้อย่างแท้จริง และมีผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก สำหรับไอเดียที่ได้รับจากการแข่งขันในงานจะได้รับการนำไปพิจารณาต่อยอด เพื่อให้เกิดการใช้จริงในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมเป้าหมาย ผลักดันอุตสาหกรรมเป้าหมายสู่ไทยแลนด์ 4.0 อย่างเต็มรูปแบบ" ดร.ชินาวุธ กล่าว
ด้านนายอมฤต เจริญพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ฮับบา จำกัด (HUBBA) กล่าวว่า แฮคกาธอน ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในต่างประเทศ ใช้ในการระดมไอเดีย เพื่อค้นหานวัตกรรมใหม่ๆ มาต่อยอดกับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ขณะเดียวกัน ก็เป็นทั้งเวทีและจุดเริ่มต้นในการเพิ่มศักยภาพให้แก่สตาร์ทอัพหน้าใหม่ จนหลายรายกลายเป็นสตาร์ทอัพที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน สำหรับประเทศไทยเองมีสตาร์ทอัพที่เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวและเติบโตจนเป็นสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จหลายราย
"เราเชื่อว่ายังมีโอกาสและช่องว่างอีกมากในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้าไปช่วยตอบโจทย์ 10 หัวข้อ และต่อยอดเพื่อขับเคลื่อน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย และเชื่อว่า Hackathonครั้งนี้จะพร้อมตอบโจทย์ทั้งภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนการเติบโตของสตาร์ทอัพ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ HUBBA ในการช่วยสร้างระบบนิเวศ" นายอมฤต กล่าว
สำหรับกิจกรรม แฮคกาธอน ภายใต้ชื่อ "Startup Battleground" ในครั้งนี้ จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 19-23 ก.ย. ภายในงานดิจิทัลไทยแลนด์ บิ๊กแบง 2018 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี กิจกรรมในงานประกอบด้วย การเวิร์คช็อปโดยวิทยากรชั้นนำในแวดวงสตาร์ทอัพทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ อาทิ วิทยากรจาก เทคสตาร์ส การแข่งขัน 3 รอบ ประกอบด้วย รอบคัดเลือก รอบรองชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศ
ทั้งนี้ จะเปิดรับผู้สมัครเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4-8 คน ที่มีถิ่นพำนักอยู่ในประเทศไทย ไม่จำกัดสัญชาติ มีประสบการณ์ระดมทุนไม่เกิน 2 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีไอเดียที่พร้อมจะนำมาต่อยอดพัฒนาในงาน โดยจะเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมกิจกรรมตั้งแต่วันนี้ - 9 ก.ย. นี้ ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หรือสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ https://digitalthailandbigbang.com/hackathon หรือโทรสอบถามที่ 086-415-0979
เสริมทักษะ Coding & AI
อีริคสัน จับมือ ดีป้า เปิดตัวโครงการ 'Ericsson Educate' ยกระดับทักษะเทคโนโลยีแห่งศตวรรษที่ 21 แก่ผู้เรียนชาวไทย
ดีป้า จัดงาน Thailand Digital IP Forum 2026 เวทีจุดประกายอนาคต ดัน 'ทรัพย์สินทางปัญญา' สู่กลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลไทย
depa สสว. ไปรษณีย์ไทย และ Google Thailand ร่วมสนับสนุน Pantip MALL แพลตฟอร์มไทย ให้เป็นทางเลือก Marketplace ไทย ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
JARTON เข้าร่วมโครงการ "Smart Living, Better Living" ต่อยอด OTOD Smart Living
830,000 คน ร่วมงานสุดยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย JAPAN EXPO THAILAND 2026 สร้างปรากฎการณ์ SOFT POWER กระแสไวรัลไปทั่วเอเชีย!
JARTON เดินหน้าติดตั้งกล้อง 4G Solar ประเดิมเขตภาคกลาง เปิดการติดตั้งนำร่อง ขยายผลสู่ภูมิภาคอื่นทั่วประเทศ
INDIGY ชู WORK+ SUPERAPP และ WORK+ AUTOMATE คว้ามาตรฐาน dSURE ระดับ 2 ดาว ยกระดับซอฟต์แวร์ไทยสู่สากล
depa เปิดหลักสูตร "Digital CEO" รุ่นที่ 9 อย่างเป็นทางการ สานต่อภารกิจสร้างผู้นำยุคใหม่ขับเคลื่อนประเทศด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล