อลิสัน เวลช์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยแฟชั่น มหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์เมโทรโพลิแทน ผู้คลุกคลีอยู่ในวงการทำนายเทรนด์สี แฟชั่นมากว่า 30 ปีในประเทศอังกฤษ ได้เข้าร่วมโครงการฯ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้เพื่อพัฒนางานหัตถกรรม และลงพื้นที่ไปยังอำเภอปัว จังหวัดน่าน เพื่อศึกษาใจความสำคัญ บริบททางวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตของชาวบ้าน "ไทลื้อ" เผยว่า ผ้าทอไทลื้อ ศิลปหัตถกรรมภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวบ้านจังหวัดน่าน นับเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ทรงคุณค่า แต่กลับไม่ได้รับความนิยมและไม่เป็นที่รู้จักนักในปัจจุบัน ทำให้ผ้าทอที่เกิดจากการส่งต่อภูมิปัญญาหาแบบรุ่นสู่รุ่นของชาวบ้านในจังหวัดน่าน มีเหลือเป็นจำนวนมาก โดยผู้ที่ทอเป็นอาชีพหลักส่วนหนึ่งจะนำไปฝากขายตามร้านสหกรณ์ และอีกส่วนหนึ่งจะเป็นการออกบูธงานแสดงสินค้าชุมชน ซึ่งทั้งสองช่องทางก็ยังไม่ได้ความนิยมเท่าที่ควร ทำให้เกิดปัญหาเงินจม ชาวบ้านขาดรายได้ จนนำไปสู่การเลิกทอผ้าไปในที่สุด
ผ้าทอแต่ละผืน มีเรื่องเล่าประกอบอยู่มากมาย สิ่งที่ต้องทำคือการถ่ายทอดเรื่องราวต่าง ๆ เหล่านั้นให้กับผู้คนในวงกว้างได้รับรู้... ผ้าทอไทลื้อ ส่วนมากใช้นุ่งเป็นผ้าถุง จึงถูกทอในลักษณะผ้าผืนยาว การที่จะแปรรูปผ้าทอเป็นเสื้อผ้านั้นจึงต้องใช้กรรมวิธีที่ต้องตัดผ้าน้อยที่สุด หรือไม่มีการตัดเลย เนื่องจากผ้าทอแต่ละผืนล้วนผ่านขั้นตอนการทอที่ประณีตและใช้เวลานาน ซึ่งถือเป็นโจทย์หลักในการออกแบบเสื้อผ้า ประกอบกับชาวบ้านเกือบทั้งหมดจะไม่คุ้นเคยกับการตัดเย็บ ทำให้การออกแบบต้องคำนึงถึงการตัดเย็บที่เรียบง่าย ขั้นตอนต่อมา คือการพัฒนาด้านเนื้อผ้า (texture) และการจับคู่สี ซึ่งผ้าทอไทลื้อแบบดั้งเดิมมักจะมีการใช้สีที่ฉูดฉาด ทำให้เมื่อนำมาตัดเป็นเสื้อผ้าแล้วอาจไม่ได้รับความนิยม จึงเริ่มต้นขึ้นเป็นเวิร์คช็อปเพื่อให้เกิดการทดลองทอผ้าให้ได้สีและเนื้อผ้าใหม่ ๆ เช่น การทอสีขาวบนสีขาว และเน้นไปที่ตัวผิวสัมผัสของเนื้อผ้าให้เห็นเป็นมิติ นอกจากนี้ กรรมวิธีการย้อมสีธรรมชาติของชาวบ้านถือเป็นข้อได้เปรียบในแฟชั่นปัจจุบัน เพราะผู้บริโภคเริ่มหันมาสนใจการอนุรักษ์ธรรมชาติในช่วงที่อุตสาหกรรมเสื้อผ้าใช้วิธีการย้อมเคมีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เพราะบนเสื้อผ้าไม่ควรมีแต่ลายเซ็น (signature) ของดีไซน์เนอร์ แต่ควรมีลายเซ็นของช่างทอผ้าด้วย... ชุดแต่ละชุด ผ้าแต่ละผืนเปรียบเสมือนการเดินทาง ซึ่งบางชุดใช้เวลายาวนานกว่า 2 ปี ฉะนั้นการถ่ายทอดกระบวนการทำงานร่วมกันระหว่างคนทอผ้าและดีไซน์เนอร์นักออกแบบ ที่ร่วมมือกันสร้างสรรค์ผลงานขึ้นมาตั้งแต่แรกเริ่มให้กับผู้บริโภคได้เห็น จึงเป็นสิ่งสำคัญ อลิสัน เวลช์ กล่าวปิดท้าย
ทั้งนี้ "คราฟท์ติ้ง ฟิวเจอร์" (Crafting Futures) เป็นโปรเจกต์ระดับภูมิภาคที่บริติช เคานซิล เริ่มต้นขึ้นเพื่อฟื้นฟู และอนุรักษ์อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ส่งเสริมการทำงานหัตถกรรมของผู้หญิง และเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่มุ่งมั่นสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน การปลูกฝัง "กระบวนการคิดเชิงออกแบบ" (Design thinking) ให้กับบุคลากรที่เกี่ยวข้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ ทำให้เกิดความร่วมมือระหว่างดีไซเนอร์ชื่อดังจากอังกฤษ อลิสัน เวลช์, นักออกแบบรุ่นเยาว์ ชาวไทย และ ชาวบ้าน ช่างทอผ้า ในอำเภอปัว จังหวัดน่าน ได้พบปะ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และความร่วมมือสร้างสรรค์ผลงานขี้น ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การไม่ลืมรากฐานของวัฒนธรรมที่ควรอนุรักษ์ให้คงอยู่ต่ไปในโลกที่เปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว โดยล่าสุดผลงานต้นแบบ แฟชั่นเสื้อผ้าจากผ้าทอ ไทลื้อ ได้ถูกจัดแสดงในเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ (Chiang Mai Design Week) ที่ผ่านมา และโปรเจกต์ฯ จะยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้เรื่องการประยุกต์ใช้นวัตกรรมต่าง ๆ เข้าสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์มากขึ้น เช่น การประยุกต์ใช้เส้นใยจากวัสดุธรรมชาติอื่น ๆ เผื่อทอผ้า เพื่อตอบโจทย์กระแสโลกในเรื่องความยั่งยืน (sustainability) และขยะเหลือศูนย์ (zero waste) และเพื่อให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นผ้าทอไทลื้อ ที่ถูกสืบทอดมาหลายชั่วอายุคนได้เฉิดฉายในสายตาของผู้คนในวงกว้างมากขึ้น
เกี่ยวกับบริติช เคานซิล
บริติช เคานซิล คือ องค์กรนานาชาติเพื่อส่งเสริมการศึกษา ศิลปะ และวัฒนธรรมแห่งสหราชอาณาจักร เราสร้างสรรค์ความรู้และความเข้าใจระหว่างผู้คนในสหราชอาณาจักรและผู้คนทั่วโลก เราสร้างประโยชน์แก่ประเทศที่เราทำงานด้วยผ่านทรัพยากรทางวัฒนธรรมของสหราชอาณาจักร เพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนให้ดีขึ้นโดยการสร้างโอกาส สร้างเครือข่าย และสร้างความไว้วางใจระหว่างกัน
วว. ให้บริการทดสอบฤทธิ์ต้านการอักเสบ/กระตุ้นภูมิคุ้มกัน เสริมแกร่งผู้ประกอบการ...ผู้บริโภคปลอดภัยในการใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
วว. ร่วมจัดงาน "อว. For Kids" รับวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 โชว์กิจกรรมสถานีสีเขียว : DIY "HAPPY life HAPPY Fresh" เครื่องดื่มสุขภาพจากดอกไม้ไทย
วว. โดย สถานีวิจัยลำตะคอง มอบของขวัญวันเด็กแห่งชาติ 2569
วว. โดย สถานีวิจัยลำตะคอง น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง "มหาพรหมราชินี รวมใจภักดี ตราบนิรันดร์" พร้อมเปิดจุดบริการพักรถเทศกาลปีใหม่ 2569
จับมือบริษัท ไทยฮอนด้าฯ เปิดตัวโครงการบริการวิจัย "ระบบปฏิกรณ์ชีวภาพจากสาหร่ายขนาดเล็กดูดซับ CO2 และยกระดับคุณภาพอากาศพื้นที่สูบบุหรี่"
วว. มอบของขวัญปีใหม่ 2569 แด่พี่น้องประชาชน
วว. /ปตท. คว้ารางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น ประจำปี 2568 "ความร่วมมือด้านกระบวนการจัดการของรัฐวิสาหกิจ"
วว. ผนึกกำลัง Health 104 ยกระดับผลิตภัณฑ์สุขภาพ/ความงามของไทย สู่ตลาดออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์
วว. จับมือ ศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย ถ่ายทอดองค์ความรู้การผลิต/ปลูกเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับภาคเหนือ สู่ผู้ใช้งานจริง