ภายในงานประชุม 2021 Asia-Pacific Target Network Conference เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายริชาร์ด จิน ประธานสายผลิตภัณฑ์ใยแก้วนำแสงของหัวเว่ย กล่าวว่า การส่งสัญญาณผ่านใยแก้วนำแสงเป็นเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงานมากขึ้น โดยหัวเว่ยมีความมุ่งมั่นสร้างโครงข่ายใยแก้วนำแสงเต็มรูปแบบที่มีความอัจฉริยะ เปี่ยมประสิทธิภาพ และมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ ซึ่งถือเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล
ความต้องการใช้งานเครือข่ายที่มากขึ้น ส่งผลให้เกิดความต้องการใช้งานแบนด์วิดท์โครงข่ายที่สูงขึ้น
การติดตั้งโครงข่าย 5G ในวงกว้างส่งผลให้การใช้งานเครือข่ายสัญญาณแบบไร้สายสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว คาดว่าภายในปี พ.ศ. 2568 อัตราการใช้งานอินเทอร์เน็ตต่อเดือนโดยเฉลี่ยต่อผู้ใช้หนึ่งรายจะอยู่ที่ 28 GB ความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากนี้ทำให้ต้องมีโครงข่ายใยแก้วนำแสงอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อส่งมอบแบนด์วิดท์ที่สูงยิ่งขึ้นด้วย
ท่ามกลางสถานการณ์โรคระบาดนี้ ผู้คนเลือกที่จะเรียนออนไลน์หรือทำงานทางไกลมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น ทั่วโลกจึงมีการเร่งขยายการเดินสายใยแก้วนำแสงตรงไปยังที่พักอาศัย หรือ FTTH (Fiber to the Home) เพื่อมอบการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงระดับกิกะบิต และตอบสนองความต้องการแบนด์วิดท์ที่สูงขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน
ทั้งนี้ สำหรับธุรกิจองค์กร 85% ของบริการในภาคธุรกิจดังกล่าวจะปรับย้ายไปอยู่บนเทคโนโลยีคลาวด์แทน ซึ่งจำเป็นจะต้องมีการเชื่อมต่อคุณภาพสูงเพื่อเชื่อมระหว่างบริการนั้น ๆ กับเทคโนโลยีคลาวด์ ยิ่งไปกว่านั้น เทคโนโลยีในการรวมระบบเครือข่ายโทรศัพท์ที่ใช้ตามบ้านหรือสำนักงานเป็นหนึ่งเดียว (Fixed-mobile convergence หรือ FMC) ก็ยังกลายเป็นยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับผู้ให้บริการโทรคมนาคมที่เริ่มเปลี่ยนการให้บริการมาเป็นแบบ FMC มากขึ้นเรื่อย ๆ
โครงข่ายใยแก้วนำแสงเต็มรูปแบบ รองรับบริการต่าง ๆ ได้อย่างเต็มศักยภาพ
โครงข่ายใยแก้วนำแสงเต็มรูปแบบ ประกอบด้วยสองส่วนหลักคือ การเข้าถึงโครงข่ายผ่านใยแก้วนำแสงเพื่อเป็นรากฐานสำหรับการให้บริการที่หลากหลาย และการส่งสัญญาณผ่านใยแก้วนำแสงเต็มรูปแบบเพื่อเป็นรากฐานสำหรับยุคของคลาวด์ ทั้งนี้ นายริชาร์ด จิน ได้กล่าวว่า ในยุคดิจิทัลที่มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ โครงข่ายใยแก้วนำแสงเต็มรูปแบบเป็นพื้นฐานของทุกบริการ เพราะสามารถมอบช่องทางการเชื่อมต่อส่วนตัว (Private Line) และช่องสัญญาณแบบ 2C/2H คุณภาพสูง ซึ่งจะช่วยเพิ่มการเติบโตของรายได้ให้กับผู้ให้บริการโทรคมนาคมจากการส่งมอบบริการคุณภาพสูง นอกจากนี้ การรวมเทอร์มินัลเครือข่ายออพติคัล (Optical Line Terminal หรือ OLT) เข้ากับเครือข่ายออพติคัลทรานสปอร์ต (Optical Transport Network หรือ OTN) จะสามารถสร้างโครงข่ายใยแก้วนำแสงเต็มรูปแบบได้อย่างครบวงจร มอบการส่งสัญญาณแบบสเต็ปเดียว (one-hop) ได้ในระดับชั้นใยแก้วนำแสง ส่งประสบการณ์โครงข่ายได้อย่างเยี่ยมยอด พร้อมความหน่วงเพียง 1 มิลลิวินาทีเท่านั้น
ทั้งนี้ สำหรับตลาดบรอดแบนด์ภายในบ้านและองค์กรธุรกิจ กลุ่มผู้ให้บริการในเอเชีย แปซิฟิกจะได้รับโอกาสใหม่ ๆ อีก 3 แนวทางจากโครงข่ายใยแก้วนำแสงแบบระบุเป้าหมายที่ครอบคลุมอย่างเต็มรูปแบบ
การยกระดับความเร็วของแบนด์วิธจาก 100 Mbps สู่ 500 Mbps หรือแม้กระทั่ง 1 Gbps: ความครอบคลุมของเส้นใยแก้วนำแสงที่รวดเร็วและมีต้นทุนไม่สูงนั้นถือเป็นกุญแจสำคัญ ในประเทศฟิลิปปินส์ โซลูชัน AirPon ได้ถูกนำไปใช้เพื่อติดตั้งตัวควบคุมเครือข่ายเส้นใยแก้วนำแสง (Optical Line Terminal - OLT) ในไซต์เคลื่อนที่ เพื่อลดระยะทางการต่อเส้นใยแก้วนำแสงสู่บ้านของผู้ใช้ (Fiber to the Home - FTTH) พร้อมลดระยะเวลาการได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะเวลา 12 เดือน (TTM) ลงกว่า 70 % และยังทำให้ได้รับผลตอบแทนการลงทุน (Return of Investment - ROI) สั้นลงจาก 6 ปีเหลือแค่ 3 ปี
การยกระดับโครงข่าย: เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงภายในบ้านผ่านสายเคเบิลใยแก้วนำแสง (Fiber to the Room - FTTR) ทำให้สัญญาณ Wi - Fi ที่มีความเร็วระดับกิกะบิตสามารถครอบคลุมได้ทั่วพื้นที่ภายในบ้าน ในประเทศจีน มีที่อยู่อาศัยกว่า 70,000 แห่งนำโซลูชัน HomePON ไปใช้ ซึ่งทำให้อัตราการใช้ Wi-fi เพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่า อีกทั้งรายได้เฉลี่ยของผู้ให้บริการต่อลูกค้าหนึ่งคน (Average Revenue Per User - ARPU) ยังเพิ่มขึ้นกว่า 33 % อีกด้วย
การยกระดับการให้บริการ: การเร่งให้เกิดการให้บริการแบบต้นน้ำถึงปลายน้ำ (E2E หรือ End-to-End) สำหรับการให้บริการหลัก ๆ จะทำให้สามารถใช้โครงข่ายด้วยความหน่วงต่ำอย่างต่อเนื่องและส่งมอบประสบการณ์การใช้บริการที่ดีที่สุด ซึ่งทำให้ผู้ให้บริการเครือข่ายในรัสเซียสามารถเพิ่มรายได้เฉลี่ยของผู้ให้บริการต่อลูกค้าหนึ่งคนได้ถึง 10 ดอลลาร์สหรัฐ
นายริชาร์ด จิน กล่าวต่อว่า หัวเว่ยได้เปิดตัวโซลูชัน OptiX Supersite เสริมจากการรวมเทคโนโลยีเทอร์มินัลเครือข่าย ออพติคัล (Optical Line Terminal - OLT) เข้ากับเครือข่ายออพติคัลทรานสปอร์ต (Optical Transport Network - OTN) เพื่อสร้างโครงข่ายใยแก้วนำแสงแบบระบุเป้าหมายที่ครอบคลุมอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมการให้บริการแบบองค์กรถึงองค์กร (E2E) โดยโซลูชัน SuperSite นี้มีจุดเด่น 3 ประการด้วยกัน ประการแรกคือ การเข้าถึงอย่างมีประสิทธิภาพ (super access) ที่จะช่วยให้ไซต์ 1 ไซต์ครอบคลุมการให้บริการช่องสัญญาณทั้ง 2H/2B/2C ประการที่สอง สถาปัตยกรรมที่ช่วยให้เกิดความหน่วงในระดับมิลลิวินาที (ms) และประการที่สามคือ การขยายการให้บริการแบบใช้งานตามความต้องการ (on-demand) ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาในการส่งมอบบริการสู่ตลาด (TTM) ลงกว่า 90% รวมถึงทำให้โครงข่ายที่ระบุเป้าหมายนี้สามารถตอบโจทย์การใช้งานในอีก 10 ปีข้างหน้าได้อีกด้วย
Ai-First University: UTCC จับมือ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ยกระดับความมั่นคงแห่งชาติด้วย AI
SME D Bank จับมือ สคส. เดินหน้าโครงการ "SME Easy Privacy" ปั้น 10 เอสเอ็มอีต้นแบบ PDPA ยกระดับธุรกิจสู่เศรษฐกิจดิจิทัล
depa สสว. ไปรษณีย์ไทย และ Google Thailand ร่วมสนับสนุน Pantip MALL แพลตฟอร์มไทย ให้เป็นทางเลือก Marketplace ไทย ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
กรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินสายทั่วประเทศ ติดอาวุธ IP ให้คนไทย พร้อมเปิดคลังความรู้ออนไลน์ เสริมกลยุทธ์สร้างแต้มต่อธุรกิจยุคใหม่ เข้าถึงง่าย ครบวงจร
JARTON เข้าร่วมโครงการ "Smart Living, Better Living" ต่อยอด OTOD Smart Living
กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เดินหน้า SkillGift ต่อเนื่อง จับมือ Conicle มอบ 10,000 สิทธิ์อบรมออนไลน์ฟรี! รับมือโลกงานยุค AI
ใบปอ-วรัญญา หอมจันทึก คว้ามงกุฏ Miss Motor Show ประจำปี 2026 สง่างามสมการรอคอยในรอบ 6ปี สานต่อตำนานเวทีเกียรติยศงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47
หัวเว่ย คลาวด์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านดาต้าและ AI ในประเทศไทย เสริมศักยภาพสถาบันการเงินด้วยนวัตกรรมฐานข้อมูลคลาวด์เนทีฟ
วิศวะหอการค้าไทย เปิด Big Project ปั้นกำลังคน Data Center รุ่นใหม่ รองรับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระดับสากล ยกระดับ Tech ไทยสู่อนาคต