นายชัชชัยกล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันกองทุน ABFTH มีขนาดประมาณ 10,205 ล้านบาท และจดทะเบียนซื้อขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ซึ่งกองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาลไทย หรือออกโดยภาครัฐที่มีรัฐบาลไทยเป็นผู้ค้ำประกัน หรือภาครัฐที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ำกว่าระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) จากสถาบันจัดอันดับที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล จึงมีความเสี่ยงด้านการผิดนัดชำระหนี้ต่ำมาก ทั้งนี้ นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเมื่อปี 2549 กองทุนมีการจ่ายปันผลรวมแล้วทั้งสิ้น 27 ครั้ง เป็นเงิน 435.73 บาทต่อหน่วย โดยในรอบผลการดำเนินงาน 1 ปีที่ผ่านมา กองทุนมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) เฉลี่ยอยู่ที่ 1.19% ต่อปี ขณะที่ผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปี, 5 ปี และ 10 ปี อยู่ที่ 4.62% ต่อปี, 3.98% ต่อปี และ 3.92% ต่อปี เมื่อเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานซึ่งอยู่ที่ 4.46% ต่อปี, 4.09% ต่อปี และ 4.06% ต่อปี ตามลำดับ (ข้อมูล ณ วันที่ 31 พ.ค. 62)
"สำหรับภาวะตลาดตราสารหนี้ จากปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนที่ยังมีความไม่แน่นอน ทำให้เศรษฐกิจโลกทั้งกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและประเทศเกิดใหม่มีสัญญาณที่ชะลอลง ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจปรับลดดอกเบี้ยลง ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงมาก และส่งผลให้อัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ไทยปรับตัวลดลงตาม ทั้งนี้ ยังคงคาดว่าดอกเบี้ยนโยบายของไทยมีแนวโน้มทรงตัวไปอย่างน้อยจนถึงสิ้นปีนี้ ด้านส่วนต่างผลตอบแทนหุ้นกู้ (Credit Spread) ของไทย ที่ปรับตัวลดลงจากการที่มีอุปสงค์จากนักลงทุนในการหาโอกาสเพิ่มผลตอบแทน ทำให้ผลตอบแทนการลงทุนตราสารหนี้โดยรวมในช่วงที่ผ่านมาปรับตัวได้ดี อย่างไรก็ตาม สำหรับการลงทุนในอนาคตซึ่งจะมีประเด็นเรียกเก็บภาษีเงินได้ตราสารหนี้กองทุนรวมในอัตรา 15% ก่อนจ่ายดอกเบี้ยให้กองทุนรวม สำหรับตราสารที่กองทุนลงทุนหลังวันที่ 20 ส.ค. 62 ซึ่งทาง บลจ.กสิกรไทย ได้ติดตามศึกษาประเด็นดังกล่าว และเตรียมสถานะของกองทุนเพื่อลดผลกระทบจากการจัดเก็บภาษีดังกล่าว โดยได้ลงทุนเพิ่มเติมในหุ้นกู้เอกชนก่อนวันที่กฎหมายจะมีผลบังคับใช้" นายชัชชัยกล่าว
นายชัชชัยกล่าวเพิ่มเติมว่า กองทุน ABFTH เป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะยาวที่มีอายุเฉลี่ยของตราสาร (Portfolio Duration) ยาวกว่ากองทุนรวมตราสารหนี้ทั่วไป จึงควรมีระยะเวลาการถือครองเฉลี่ยประมาณ 6-7 ปี เพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้น ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บลจ.กสิกรไทย หรือ KAsset Contact Center 0 2673 3888
'TSILVER' กองทุนใหม่จาก บลจ.ทิสโก้ เปิดทางสู่โอกาสโตของโลหะยุคใหม่ และเหมืองเงินทั่วโลก
บลจ.เอ็กซ์สปริง มองเทรนด์เงินทุนกำลังไหลเข้ากลุ่มเทคฯ ญี่ปุ่นต่อเนื่อง หนุนกอง X-JPTOPTECH สร้างผลตอบแทนเกือบ 10% ใน 2 สัปดาห์
บลจ. ทิสโก้คว้า 3 รางวัลยอดเยี่ยมจาก Best of the Best Awards 2026
BBLAM เสนอขาย IPO 'กองทุนรวมบัวหลวงธนรัฐ 6/26' วันที่ 10-17 เม.ย. 2569
Liberator จับมือ Lief Capital จัดสัมมนา "Global Market" ยกระดับนักลงทุนไทย สู่โอกาสใน 21 ตลาดหุ้นทั่วโลก
บลจ.ทิสโก้เพิ่มทุน "TWORLD" เป็น 10,000 ล้านบาท รับความต้องการลูกค้าที่ต้องการกระจายลงทุนหุ้นทั่วโลก
Merchant Partners จัดสัมมนาเปิดกลยุทธ์ลงทุน รับมือความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
บลจ.ทิสโก้ เพิ่มทุน TGSMART เป็น 8,000 ล้านบาทรับความต้องการลูกค้า - ชูจุดเด่นกองทุนยืดหยุ่นสูง เหมาะลงทุนช่วงภาวะสงคราม
CIMB THAI จับมือ Principal เปิดขายกองทุนลงทุนสินทรัพย์ทั่วโลก โอกาสสร้างพอร์ตเติบโต กระแสเงินสดสม่ำเสมอ