สภาอาคารสีเขียว (World Green Building Council) ชี้ว่า 39% ของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศมาจากอุตสาหกรรมก่อสร้าง จากตัวเลขนี้ 28 % มาจากการใช้พลังงานในการควบคุมอุณหภูมิในอาคาร ส่วนอีก 11 % มาจากวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง แนะต้องเร่งเดินหน้าสู่ Green Building โดยนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาสร้างความยั่งยืน ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญจากอุตสาหกรรมยานยนต์ แนะว่านอกจากพลังงานสะอาดแล้ว ยังต้องใช้วัสดุที่ต้องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ในโอกาสครบรอบ 125 ปี กลุ่มบริษัทดาว (Dow) ซึ่งเป็นบริษัทวัสดุศาสตร์ (Materials Science) ชั้นนำด้านนวัตกรรมและความยั่งยืนได้จัดงานสัมมนา FAST TRACK to the NET ZERO เพื่อส่งเสริมนวัตกรรมที่สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยในช่วงของ Decarbonizing Development เพื่อมุ่งสู่เมืองและการขนส่งคาร์บอนต่ำ ได้มีผู้เชี่ยวชาญชั้นนำระดับประเทศมาเล่าถึงทิศทาง และนวัตกรรมใหม่ๆ ที่น่าสนใจมากมาย
เริ่มจากมุมมองของ รศ.ดร. สิงห์ อินทรชูโต หัวหน้าศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และหัวหน้าคณะที่ปรึกษาศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC) กล่าวถึงการสร้างเมืองในอนาคตต้องสามารถรองรับกับสภาวะโลกรวน (Climate Change) ด้วย โดยแนะนำกรอบ RESILIENCE FRAMEWORK สำหรับการพัฒนาเมืองในอนาคต ให้สอดรับการเปลี่ยนแปลง 3 ประการคือ 1 .ธรรมชาติ-สิ่งแวดล้อม 2.โครงสร้างพื้นฐาน 3.สังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งผู้บริหารเมืองและผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะต้องเตรียมพร้อมในการลดการปล่อยคาร์บอนและพัฒนาเมืองให้มีความยืดหยุ่นในการรับมือกับผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยในขณะเดียวกันภัยคุกคามก็นำมาสู่โอกาสใหม่ๆ ซึ่งเรากำลังต้องการนวัตกรรมที่จะมาตอบโจทย์
"ตอนนี้มีนวัตกรรมที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้กับอาคารมากมาย แต่หลายอย่างยังไม่เป็นที่รับรู้ในวงกว้าง หากมีการนำใช้มากขึ้นก็จะช่วยลดคาร์บอนได้มาก" รัฐเชษฐ์ ธีระธนาวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย กล่าว "ตัวอย่าง เช่น ปูนฉาบสำเร็จรูปซึ่งเมื่อใช้แทนปูนฉาบที่มีการผสมหน้างานจะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนที่เกิดจากการผลิตปูน เพราะมีการผสม "ทิคเคนเนอร์" ซึ่งสามารถลดปริมาณการใช้ปูนซิเมนต์ และยังช่วยเรื่องประหยัดเวลา ลดฝุ่นและลดของเหลือจากกระบวนการผสมปูนที่ไซต์ก่อสร้าง นอกจากนี้ เทคโนโลยีใหม่ อย่าง Ecoground(TM) ที่ใช้ปูพื้นสนามกีฬาให้คงทนกว่าเดิม ลดการซ่อมแซมและยังสามารถนำยางเก่าที่ไม่ใช้แล้ว เช่น พื้นรองเท้า ยางรถยนต์เก่ามาผสมเป็นวัสดุปูพื้นได้ หรือแม้แต่ ซิลิโคนยาแนวประสิทธิภาพสูงที่เป็นกลางทางคาร์บอน นอกจากไม่เพิ่มคาร์บอนฟุตพริ้นท์ให้อาคารยังช่วยประหยัดพลังงานในการควบคุมอุณหภูมิในอาคารได้ดีเยี่ยม เป็นต้น"
ขณะที่พูดถึงเมืองแห่งอนาคตย่อมขาดการคมนาคมขนส่งไปไม่ได้ ด้าน"ยานยนต์" ก็ถูกจัดอันดับเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่สร้างคาร์บอนไดออกไซด์ที่ทำให้โลกร้อนทั้งยังสร้างมลพิษทางอากาศและฝุ่น
ดร. นุวงศ์ ชลคุป กรรมการสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยให้ข้อมูลว่า "ในปี 2015 ทั่วโลกมีการใช้รถยนต์ประมาณ 1 พันล้านคัน ในจำนวนนี้มีรถยนต์ไฟฟ้าคิดเป็นเพียง 1 % เท่านั้น แต่ปัจจุบันจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าที่วิ่งอยู่บนท้องถนนมีประมาณ 10 ล้านคันทั่วโลก แสดงให้เห็นถึงกระแสของโลกที่กำลังสอดรับกับความหวังของรถ EV ที่จะมาแทนที่รถยนต์สันดาปภายในเพื่อลดมลพิษก้าวไปสู่ Net Zero ได้ทันปี 2050 สำหรับตัวเลขยานยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันพบว่า รถมอเตอร์ไซต์มีอัตราการเติบโตสูงถึง 44 % หรือคิดเป็น 260 ล้านคัน ส่วนรถยนต์นั่งไฟฟ้ามี 4 % หรือจำนวน 10 ล้านคัน และรถบรรทุก 1 % หรือ 4 แสนคัน"
โลแกนนาธาน เรวิแซงเกอร์ - Associate Technology and Business Development Director, Dow Southeast Asia กล่าวว่า "ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดถึงกระแสของยานยนต์ไฟฟ้าที่เริ่มจะมาแรงคือปัจจุบันมีสนามแข่งรถพลังงานไฟฟ้า Formula E ที่กำลังได้รับความนิยมไม่แพ้สนามแข่งรถดั้งเดิมแบบ Formula 1 แต่การเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สันดาปภายในไปสู่รถยนต์ไฟฟ้านั้น นอกจากเปลี่ยนพลังงาน ยังต้องอาศัยนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เน้นความยั่งยืน การใช้วัสดุก็ควรเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เน้นเรื่อง 4 R คือ Recycle Reuse Reduce และ R ที่ 4 ที่เพิ่มขึ้นคือ Retain หมายถึงความทนทาน ไม่ต้องเปลี่ยนอะไหล่บ่อย ๆ เป็นการช่วยประหยัดพลังงานมากขึ้น ทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกับวัสดุศาสตร์ทั้งสิ้น"
ทั้งนี้ โลแกนนาธาน ได้ยกตัวอย่างวัสดุศาสตร์ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุด อาทิ ซิลิโคน Gap Filler ซึ่งเป็นวัสดุที่ใส่ระหว่างช่องว่างของแบตเตอรี่ช่วยถ่ายเทความร้อนและป้องกันไม่ให้เกิดไฟไหม้จึงช่วยเพิ่มความปลอดภัย การทำโครงสร้างรถให้มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรง ด้วยการอัดโฟมโพลียูริเทนที่ขยายตัวได้ถึง 4,700% เข้าไปในโครงสร้างของรถ การใช้น้ำยางชนิดพิเศษพ่นเคลือบพื้นห้องโดยสารทดแทนการปูยางแผ่น ช่วยกันเสียงรบกวนได้ดีขึ้นโดยใช้วัสดุน้อยกว่าเพราะไม่มีรอยต่อ รถจึงมีน้ำหนักเบาลง ประหยัดพลังงานในการขับเคลื่อน อีกทั้งยังลดของเสียในโรงงานเพราะไม่ต้องตัดยางแผ่นตามขนาดรถแต่ละรุ่นอีกต่อไป
ผู้ที่สนใจสามารถรับชมบันทึกการบรรยายในหัวข้อ "Decarbonizing Development" จากงานสัมมนา FAST TRACK to the NET ZERO โดยกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ได้ที่ Live : FAST TRACK to the NET ZERO - YouTube
เบเยอร์ตอกย้ำผู้นำนวัตกรรมสีรักษ์โลก ร่วมลงนาม MOU กับเครือข่าย CECI ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน และ Net Zero Future
สีนวัตกรรมระดับโลก "นิปปอนเพนต์" ลงนามเข้าร่วมเครือข่าย CECI ขานรับเป้าหมายรวมพลังผลักดัน "เศรษฐกิจหมุนเวียน" ยกระดับ "อุตสาหกรรมก่อสร้าง"
สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยฯ จัดงานเสวนา "ปลดล็อกมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ สู่ทางรอดผู้รับเหมาไทยยุคน้ำมันแพง"
Dow ตอกย้ำผู้นำวัสดุ PU สำหรับหลังคาเมทัลชีท จัดสัมมนา "สูตรสำเร็จหลังคาพียู" ยกระดับมาตรฐานงานก่อสร้างไทย
STX ประกาศโรดแมป ชู 4 กลยุทธ์หลัก ขับเคลื่อนธุรกิจในปี 2569 เผยเหมืองใหม่ จ.เพชรบุรี เดินเครื่องผลิตเชิงพาณิชย์ได้ Q4 ปีนี้
STECH โชว์ Q1/69 โตแกร่ง กำไรโต 17.64% รายได้ทะลุ 734 ลบ. รับแรงหนุนงานในมือ - บริหารต้นทุนแข็งแกร่ง
CCP เปิดผลงาน Q1/69 รายได้ 435.13 ลบ. โต 14.94 % ดีมานด์คอนกรีต EEC-งานรัฐพุ่ง
เบเยอร์-ซีพี รีเทลลิงค์ คว้ารางวัล Product Innovation Awards 2026จาก "BegerShield GrapheneShield Innovation"
STX ปี 68 ทำกำไรกว่า 51 ลบ. รายได้อยู่ที่ 411.81 ลบ. แจกปันผลหุ้นละ 0.085 บาท ขึ้น XD 16 มี.ค.นี้ เผยเหมืองใหม่ จ.เพชรบุรี เดินเครื่องผลิตเชิงพาณิชย์ได้ Q2 ปีนี้ ปูทางโตระยะยาว