บูรณาการเต็มกำลัง สอวช. ดึงผู้สร้างและผู้ใช้กำลังคน ทั้งภาคมหาวิทยาลัย เอกชน และสตาร์ทอัพ ระดมสมองพัฒนากำลังคนเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาประเทศแบบตรงเป้า

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หารือแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนากำลังคนของประเทศต่อเนื่อง ถึงคิวผนวกกำลังหารือระหว่างผู้สร้างและผู้ใช้กำลังคน ทั้งภาคมหาวิทยาลัย บริษัทเอกชน และบริษัทสตาร์ทอัพ ระดมสมองพัฒนากำลังคนตอบโจทย์ความต้องการประเทศแบบตรงเป้า 
          หลังจากที่ได้มีการเชิญคณาจารย์จากสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ กว่า 60 ท่าน มาร่วมแลกเปลี่ยนหารือแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนากำลังคนของประเทศ เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา เพื่อเป็นการรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้านและตอบโจทย์ความต้องการด้านกำลังคนของประเทศอย่างแท้จริง การประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนากำลังคนของประเทศ จึงได้เชิญผู้สร้างและผู้ใช้กำลังคน ทั้งภาคมหาวิทยาลัย บริษัทเอกชน และบริษัทสตาร์ทอัพ มาร่วมรับฟังแนวทางการพัฒนากำลังคน ตลอดจนให้ความคิดเห็นต่อข้อเสนอกลไกการพัฒนากำลังคนที่ สอวช. จัดทำขึ้น ใน 4 เรื่อง คือ 1. หลักสูตรและการพัฒนาบุคลากรราวมระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและภาคอุตสาหกรรม (University – industry curriculum and training) 2. การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life Long learning (LLL)) 3. มหาวิทยาลัยแห่งการประกอบการ (Entrepreneurial University) และ 4. การเคลื่อนย้ายบุคลากร (Brain Circulation) ทั้งนี้ จากข้อเสนอกลไกการพัฒนากำลังคนทั้ง 4 เรื่อง มีเป้าหมายที่จะนำไปสู่การเกิดกลไกอำนวยความสะดวกในการใช้ศักยภาพบัณฑิตต่างชาติ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมอย่างเต็มที่ เกิดการแลกเปลี่ยนและถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีระหว่างภาคส่วนต่างๆ ในระบบนวัตกรรม อย่างมีประสิทธิภาพ มีการพัฒนาบุคลากรทั้งกลุ่มช่างเทคนิค วิศวกร ผู้จัดการนวัตกรรม และนักวิจัย ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรม และมีจำนวนเพียงพอ รวมทั้งกลุ่มคนวัยทำงานสามารถเข้าถึงการศึกษาและการพัฒนาทักษะที่ตอบการทำงาน โดยปราศจากข้อจำกัดด้านเวลาและวัยวุฒิ และตอบสนองรูปแบบการทำงานและการเรียนของแต่ละบุคคล ตลอดจนเกิดธุรกิจนวัตกรรมที่ใช้เทคโนโลยีมูลค่าสูงอันเป็นผลผลิตจากองค์ความรู้ของสถาบันอุดมศึกษา
          ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการ สอวช. เปิดเผยว่า สอวช. ได้มีการจัดทำแนวคิดการพัฒนากำลังคนเพื่อตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและการพัฒนาประเทศ ให้มีความสอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาประเทศทั้ง EEC, อุตสาหกรรมแห่งอนาคต (S-curve), BCG Economy, EECi, Startup รวมถึงนโยบายภาคสังคม / ชุมชน / สิ่งแวดล้อม เช่น OTOP การส่งเสริมการท่องเที่ยว เป็นต้น ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้เกิดการขับเคลื่อนแต่ละนโยบายคือ การพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการ ซึ่งจากการสำรวจความต้องการกำลังคนพบว่า ความต้องการกำลังแรงงานในพื้นที่อีอีซี ปี 2562 -2566 มีความต้องการ 475,793 ตำแหน่ง โดย 3 อันดับแรกของอุตสาหกรรมที่มีความต้องการสูงสุด คือ อุตสาหกรรมดิจิทัล มีความต้องการ 116,222 ตำแหน่ง รองลงมาเป็นอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ ต้องการ 109,910 ตำแหน่ง และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ มีความต้องการ 58,228 ตำแหน่ง และหากจำแนกตามวุฒิการศึกษาพบว่า ในพื้นที่อีอีซีมีความต้องการกำลังแรงงานอาชีวศึกษามากที่สุด รองมาเป็นระดับปริญญาตรี ในส่วนความต้องการบุคลาการเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (S-Curve) ในช่วงปี 2562 – 2566 พบว่า มีความต้องการกำลังคนในสายวิทยาศาสตร์ (STEM) ระดับปริญญาตรี โท และเอก (ไม่รวมถึงอุตสาหกรรมการบิน) จำนวนถึง 107,045 ตำแหน่ง ซึ่งจากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่ายังการขาดแคลนกำลังคนจำนวนมาก สอวช. จึงได้จัดทำแนวทางการพัฒนากำลังคนที่ตอบโจทย์นโยบายการพัฒนาประเทศ ทั้งกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์มานำเสนอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งผู้สร้าง และผู้ใช้กำลังคนได้มาร่วมแลกเปลี่ยน แสดงความคิดเห็นในเวทีการประชุมนี้
          "แนวทางการพัฒนากำลังคนที่ตอบโจทย์นโยบายการพัฒนาประเทศนั้น นอกจากต้องทราบถึงความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและบริการ รวมถึงสร้างแหล่งทุนด้านการพัฒนากำลังคนแล้ว อีกหนึ่งกลไกสำคัญที่จะช่วยในการขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนากำลังคน คือ ภาคการอุดมศึกษาอย่างมหาวิทยาลัย ที่จะต้องพลิกโฉมใน 4 ด้าน คือ 1. พลิกโฉมสู่มหาวิทยาลัยแห่งการประกอบการ (Entrepreneurial university & enterprise) 2. มีการสร้างงานวิจัยและนวัตกรรม Excellence in R&I, Tech Transfer & Engagement 3. มีการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life Long Learning & future workforce) และ 4. มีการเคลื่อนย้ายบุคลากร (Brain circulation and mobility) ซึ่งการพลิกโฉมทั้ง 4 ด้านข้างต้น จะช่วยส่งเสริมให้เกิดการพัฒนากำลังคนเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาประเทศได้" ผู้อำนวยการ สอวช. กล่าว
          อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมยังได้มีการแลกเปลี่ยน และให้ข้อเสนอแนะที่หลากหลาย โดยได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วน รวมถึงหน่วยงานด้านกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนากำลังคน เพื่อให้เกิดการปฏิรูปการทำงานทั้งระบบ นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเสนอให้มองภาพกำลังคนวัยเกษียณควบคู่ไปกับการสร้างกำลังคนระดับอุดมศึกษา และวัยทำงานด้วย เพื่อให้มีการวางแผนที่สอดรับกับสังคมผู้สูงอายุ ทั้งนี้ ในส่วนของภาคเอกชน ได้แสดงความเห็นถึงการดึงนักศึกษามาทำงานในสถานประกอบการ โดยใช้กลไก "โรงเรียนในโรงงาน หรือ Work integrated Learning: WiL" ซึ่งภาคเอกชนยอมรับว่าเป็นนโยบายที่ตอบโจทย์ได้ตรงใจสถานประกอบการ เพราะเด็กจะได้สัมผัสงาน ได้ลงมือทำงานในรูปแบบที่ไม่ใช่แค่การฝึกงาน ทำให้เด็กได้ซึมซับการทำงานอย่างแท้จริงและสามารถทำงานตอบโจทย์สถานประกอบการได้ อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ภาคเอกชนได้นำเสนอในที่ประชุมคือ การส่งเสริมให้สมาคมวิชาชีพหรืออุตสาหกรรมต่าง ๆ เข้ามามีบทบาทในการพัฒนากำลังคนผ่านการดึงภาคการอุดมศึกษาเข้ามาร่วมพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้ตรงกับความต้องการของแต่ละอุตสาหกรรมหรือวิชาชีพ ซึ่งเชื่อว่ากลไกดังกล่าวจะเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยพัฒนากำลังคนของประเทศได้
บูรณาการเต็มกำลัง สอวช. ดึงผู้สร้างและผู้ใช้กำลังคน ทั้งภาคมหาวิทยาลัย เอกชน และสตาร์ทอัพ ระดมสมองพัฒนากำลังคนเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาประเทศแบบตรงเป้า
 
บูรณาการเต็มกำลัง สอวช. ดึงผู้สร้างและผู้ใช้กำลังคน ทั้งภาคมหาวิทยาลัย เอกชน และสตาร์ทอัพ ระดมสมองพัฒนากำลังคนเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาประเทศแบบตรงเป้า
 

ข่าวสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ+สถาบันอุดมศึกษาทั่ววันนี้

อว. เปิดงาน 'One Stop Open House 2026' ยิ่งใหญ่ เนรมิตพื้นที่สร้างโอกาสให้เยาวชนไทยได้เรียนรู้ พัฒนาทักษะรับโลกอนาคต จัดเต็ม 3 วัน 6 - 8 มี.ค.นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) เป็นประธานเปิดงาน 'One Stop Open House 2026' อย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้แนวคิด "Open Mind, Open Future" จัดโดย กระทรวง อว. และสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ รวมถึงหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ผู้บริหารหน่วยงานในกระทรวง อว. พร้อมทั้งสถาบันอุดมศึกษาและผู้บริหารจากหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วม การจัดงาน 'One Stop Open House 2026' ครั้งนี้ ได้เนรมิตพื้นที่กว่า 11,000

รศ.ดร.สุพัตรา วิไลลักษณ์ คณบดีวิทยาลัยดนต... นักศึกษาดนตรี มบส.เฝ้ารับเสด็จและร่วมบรรเลงเพลง"กรมสมเด็จพระเทพฯ" — รศ.ดร.สุพัตรา วิไลลักษณ์ คณบดีวิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา (มบส....