สทนช.แจงปล่อยปลาลงโขงฟื้นระบบนิเวศน์ ยึดหลักวิชาการ โต้ดึงมวลชนหนุนสร้างเขื่อน

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

สทนช.แจงปล่อยปลาฟื้นระบบนิเวศน์น้ำโขงตามหลักวิชาการ ไม่มีเอี่ยวหนุนสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขง ยันยึดเป้าหมายป้องผลประโยชน์ประเทศทุกเวทีเจรจา

สทนช.แจงปล่อยปลาลงโขงฟื้นระบบนิเวศน์ ยึดหลักวิชาการ โต้ดึงมวลชนหนุนสร้างเขื่อน

ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ชี้แจงกรณีเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขงอีสานตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการจัดกิจกรรม"กำหนดเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำและพันธุ์พืชน้ำในแม่น้ำโขง" เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.63 ที่ผ่านมา ณ พื้นที่วังปลาบ้านปากมั่ง ต.หาดคำภีร์ อ.ปากชม จ.เลย ทั้งในประเด็นเรื่องการปล่อยปลาในฤดูหนาว ปลาจะไม่โต หรือหามวลชนเพื่อสนับสนุนการสร้างเขื่อนปากชมนั้น สทนช.ขอขี้แจงว่า กิจกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นตามข้อเสนอโครงการนำร่องของชุมชนในพื้นที่ 8 จังหวัดริมน้ำโขง สอดคล้องกับผลการศึกษากระทบและติดตามตรวจสอบผลกระทบข้ามพรมแดนจากโครงการไฟฟ้าพลังน้ำในแม่น้ำโขงสายประธาน โดยเฉพาะความเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศน์ในลำน้ำโขงที่รัฐบาลมีความห่วงใยและพยายามที่จะป้องกันผลกระทบอย่างรอบด้านทั้งแผนระดับพื้นที่ควบคู่กับการผลักดันในเชิงนโยบายและระดับนานาชาติ ซึ่งกิจกรรมนึ้ถือเป็นหนึ่งในแผนระดับพื้นที่เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงแม่น้ำโขงที่เป็นปัญหาเร่งด่วน คือ การอนุรักษ์พันธุ์ปลาและพันธุ์พืชในแม่น้ำโขง โดยเน้นสร้างความเข้มแข็งให้เครือข่ายภาคประชาสังคมในพื้นที่ 8 จังหวัดริมน้ำโขง ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และฟื้นฟูระบบนิเวศในแม่น้ำโขงให้ยั่งยืน โดยเครือข่ายภาคประชาสังคมเป็นผู้วางแผน ขับเคลื่อนหลัก และหน่วยงานรัฐเป็นเพียงผู้หน่วยสนับสนุนทางวิชาการ และงบประมาณ อาทิ การกำหนดพื้นที่ชนิดพันธุ์สัตว์น้ำ พื้นที่ปล่อยสัตว์ต้องเป็นป่าบุ่งป่าทาม หรือแหล่งน้ำธรรมชาติ ไม่กีดขวางทางเรือสัญจร เป็นต้น รวมถึงการอนุบาลสัตว์น้ำก่อนปล่อยสู่ระบบนิเวศแม่น้ำโขง โดยเริ่มจัดเวทีประชาชนเพื่อกำหนดพื้นที่และกติกาการอนุรักษ์ตั้งแต่เดือน ก.ค.-ส.ค.2563 ตามความพร้อมของแต่ละจังหวัด และเริ่มจัดกิจกรรมเพื่อประกาศเป็นเขตอนุรักษ์ ตั้งแต่วันที่ 13 พ.ย.63 ที่ อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ เป็นจังหวัดแรก ต่อด้วย จ.อำนาจเจริญ อุบลราชธานี เชียงราย เลย นครพนม หนองคาย และมุกดาหาร จังหวัดสุดท้ายในวันที่ 17 ธ.ค.นี้

"การจัดกิจกรรมดังกล่าวไม่มีวาระแอบแฝง หรือสร้างมวลชนเพื่อสนับสนุนการสร้างเขื่อนแต่อย่างใด ขอยืนยันว่า สทนช.มีความพยายามและความจริงใจที่จะนำเสนอข้อคิดเห็น ข้อห่วงกังวลจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการสร้างเขื่อนในแม่น้ำสายประธาน ไปยังประเทศเจ้าของโครงการและบริษัทผู้ก่อสร้าง ซึ่งอย่างน้อยที่สุดหากมีการสร้างเขื่อนเกิดขึ้นจะต้องมีมาตรการรองรับที่ขัดเจนทั้งกับประชาชนในพื้นที่ ระบบนิเวศน์น้ำโขง และผลกระทบข้ามพรมแดน" ดร.สมเกียรติ กล่าว

ดร.สมเกียรติ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า สำหรับการขับเคลื่อนการป้องกันผลกระทบในแม่น้ำโขงในระดับนโยบายและระดับนานาชาตินั้น สทนช.ได้หยิบยกประเด็นข้อกังวลถึงผลกระทบต่างๆ ทั้งจากภาคราขการ และภาคประชาชน เสนอในเวทีการเจรจา 4 ประเทศลุ่มน้ำโขงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในเวทีประชุมคณะมนตรีคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงครั้งล่าสุด ไทยได้ผลักดันให้เกิดกองทุนเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำในแม่น้ำโขงสายประเทศให้เกิดผลชัดเจนเป็นรูปธรรมโดยเร็วด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะข้อกังวลกรณีโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสานะคาม สปป.ลาว สทนช.ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ในโอกาสลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการศึกษาแผนหลักแบบบูรณาการเพื่อบรรเทาอุทกภัยและภัยแล้งสำหรับพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยโมง-ลำพะเนียงและต้นน้ำพอง เมื่อวันที่ 8 - 9 ธ.ค.63 ที่ผ่านมาแล้ว สทนช.ยังได้นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ดูสภาพจริงของจุดก่อสร้างเขื่อนสานะคาม ซึ่งเป็นบริเวณโค้งน้ำสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนจากบนสกายวอร์ค อ.เชียงคาน จ.เลย ตามที่ฝ่ายไทยมีข้อห่วงกังวลเรื่องของพรมแดน และร้องขอให้ สปป.ลาว ให้ข้อมูลผลกระทบที่ข้ามพรมแดนและปัญหาเขตแดนที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยผ่านสำนักงานเลขาธิการคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRCs) ซึ่งหากยังไม่มีขัอมูลที่ชัดเจนได้ฝ่ายไทยก็ไม่สามารถดำเนินการจัดเวทีชี้แจงต่อผู้ส่วนได้ส่วนเสียภายในประเทศได้ตามระเบียบปฏิบัติคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง เรื่อง การแจ้ง การปรึกษาหารือล่วงหน้า และข้อตกลงโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสานะคาม สปป.ลาว (PNPCA) ได้


ข่าวสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ+สำนักงานทรัพยากรน้ำวันนี้

สทนช. จับมือเขื่อนภูมิพล ปรับลดการระบายน้ำบรรเทาท่วมภาคกลาง

สทนช. ประชุมด่วนวางแผนปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพล หลังคาดฝนภาคเหนือจะลดลงอย่างต่อเนื่อง เริ่มต้นวันพรุ่งนี้ จาก 55 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน เหลือ 50 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน และวันถัดไปปรับลดอีกเหลือ 45 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน เพื่อลดมวลน้ำที่ไหลลงสู่ภาคกลาง วันนี้ (15 พฤศจิกายน 2568) นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำและวางแผนการบริหารจัดการน้ำเขื่อนภูมิพล โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม ณ

สทนช. ระดมทุกหน่วยเดินหน้าคลี่คลายพื้นที่ท่วมขังหลังฝนตอนบนลดลง

เตรียมปรับลดการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา พร้อมจับตาฝนตกหนักต่อเนื่องภาคใต้ สทนช. หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เห็นชอบปรับลดการระบายน้ำเขื่อนสิริกิติ์ เหลือ 10 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน พร้อมเตรียมทยอยปรับลดการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อช่วย...

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ติ... เฝ้าระวังน้ำหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่ง และระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา — สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศพบว่า จะ...

สทนช. เปิดศูนย์ส่วนหน้าฯ "ลุ่มน้ำยม-น่าน" จับมือทุกหน่วย คุมจราจรน้ำจากเหนือสู่เจ้าพระยา เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน

สทนช. เปิดศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้า (ชั่วคราว) ในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยลุ่มน้ำยม-น่าน ระดมทุกหน่วยจัดการจราจรน้ำที่ไหลจากภาคเหนือก่อนลงสู่อ่าวไทย โดยไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ ...

สทนช. ติดตามการขุดลอกแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก พร้อมรับมืออุทกภัยปีนี้

สทนช. บูรณาการหน่วยงานประชุมศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าชั่วคราวฯ ลุ่มน้ำโขงเหนือ เร่งติดตามความก้าวหน้าการขุดลอกแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก การก่อสร้างพนังกั้นน้ำ และการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำ รับมืออุทกภัยปีนี้ พร้อมชู "จ....