นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจ FTI Poll ครั้งที่ 3 ในเดือนกุมภาพันธ์ ภายใต้หัวข้อ ความเชื่อมั่นต่อการบริหารจัดการวัคซีนในการยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 พบว่า ผู้บริหาร ส.อ.ท. มีความพึงพอใจต่อแผนการบริหารจัดการวัคซีนโควิดของภาครัฐอยู่ใน "ระดับปานกลาง" และมองว่าปัจจัยที่จะช่วยสนับสนุนให้แผนการกระจายวัคซีนโควิดให้แก่ประชาชนมีประสิทธิภาพ คือ การนำระบบดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการ ความร่วมมือจากภาคเอกชนในการบริหารจัดการ และความพร้อมของบุคลากร/สถานที่ในการฉีดวัคซีน นอกจากนี้ ยังมองว่า ภาครัฐควรออกมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจต่อเนื่องหลังจากการฉีดวัคซีนตามแผนแล้ว อาทิ มาตรการกระตุ้นการบริโภคในประเทศ มาตรการช่วยเหลือ/สนับสนุนธุรกิจ SME และการส่งเสริมการท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่มีพาสปอร์ตวัคซีน (Vaccine Passport) เป็นต้น
จากการสำรวจผู้บริหาร ส.อ.ท. (CEO Survey) จำนวน 200 ท่าน ครอบคลุมผู้บริหารจาก 45 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 74 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด พบว่า ผู้บริหาร ส.อ.ท. ส่วนใหญ่มีความเชื่อมั่นต่อการบริหารจัดการวัคซีนในการยับยั้งการแพร่ระบาดโควิดของภาครัฐ อยู่ในระดับปานกลาง คิดเป็น ร้อยละ 61.0 รองลงมามีความเชื่อมั่นอยู่ในระดับมาก ร้อยละ 22.0 และความเชื่อมั่นอยู่ในระดับน้อย ร้อยละ 17.0 นอกจากนี้ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นว่าผู้บริหารส่วนใหญ่มีความพร้อมในการรับวัคซีนโควิดจากภาครัฐ แต่ยังคงมีความกังวลถึงผลข้างเคียงจากวัคซีน คิดเป็นร้อยละ 60.5 ขณะที่มีผู้บริหารที่มีความพร้อมและเชื่อมั่นในประสิทธิภาพของวัคซีน คิดเป็นร้อยละ 31.5 สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่ควรได้รับวัคซีนในลำดับถัดไปต่อจากบุคลากรทางการแพทย์/สาธารณสุขและบุคคลที่มีโรคประจำตัว พบว่า 3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 เจ้าหน้าที่ที่มีความเสี่ยงในการปฎิบัติงาน เช่น ตำรวจ อาสาสมัคร ฯลฯ ร้อยละ 73.5 อันดับ 2 แรงงานในภาคบริการ ร้อยละ 55.5 และอันดับ 3 กลุ่มผู้สูงอายุ ร้อยละ 54.5 โดยปัจจัยที่จะช่วยสนับสนุนให้แผนการกระจายวัคซีนโควิดให้แก่ประชาชนมีประสิทธิภาพ 3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 การนำระบบดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการ ร้อยละ 63.0 อันดับ 2 ความร่วมมือจากภาคเอกชนในการบริหารจัดการวัคซีน ร้อยละ 58 และอันดับ 3 ความพร้อมของบุคลากร/สถานที่ในการฉีดวัคซีน ร้อยละ 57.5
นอกจากนี้ FTI Poll ยังได้เจาะลึกไปถึงเรื่องการส่งเสริมให้เอกชนนำเข้าวัคซีนโควิดที่ได้ขึ้นทะเบียนกับ อย. แล้ว เพื่อนำเข้ามาใช้ในประเทศ พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 58.5 เห็นว่าภาครัฐควรส่งเสริมให้เอกชนนำเข้าวัคซีนมาใช้ในประเทศโดยมีเงื่อนไขเฉพาะภายใต้ระเบียบปฏิบัติของรัฐ รองลงมา ร้อยละ 34.0 ควรเป็นหน้าที่ของภาครัฐในการจัดหาและนำเข้าวัคซีน และเมื่อถามถึงความพร้อมของภาคเอกชนที่จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าวัคซีนโควิดให้แก่พนักงานในบริษัท พบว่า ร้อยละ 43.0 ภาคเอกชนสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายได้บางส่วน รองลงมา ร้อยละ 36.0 ยังต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนค่าใช้จ่าย ขณะที่ร้อยละ 21.0 สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายได้เอง
ในส่วนของมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดในกลุ่มผู้เดินทางเข้าประเทศ พบว่า ผู้บริหาร ส.อ.ท. ส่วนใหญ่ ร้อยละ 58.5 เห็นว่าภาครัฐควรนำมาตรการพาสปอร์ตวัคซีน (Vaccine Passport) มาใช้ควบคู่กับมาตรการกักตัว 14 วัน สำหรับกลุ่มผู้เดินทางเข้าประเทศ และรองลงมา ร้อยละ 35.0 อยากให้นำมาตรการพาสปอร์ตวัคซีน (Vaccine Passport) มาใช้ทดแทนมาตรการกักตัว 14 วัน
ทั้งนี้ ผู้บริหาร ส.อ.ท. ยังคงมองว่า ภาครัฐควรดำเนินมาตรการฟื้นฟูผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องหลังจากมีการฉีดวัคซีนโควิดตามแผนให้แก่ประชาชนแล้ว โดยพบว่า 3 อันดับแรกที่ ผู้บริหาร ส.อ.ท. อยากให้ภาครัฐดำเนินการ ได้แก่ อันดับที่ 1 มาตรการกระตุ้นการบริโภคในประเทศ ร้อยละ 67.5 อันดับที่ 2 มาตรการช่วยเหลือ/สนับสนุนธุรกิจ SME ร้อยละ 63.5 ขณะที่อันดับที่ 3 เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่มี Vaccine Passport ร้อยละ 61.0
ฮอนด้า คว้ารางวัลระดับ Platinum โครงการมาตรการองค์กรส่งเสริมความปลอดภัยทางถนนประจำปี 2568 ในงาน TAIA-AIC Traffic Safety Awards 2025
ปิยภูมิ ปักธง "Advance Design" พลิกเกมอัญมณีไทยสู่ตลาดโลก ยกระดับ Soft Power ฝีมือคนไทย สร้างมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจไทย
ส.อ.ท.-สภาหอการค้าฯ-สถาบันอาหาร เผยส่งออกอาหาร 2 เดือนแรกปี 69 ติดลบ 10.5% หั่นเป้าปีนี้เหลือ 1.4 ล้านล้านบาท หดตัว -7.3% จากพิษสงครามตะวันออกกลาง
มหิดลผนึกกำลัง 200 พันธมิตรธุรกิจ ชูโมเดล "MU Synergy: Real World Impact in Action" ขับเคลื่อน "อุตสาหกรรมแห่งอนาคต"
ส.อ.ท. จัดประชุมสามัญ แถลงผลงานปี 68 เดินหน้า "4GO" ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคต
บีโอไอพบ ส.อ.ท. เร่งขับเคลื่อน Made in Thailand ดัน Local Content เสริมจับคู่ธุรกิจ ยกระดับห่วงโซ่อุปทานไทย
อินฟอร์มา จัดงาน ProPak Asia Night เจาะลึกเศรษฐกิจและอนาคตอุตสาหกรรมอาหาร ประกาศทิศทาง ProPak Asia 2026 เชื่อมโยงระบบนิเวศธุรกิจ-อุตสาหกรรมโลก พร้อมขยายพื้นที่ ย้ายการจัดงานฯ สู่ อิมแพ็ค
อินฟอร์มา จัดงาน ProPak Asia Night เจาะลึกเศรษฐกิจและอนาคตอุตสาหกรรมอาหาร ประกาศทิศทาง ProPak Asia 2026 เชื่อมโยงระบบนิเวศธุรกิจ-อุตสาหกรรมโลก พร้อมขยายพื้นที่ ย้ายการจัดงานฯ สู่ อิมแพ็ค