เพราะฟันคือมือของสุนัข

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

สำหรับน้องหมา ฟันนอกจากจะมีไว้สำหรับบดเคี้ยวอาหารแล้ว ยังมีอีกหน้าที่หนึ่งที่สำคัญและจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของน้องหมาเป็นอย่างมาก ดังนั้นเราจึงเชิญคุณหมอเศกรินทร์ หรือ อ.ดร.น.สพ.เศกรินทร์ พลอยเพ็ชร์ อาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์คลินิกและการสาธารณสุข คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มาแชร์ความรู้เกี่ยวกับหน้าที่ของฟันและวิธีการดูแลสุขภาพช่องปาก เพื่อป้องกันโรคที่อาจเกิดขึ้นกับเหงือกและฟันของเค้า

เพราะฟันคือมือของสุนัข

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าหน้าที่หลักของปากนั้นคือการใช้เพื่อเป็นทางเข้าของอาหาร มีฟันช่วยบดเคี้ยวอาหาร และมีน้ำลายไว้ย่อยอาหารกลุ่มไขมันและแป้ง แต่สำหรับน้องหมาเค้ายังใช้มากกว่านั้น เพราะเค้าจะใช้ ฟันและปากในการเรียนรู้สำรวจสิ่งต่างๆ รอบตัว คาบสิ่งของ และป้องกันตัว ง่ายๆ เลยน้องหมาใช้ฟันและปากเหมือนมือของคน อย่างที่คุณหมอเศกรินทร์ได้เล่าประสบการณ์เจอเจ้าของน้องหมาพาน้องมาให้หมอฉีดยาแก้แพ้ เจ้าของเล่าว่าพาน้องไปเดินเล่น น้องใช้จมูกดม ๆ เพื่อสำรวจตามทางก่อน และจากนั้นจึงใช้ปากงับๆ เพื่อสำรวจแบบละเอียดอีกที ซึ่งสำรวจไปสำรวจมา สิ่งที่น้องสำรวจคือคางคก ผลลัพธ์คือหน้าน้องตุ่ยจากพิษจนต้องพามาหาหมอเลยทีเดียว เพราะฟันคือมือของสุนัข

อย่างที่ได้เล่าไปว่าสุนัขใช้ฟันแทนมือ เพราะฉะนั้นการใช้ฟันในหน้าที่ที่หลากหลาย ทำให้ปัญหาที่เกี่ยวกับฟันและช่องปากมีโอกาสสูงที่จะเกิดขึ้น โดยคุณหมอเศกรินทร์แบ่งโรคที่พบบ่อยตามช่วงวัย ในสุนัขเด็กอายุ 3 ถึง 10 เดือน ส่วนมากมีสภาวะปากเหม็นเพราะเป็นช่วงผลัดเปลี่ยนชุดฟันน้ำนมเป็นฟันแท้ ซึ่งทางเจ้าของอาจจะปวดหัวได้อีกเรื่องคือการที่น้องคันฟัน จนกัดเฟอร์นิเจอร์ในบ้านพังก็เป็นได้ ส่วนสุนัขวัยรุ่นอายุ 1 ถึง 7 ปี จะเริ่มมีปัญหาเหงือกอักเสบและปัญหาฟันจากอุบัติเหตุต่างๆ เช่น ฟันหักและกระดูกกรามหัก ซึ่งในวัยนี้สุนัขพันธุ์เล็กก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคปริทันต์อีกด้วย ต่อเนื่องไปจนวัยชรา โรคปริทันต์ก็ยังเป็นโรคอันดับหนึ่งในช่องปากที่สุนัขวัยนี้พบ โดยจะทำให้เขาเจ็บปวดและทานอาหารไม่ได้ และอีกโรครุนแรงที่วัยชราตรวจพบบ่อยคือเนื้องอกและมะเร็งในช่องปาก

สาเหตุของโรคช่องปาก อย่างโรคเหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ คือการดูแลความสะอาดไม่ดีทำให้เกิดคราบแบคทีเรีย (plaque) บนฟัน ถ้าไม่ได้รับการกำจัดครบแบคทีเรียก็จะก่อให้เกิดหินปูนสะสมบนฟันตามมา และในที่สุดน้องหมาจะเป็นโรคเหงือกอักเสบ และรุนแรงมากขึ้นจนเป็นโรคปริทันต์ ซึ่งโรคนี้ทำให้น้องหมามีอาการเจ็บปวด ทานอาหารได้น้อยลง ซึม และทำกิจกรรมได้น้อยลง สังเกตได้จากอาการภายนอกอย่างการปูดบวมบนใบหน้า น้ำลายไหลเยอะเกินปกติ มีเลือดออก หรือในปากมีหินปูนเกาะจำนวนมากและเหงือกสีแดงผิดปกติ อาหารเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะฟันของเขาเริ่มคลอนจากการที่กระดูกเบ้าฟันผุกร่อนและสลายไปจากการติดเชื้อแบคทีเรียใต้เหงือก เป็นบ่อเกิดของโรคที่รักษาไม่หายตามมา เช่น ติดเชื้อแบคทีเรียบริเวณลิ้นหัวใจ โรคตับอักเสบ และโรคไต เนื่องจากใต้ฟันมีเส้นเลือดใหญ่ที่ทำให้เชื้อโรคเข้าสู่กระแสเลือดไปตามระบบต่างๆ ของร่างกายเมื่อเกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย

โรคเหงือกอักเสบและโรคปริทันต์สามารถป้องกันได้ โดยการหมั่นดูแลสุขภาพฟันและรักษาความสะอาด การแปรงฟันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะในปัจจุบันความหลากลายของอาหารสุนัขมีให้เจ้าของเลือกมากขึ้น อย่างอาหารเปียก น้ำซอส หรือขนมเลียต่างๆ ทำให้เจ้าของยิ่งต้องใส่ใจกับการแปรงฟันให้น้อง เพราะอาหารเหลวลักษณะนี้ก่อให้เกิดคราบแบคทีเรีย (plaque) ได้ง่ายซึ่งเป็นสาเหตุของโรคดังกล่าว โดยคุณหมอแนะนำให้เริ่มพฤติกรรมการแปรงฟันตั้งแต่น้องยังเด็กประมาณ 3 - 4 เดือน โดยเริ่มจากการใช้ยาสีฟันรสที่น้องชอบ อาจจะให้น้องชิมก่อน และใช้มือถูทั่วๆ ฟัน จากนั้นค่อนเปลี่ยนเป็นผ้าหรือแปรงเมื่อชิน จริงๆ แล้วเจ้าของควรแปรงให้น้องทุกวัน หรืออย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 ครั้ง ซึ่งการดูแลความสะอาดบ่อยๆ นั้น ก็เหมือนกับการตรวจความผิดปกติภายในช่องปากเบื้องต้นไปในตัว

คุณหมอเศกรินทร์ยังเสริมอีกว่า สำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่น้องไม่ยอมให้แปรงฟันก็สามารถทำความสะอาดฟันได้ในทางอื่น อย่างการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ช่วยทำความสะอาดฟัน ทั้ง ขนมขัดฟัน และส่วนที่ง่ายที่สุดคืออาหาร สุนัขที่ทานอาหารเม็ดจะมีครบหินปูนน้อยกว่าหรือเกิดช้ากว่าสุนัขที่ทานอาหารเปียก ส่วนขนมขัดฟันเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าน้องหมาชอบ วิธีการเลือกคือต้องอย่าแข็งเกินไป เพราะถ้าแข็งเกินไปฟันของน้องอาจจะแตกได้ คุณหมอทิ้งท้ายไว้อีกว่า "การเลือกอาหารและขนมที่ดีต่อสุขภาพทั้งช่องปากและร่างกาย แล้วก็เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆตามท้องตลาดร่วมด้วย เท่านี้จะทำให้สุนัขของเจ้าของทุกท่านมีสุขภาพช่องปากดี มีกลิ่นหอมแน่นอนครับ"

ทั้งนี้ สพ.ญ.วธุวรรณ พฤกษนันต์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารวิชาการสัตว์เลี้ยง มาร์ส ไทยแลนด์ อิงค์ ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า "การดูแลช่องปากและฟันของสุนัขเป็นสิ่งที่สำคัญเพื่อป้องกันโรคทางที่เกี่ยวข้องกับช่องปาก ด้วยเหตุนี้สัตวแพทย์และสถาบันวิจัยโภชนาการและการดูแลสัตว์เลี้ยงชั้นนำวอลแธม (Waltham Research) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยภายใต้มาร์ส เพ็ทแคร์ ได้คิดค้นขนมขัดฟันที่เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงหลายหลายขนาดและสายพันธุ์"

เกี่ยวกับเพดดิกรี(R)
เพดดีกรี(R) เป็นตราสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงที่อยู่ภายใต้กลุ่มธุรกิจ มาร์ส เพ็ทแคร์ จากประสบการณ์ผลิตอาหารมากกว่า 80 ปี
เพดดีกรี(R) มุ่งเน้นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพที่ดีและประโยชน์ที่ครบถ้วนเพื่อให้สุนัขทุกสายพันธุ์และทุกช่วงวัยได้มีความสุขและสุขภาพที่ดีในทุกวัน ท่านสามารถหาข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ https://www.pedigree.co.th

เกี่ยวกับ มาร์ส ไทยแลนด์ อิงค์
มาร์ส ไทยแลนด์ อิงค์ เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มธุรกิจ มาร์ส เพ็ทแคร์ มีสำนักงานใหญ่อยู่ ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และมีผู้ร่วมงานกว่า 85,000 คนทั่วโลก โดยดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอาหารสัตว์เลี้ยงอันดับต้นๆ ของโลก และเป็นเจ้าของตราสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงชั้นนำของโลก อาทิ PEDIGREE(R) WHISKAS(R) IAMS(R) CESAR(R) SHEBA(R)TEMPTATIONS(R) เป็นต้น
ด้วยความเชื่อว่าสัตว์เลี้ยงทำให้โลกของเราน่าอยู่ขึ้น ในปัจจุบัน มาร์ส ไทยแลนด์ อิงค์ ได้ดำเนินโครงการ Better Cities for PetsTM จากแรงบันดาลใจและความมุ่งมั่น "เพื่อโลกที่ดีกว่าสำหรับสัตว์เลี้ยงTM" ท่านสามารถทำความรู้จักกับ มาร์ส ให้มากขึ้น ได้ที่ https://www.mars.com/

เกี่ยวกับสถาบันวิทยาศาสตร์การดูแลสัตว์เลี้ยงวอลแธม (Waltham Pet Care Science Institute)
สถาบันวิทยาศาสตร์การดูแลสัตว์เลี้ยงวอลแธม เป็นหน่วยงานวิทยาศาสตร์ภายใต้กลุ่มธุรกิจ มาร์ส เพ็ทแคร์ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่มณฑลเลสเตอร์เชียร์ ประเทศอังกฤษ โดยสถาบันดังกล่าวมุ่งเน้นทำงานวิจัยเกี่ยวกับโภชนาการ พฤติกรรม และสุขภาพเชิงป้องกันของสัตว์เลี้ยง ปัจจุบันมีผลวิจัยตีพิมพ์เผยแพร่มากกว่า 1,700 ฉบับ ซึ่งรวมถึงรายงานการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ผ่านการพิจารณาและยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญแล้วกว่า 600 ฉบับ สถาบันวิทยาศาสตร์การดูแลสัตว์เลี้ยงวอลแธมยังคงทำงานร่วมกับสถาบันวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลกเพื่อขับเคลื่อนบรรลุวัตถุประสงค์หลัก "เพื่อโลกที่ดีกว่าสำหรับสัตว์เลี้ยงTM" ท่านสามารถทำความรู้จักกับสถาบันวิทยาศาสตร์การดูแลสัตว์เลี้ยงวอลแธม ให้มากขึ้นได้ที่ https://www.waltham.com/


ข่าวสถาบันวิทยาศาสตร์+มหาวิทยาลัยมหิดลวันนี้

NSM จับมือ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล ม.บูรพา เปิดโครงการ "Research Show by Naturalist 2026" จุดประกายแรงบันดาลใจจาก 24 นักวิจัยด้านธรรมชาติวิทยา

ดร.กรรณิการ์ เฉิน รองผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย ดร.บัลลังก์ เนื่องแสง ผู้อำนวยการสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา พร้อมนักวิจัยร่วมเปิดตัวโครงการ Research show by Naturalist 2026 จัดเต็มความพิเศษ 2 ห้อข้อ กับ "Nature Wonders : ธรรมชาติน่าทึ่ง" และ "See Through Sea : มองทะลุท้องทะเล" ที่ชวนเจาะลึกเรื่องราวนักธรรมชาติวิทยา NSM และนักวิจัยจากสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มาถ่ายทอดประสบการณ์และสร้าง

นางพจมาน ท่าจีน รองอธิบดี รักษาราชการแทนอ... กรมวิทย์ฯ บริการ นำทีมนักวิทย์ ยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์ จังหวัดนครพนม — นางพจมาน ท่าจีน รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ นำทีมผู...

บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ส... เอสโซ่ สนับสนุนโครงการบริหารจัดการขยะชุมชนบ้านแหลมฉบังและชุมชนหาดวอนนภา จ. ชลบุรี — บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สนับสนุน "โครงการการบริหารจัดก...