อุตสาหกรรมอัญมณีไทยเร่งปรับเกม รับส่งออกหดตัว 20% ชูโมเดล "Selected Strategy" ดันงานแฟร์ไทยสู่เวทีสากล มั่นใจฝีมือช่างยังเหนืออาเซียน

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กลุ่มอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประเมินภาพรวมการส่งออกอัญมณีไทยช่วงต้นปี พบสัญญาณชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจโลก โดยมูลค่าการส่งออกปรับลดลงกว่า 20% ครอบคลุมทุกหมวดสินค้า ทั้งกลุ่มพลอยเจียระไน เครื่องประดับทอง เครื่องประดับเงิน และสินค้ากึ่งสำเร็จรูป สะท้อนแรงกดดันจากกำลังซื้อในตลาดหลัก โดยเฉพาะประเทศตะวันตกที่เผชิญภาวะเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม พร้อมแนะผู้ประกอบการเร่งปรับยุทธศาสตร์ มุ่งสร้างความแตกต่าง ยกระดับมาตรฐานสินค้า และพัฒนาแบรนด์ให้มีความเป็นสากล เพื่อรักษาฐานตลาดในระยะยาว

อุตสาหกรรมอัญมณีไทยเร่งปรับเกม รับส่งออกหดตัว 20% ชูโมเดล "Selected Strategy" ดันงานแฟร์ไทยสู่เวทีสากล มั่นใจฝีมือช่างยังเหนืออาเซียน

นายวิบูลย์ หงษ์ศรีจินดา รองประธานที่ปรึกษากลุ่มอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตัวเลขที่หดตัว 20% อาจยังไม่สะท้อนภาพรวมทั้งหมด เนื่องจากราคาโลหะมีค่าในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2568 ยังช่วยพยุงมูลค่าการส่งออกรวมไว้ ขณะที่ในเชิงปริมาณการผลิตและคำสั่งซื้อจริงลดลงมากกว่าที่ปรากฏอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนภาวะตลาดขาลงที่ต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว โดยแนวโน้มในช่วง 9 เดือนข้างหน้ายังอยู่ภายใต้ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก อัตราดอกเบี้ย และกำลังซื้อผู้บริโภค อุตสาหกรรมอัญมณีไทยเร่งปรับเกม รับส่งออกหดตัว 20% ชูโมเดล "Selected Strategy" ดันงานแฟร์ไทยสู่เวทีสากล มั่นใจฝีมือช่างยังเหนืออาเซียน

ทั้งนี้ โครงสร้างอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทยยังพึ่งพาแรงงานฝีมือสูงถึง 80-85% ของกระบวนการผลิต ตั้งแต่การขึ้นรูป การฝังพลอย ไปจนถึงการขัดเงาขั้นสุดท้าย ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับต้นทุนแรงงานค่อนข้างสูง ท่ามกลางสถานการณ์ที่คำสั่งซื้อชะลอตัว

เพื่อเร่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมให้ผ่านพ้นความผันผวนดังกล่าว ภาคอุตสาหกรรมเตรียมนำแนวคิด "Selected Strategy" มาใช้เป็นกรอบยุทธศาสตร์ในการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน โดยมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มมากกว่าการแข่งขันด้านปริมาณ พร้อมยกระดับมาตรฐานคุณภาพ และคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายทางการค้าอย่างชัดเจน เพื่อให้การเติบโตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

การจัดงาน JGAB 2026 ระหว่างวันที่ 22-25 เมษายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ถูกวางให้เป็นงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติอย่างเต็มรูปแบบ และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมทั้งระบบ โดยมุ่งสร้างแพลตฟอร์มกลางในการขยายเครือข่ายธุรกิจ เชื่อมโยงผู้ซื้อคุณภาพจากต่างประเทศ และยกระดับการจับคู่ธุรกิจให้เกิดผลเชิงพาณิชย์อย่างแท้จริง แนวทางดังกล่าวไม่เน้นจำนวนผู้เข้าชม แต่ให้ความสำคัญกับ "คุณภาพของผู้ซื้อ" และโอกาสทางการค้าที่ต่อยอดได้ในระยะยาว

หัวใจสำคัญของ Selected Strategy คือการผลักดันมาตรฐานสินค้าไปสู่ระดับ "No Return" หรือมาตรฐานที่สร้างความมั่นใจสูงสุดแก่ผู้ซื้อจนไม่เกิดการคืนสินค้า อาศัยการบูรณาการตั้งแต่กระบวนการผลิต การตรวจสอบคุณภาพ ไปจนถึงการสื่อสารแบรนด์อย่างมืออาชีพ เพื่อยกระดับภาพลักษณ์สินค้าไทยในตลาดโลก

นายวิบูลย์ ระบุเพิ่มเติมว่า ผู้ประกอบการที่ต้องการก้าวสู่เวที International Show จำเป็นต้องสร้างความแตกต่างอย่างชัดเจน สินค้าต้องมีเอกลักษณ์ ไม่ใช่แข่งขันด้านราคา แต่ต้องพร้อมพัฒนาดีไซน์ให้มีความเป็นสากล สอดคล้องกับรสนิยมผู้บริโภคในตลาดหลักอย่างยุโรปและสหรัฐอเมริกา

ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมควรใช้จุดแข็งด้านฝีมือช่างไทย ซึ่งมีความประณีตในขั้นตอนการตกแต่งขั้นสุดท้าย เป็นหัวใจของการสร้างมูลค่าเพิ่ม แม้ไทยจะมีข้อจำกัดด้านวัตถุดิบต้นน้ำ แต่ความเชี่ยวชาญด้านการผลิตและการควบคุมคุณภาพยังเป็นข้อได้เปรียบสำคัญเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งในอาเซียน

ในด้านการเตรียมความพร้อมเชิงระบบ ผู้จัดงาน JGAB จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการรับรู้ในระดับนานาชาติ โดยวางแผนประชาสัมพันธ์เชิงรุกล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 6 เดือน ผ่านการสื่อสารแบบบูรณาการทั้งสื่อดิจิทัล เครือข่ายพันธมิตรการค้า และฐานข้อมูลผู้ซื้อคุณภาพจากต่างประเทศ พร้อมผลักดันภาพลักษณ์ของงานในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เช่น สนามบินและศูนย์กลางธุรกิจ เพื่อเพิ่มการมองเห็นในระดับสากล

แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายยกระดับ JGAB ให้เป็นมากกว่างานแสดงสินค้า แต่เป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ในการรวมพลังผู้ประกอบการ ลดภาระการทำตลาดรายบุคคล และสร้างแรงขับเคลื่อนร่วมกันในการดึงดูดผู้ซื้อคุณภาพจากทั่วโลก

"การปรับตัวในช่วงเวลาที่ท้าทาย ไม่ใช่เพียงการรอให้ตลาดฟื้นตัว แต่คือการยกระดับมาตรฐานทั้งระบบ ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การตลาด ไปจนถึงการจัดงานแสดงสินค้า เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมอัญมณีไทยให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างมั่นคงบนเวทีเศรษฐกิจโลก"

ผู้ที่สนใจลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้า (Visitor Pre-Registration) ได้ที่เว็บไซต์งาน www.jewellerygemaseanbkk.com


ข่าวสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย+สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศวันนี้

"COSMOPROF CBE ASEAN 2026" ตอกย้ำเวทีความงามระดับโลก เปิดประตูธุรกิจสู่ตลาดอาเซียนที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย พร้อมด้วย นางสาวฟรานเชสกา โดนาติ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดระหว่างประเทศ ประจำภูมิภาคเอเชีย BolognaFiere Cosmoprof และ นางเกศมณี เลิศกิจจา รองประธาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย แถลงข่าวจัดงาน "Cosmoprof CBE ASEAN 2026" งานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมความงามระดับนานาชาติ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 26 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตอกย้ำบทบาทการเป็นเวทีศูนย์กลางธุรกิจความงามของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เชื่อม