"ผื่นลมพิษ" โรคกวนใจของใครหลายคน

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

"ผื่นลมพิษ" โรคกวนใจของใครหลายคน

"ผื่นลมพิษ" โรคกวนใจของใครหลายคน

"ลมพิษ" เป็นอีกหนึ่งโรคที่อยู่ใกล้ตัวเรามาก เพราะสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาแม้จะเป็นโรคที่ไม่ร้ายแรงมากนัก แต่ก็สร้างความรำคาญใจให้กับผู้ป่วยได้ไม่น้อยเลย ทั้งในด้านบุคลิกภาพ ความสวยงาม การทำงาน รวมถึงการใช้ชีวิตประจำวัน

ลมพิษเป็นโรคที่ทุกเพศทุกวัยสามารถเป็นได้ เกิดจากร่างกายมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อตัวกระตุ้น ทำให้ผิวหนังเกิดเป็นผื่นหรือปื้นนูนแดง ไม่มีขุย มีขนาดตั้งแต่ 0.5-10 ซม.กระจายตามร่างกายอย่างรวดเร็ว มีอาการคันบริเวณที่มีผื่นขึ้น โดยทั่วไปผื่นจะอยู่ไม่เกิน 24 ชั่วโมง แล้วผื่นนั้นก็จะราบไปโดยไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ แต่ก็สามารถมีผื่นใหม่ขึ้นที่อื่นๆ ได้บางคนอาจริมฝีปากบวม ตาบวม หรือถ้าเป็นรุนแรงมากอาจมีอาการปวดท้อง แน่นจมูก หายใจไม่สะดวก หอบหืด เป็นลมจากความดันโลหิตต่ำได้

ซึ่งคนส่วนใหญ่มักไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าตัวเองนั้นแพ้อะไร อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันในปัจจุบัน ก็อาจเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคลมพิษได้เช่นกันโรคนี้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่

  1. โรคลมพิษชนิดเฉียบพลัน (Acute urticaria) จะมีอาการผื่นลมพิษต่อเนื่องกันไม่เกิน 6 สัปดาห์ ส่วนใหญ่จะมีสาเหตุมาจากการแพ้ เช่น แพ้อาหาร แพ้ยา การติดเชื้อในร่างกาย แมลงสัตว์กัดต่อย ฯลฯ อย่างไรก็ตามอาจไม่พบสาเหตุได้ถึง 50% ของผู้ที่เป็นลมพิษเฉียบพลัน
  2. โรคลมพิษชนิดเรื้อรัง (Chronic urticaria) จะมีอาการผื่นลมพิษเป็นๆหายๆ อย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์ต่อเนื่องกันนานเกิน 6 สัปดาห์ขึ้นไป มีทั้งชนิดที่ทราบสาเหตุกระตุ้น เช่น การติดเชื้อ ยา ระบบฮอร์โมน หรือเกิดจากปัจจัยทางกายภาพ และชนิดไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน ซึ่งมักจะเป็นความแปรปรวนภายในร่างกายเอง

ลมพิษเรื้อรัง อาจเป็นการแสดงของความผิดปกติหรือโรคที่แอบซ่อนอยู่ได้ เช่น ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ โรคภูมิแพ้ การติดเชื้อแอบแฝงต่างๆ แพทย์อาจทำการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม เพื่อค้นหาสาเหตุให้กับผู้ป่วย หากว่าตรวจหาโรคสำคัญที่อาจเป็นสาเหตุออกไปแล้ว ก็จะเข้ากลุ่มโรคลมพิษเรื้อรังที่ไม่ทราบสาเหตุ ผู้ป่วยควรช่วยสังเกต สิ่งกระตุ้นต่างๆ ที่ทำให้ลมพิษกำเริบ เช่น อุณหภูมิของอากาศ ความชื้น การเสียดสี แรงกดทับ อาหาร ยา อารมณ์เช่นความเครียด เวลาที่ลมพิษชอบขึ้นบ่อยๆ จะช่วยให้แพทย์ประเมินความรุนแรง และให้การรักษารวมถึงจัดยาให้ตรงกับช่วงเวลาที่ลมพิษจะกำเริบได้ดีขึ้น

** สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงโดยเฉพาะผู้ป่วยโรคลมพิษเฉียบพลัน ที่มีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก หรือมีภาวะความดันโลหิตต่ำ ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็วเพราะอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ส่วนการรักษานั้นจำเป็นต้องหาสาเหตุที่ทำให้เกิดลมพิษ เพื่อจะได้หลีกเลี่ยง ร่วมกับการกินยาหรือฉีดยา ซึ่งแพทย์จะพิจารณารักษาตามอาการของผู้ป่วยแต่ละรายไป รวมถึงการปฏิบัติตัวเพื่อบรรเทาอาการด้วยการไม่แกะเกาผิวหนัง และทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดแต่อย่างไรก็ตามผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการเรื้อรังต่อเนื่องหลายปี ดังนั้นการรักษาภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อปรับยาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย จะช่วยให้ควบคุมอาการของโรคได้ดีขึ้น และทำให้คุณภาพชีวิตโดยรวมของผู้ป่วยดีขึ้นด้วย


ข่าวo:member+o:healวันนี้

โรงพยาบาลกระดูกและข้อ kdms ส่งต่อความห่วงใยให้ทุกครอบครัว ด้วยโปรแกรม "Senior Fitness Test" ฟรี! เช็กฟิต 6 ดัชนีชี้วัดความเสี่ยง ร่างกาย กุญแจสำคัญของอิสระในการใช้ชีวิต

อย่าปล่อยให้ "วัย" ขังเราไว้! เมื่อเข็มนาฬิกาของชีวิตก้าวผ่านเลข 60 หลายคนมักเข้าใจผิดคิดว่า "ความเสื่อม" คือเพื่อนสนิทที่ต้องจำใจยอมรับ แต่ในโลกของการแพทย์ยุคใหม่ ความเสื่อมหลายอย่างสามารถป้องกันและฟื้นฟูได้ หากเรา "รู้ทัน" ร่างกายของตัวเอง โรงพยาบาลกระดูกและข้อ kdms (ข้อดีมีสุข) พาไปเจาะลึกถึงภัยเงียบที่ผู้สูงวัยต้องเผชิญ และทำไมการทดสอบสมรรถภาพร่างกายจึงเป็น "กุญแจสำคัญ" ที่จะเปลี่ยนให้สูงวัยใจเกินร้อย! เดินได้คล่องเหมือนวันวาน "การล้ม" และ "ภาวะกล้ามเนื้อน้อย" ภัยที่ต้องตรวจจับ ล้มครั้งเดียว

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขเผยสถานการณ์อาก... เด็กเล็ก-หญิงตั้งครรภ์ เสี่ยงฮีทสโตรกช่วงอากาศร้อน แนะเฝ้าระวังใกล้ชิด ป้องกันอันตรายถึงชีวิต — กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขเผยสถานการณ์อากาศร้อนจัดส่งผลให้...

กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย เร่งยกระดับ... สธ. ห่วง กลุ่มเปราะบาง เข้มพื้นที่เสี่ยง PM2.5 เร่งขยาย "มุ้งสู้ฝุ่น-ห้องปลอดฝุ่น" ลดเสี่ยงป่วย — กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย เร่งยกระดับมาตรการดูแลสุขภ...

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เน้นย้ำเด็กอาย... กรมอนามัย แนะวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น จากเด็กเลือดกำเดาไหล — กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เน้นย้ำเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และเด็กที่มีโรคประจำตัว มีความเสี่ยงระคา...