ศ. นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการ สกว. กล่าวว่า ความร่วมมือนี้จัดทำขึ้นเพื่อสนับสนุนความร่วมมือในการดำเนินการศึกษาระบบโลจิสติกส์กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อเตรียมความพร้อมการเป็น "มหานครแห่งเอเชีย" ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยมุ่งเป้าของ สกว. ในการนำผลวิจัยไปใช้ประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ ภายใต้กรอบการวิจัยและพัฒนาด้านวิชาการเพื่อสร้างศักยภาพการแข่งขันให้ผู้ประกอบการและการจัดการระบบโลจิสติกส์กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
รศ. ดร.ดวงพรรณ กริชชาญชัย หัวหน้าศูนย์การจัดการโลจิสติกส์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า ประเทศไทยมีแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจโดยเริ่มจากกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นเมืองหลวง กระจายไปยังเขตจังหวัดปริมณฑล (นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร) รวมถึงหัวเมืองหลักต่าง ๆ ตามภูมิภาค ซึ่งนับว่าเป็นเขตเศรษฐกิจที่มีความสำคัญของประเทศ หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญและเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศ คือ ปัจจัยทางด้านต้นทุนโลจิสติกส์ โดยต้นทุนค่าขนส่งสินค้ายังคงเป็นองค์ประกอบใหญ่ที่สุด สาเหตุหลักมาจากปัญหาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ รวมถึงขาดการบริหารจัดการที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ และเขตจังหวัดปริมณฑลมีแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจในเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลถึงระบบโลจิสติกส์ที่ต้องรองรับการไหลของสินค้าที่เพิ่มขึ้นไปด้วย
จากปัญหาดังกล่าว ทีมวิจัยได้วางแผนดำเนินงาน 2 ระยะ ใช้เวลาศึกษาวิจัย 1 ปี โครงการระยะที่ 1 ศึกษาข้อมูลระบบโลจิสติกส์กระบวนการไหลของสินค้า โครงสร้างพื้นฐาน ระบบคมนาคมขนส่ง และข้อมูลหมวดสินค้าที่สำคัญที่ส่งผลต่อระบบโลจิสติกส์ในเขต กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงประเมินสภาพปัจจุบันและแนวโน้มในการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ในเขตเมืองในอนาคต ซึ่งสามารถสรุปผลได้ว่าแนวทางในการพัฒนาโครงสร้างระบบโลจิสติกส์พื้นฐานในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่สำคัญ คือ ควรมีการสนับสนุนการจัดตั้ง"ศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้า" (City Distribution Centre: CDC) และ"ศูนย์กระจายสินค้าย่อยในเขตเมือง" เพื่อรองรับธุรกิจ E-Commerce ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น เพื่อส่งเสริมการบริการจัดส่งสินค้าในช่วงสุดท้ายให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
ส่วน โครงการระยะที่ 2 คณะวิจัยได้นำความรู้และสิ่งที่ค้นพบดังกล่าวมาต่อยอดแนวคิดของการทำให้เกิด CDC ผนวกกับการสร้างแพลตฟอร์มร่วมขน Joint Delivery System (JDS) จะสามารถสร้างระบบเครือข่ายใหม่ในโซ่อุปทานการขนส่งในเขตเมืองและปริมณฑลได้ โดย CDC จะเป็นศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ แปรผันตามขนาดชุมชนในเขตเมือง และทำหน้าที่รวบรวมและกระจายสินค้าภายในพื้นที่ ให้สามารถลดการขนส่ง เคลื่อนย้ายที่ไม่จำเป็น มีการร่วมขนของผู้ประกอบการ ช่วยให้ลดจำนวนเที่ยวรถในการขนส่งและลดจำนวนรถเที่ยวเปล่า ส่งผลให้ลดมลพิษที่เกิดจากการขนส่งลงได้ นอกจากนี้ CDC ที่มีขนาดเล็กในเมืองยังสามารถใช้รองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วของโลจิสติกส์ E-Commerce และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันกับต่างชาติได้ เพื่อเป็นการกำหนดแนวทางระบบการจัดการโลจิสติกส์ในภาคการขนส่งสินค้าที่มีประสิทธิภาพในอนาคต และพัฒนาขับเคลื่อนให้กรุงเทพฯ และปริมณฑลก้าวสู่การเป็น "มหานครแห่งเอเชีย"
โครงการจะนำผลวิจัยไปประยุกต์ใช้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการวางแผนโครงสร้างพื้นฐาน เครือข่ายระบบ และความร่วมมือกันขนส่งสินค้า ผลงานวิจัยชิ้นนี้มิได้เพียงทำให้ระบบโลจิสติกส์ในเขตเมืองมีประสิทธิภาพ แต่ยังสามารถลดจำนวนรถในการขนส่ง ส่งผลให้เกิดการลดมลพิษในเขตเมือง พร้อมทั้งยกระดับศักยภาพในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยอีกด้วย
National ITMX จับมือพันธมิตรชั้นนำ เปิดเวที Hackathon "Hack to the Max Season 2" ผลักดันคนรุ่นใหม่ ปั้นไอเดียพลิกโฉมอนาคตการเงินไทย
ไทยโคเซ็น แฟร์ 2023 มิติใหม่ของการผลิตวิศวกรพันธุ์ใหม่ ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
ชวนไปงาน "ไทยโคเซ็น แฟร์ 2023" มิติใหม่การศึกษา เชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรม
CEA จับมือ 12 สถาบันการศึกษา พัฒนาบุคลากรสู่อุตสาหกรรมคอนเทนต์อย่างมืออาชีพ
วช. ร่วมกับ 7 หน่วยงาน ลงนามข้อตกลงการดำเนินงาน "TAIST-Tokyo Tech Implementation Agreement"
สจล. ชูความสำเร็จ "KMITL Open House 2026: From Lab to Life" ตอกย้ำการเรียนรู้สู่โลกจริง
สจล. ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับบริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด
สจล. ร่วมแสดงศักยภาพด้านนวัตกรรมดิจิทัล ในงาน " One Stop Open House 2026" พร้อมให้ข้อมูลหลักสูตรและแนวทางการศึกษาต่อ
สจล.ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ต่อยอดงานวิจัยอากาศยานแห่งอนาคต พร้อมดันนักศึกษาทำงานได้จริงในระดับนานาชาติ ที่งาน Singapore Airshow 2026