นางนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด หรือ SCBAM เปิดเผยว่า ภาพรวมการลงทุนในตราสารหนี้ปีนี้ มีแนวโน้มให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าปีที่ผ่านมา จากเศรษฐกิจโลกที่ยังเติบโตในระดับต่ำ รวมถึงการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ตั้งแต่มีนาคม 2565 ถึงปัจจุบัน มีอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ (Fed fund rate) อยู่ที่ร้อยละ 5.00 ถึง 5.25 จึงทำให้ระดับราคาของตราสารหนี้ปัจจุบันมีความน่าสนใจต่อการเข้าลงทุน อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางสหรัฐฯ เริ่มส่งสัญญาณชะลอการขึ้นดอกเบี้ย ทำให้ความร้อนแรงของภาวะเงินเฟ้อเริ่มลดลง แต่จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนี้ไปอีกระยะหนึ่ง และรอประเมินสถานการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ รวมถึงเสถียรภาพของระบบการเงินอีกครั้ง ทั้งนี้ หากเทียบส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ กับประเทศอื่นๆ ในปัจจุบันก็นับว่ายังอยู่ในระดับสูงมาก อาจส่งผลให้เกิดเงินทุนเคลื่อนย้ายไปลงทุนในสกุลเงินที่ได้อัตราดอกเบี้ยสูงกว่า ซึ่งจะหนุนให้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นโดยเปรียบเทียบกับสกุลเงินอื่น อย่างไรก็ตาม ตลาดทุนอาจยังมีปัจจัยลบอื่นที่เข้ามาส่งผลกระทบให้เกิดความผันผวนได้
บริษัทฯ จึงยังแนะนำให้กระจายความเสี่ยงการลงทุนกับสินทรัพย์ที่มีความผันผวนต่ำอย่างกลุ่มตราสารหนี้คุณภาพ จึงได้ออกแผนเสนอขายกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Short Term Bond 1YA (SCBSTB1YA) โดยมีนโยบายลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น ที่มีคุณภาพและมีความน่าเชื่อถือสูง เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่น่าสนใจจากการปรับตัวขึ้นของอัตราดอกเบี้ยในช่วงก่อนหน้านี้ โดยกองทุนมีการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) ความผันผวนของค่าเงินจากสกุลเงินเยนกลับสู่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งกองทุนจะมีโอกาสสร้างผลตอบแทนในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ สู่เงินบาท (USD/THB) โดยเริ่มเสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 8 - 17 พฤษภาคม 2566 ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 500 บาท กองทุนมีระยะเวลาการลงทุน 1 ปี
นางนันท์มนัสกล่าวเพิ่มเติมว่า "สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นระยะสั้นอายุ 1 ปี และป้องกันความเสี่ยงค่าเงินเยนกลับสู่ดอลลาร์สหรัฐฯ ให้ผลตอบแทนประมาณร้อยละ 5.10 ต่อปี ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (ที่มา Bloomberg; ณ วันที่ 30 เมษายน 2566) น่าสนใจกว่าการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะสั้น อายุ 1 ปี โดยตรงที่ให้ผลตอบแทนประมาณร้อยละ 4.50 ต่อปี (ที่มา Bloomberg; ณ วันที่ 30 เมษายน 2566)" ช่วงที่ผ่านมาธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ -0.1 และคงนโยบาย Yield Curve Control ในขณะที่ภาคเศรษฐกิจยังต้องรับมือผลกระทบจากเงินเฟ้อพื้นฐานที่ปรับสูงขึ้น ซึ่งคาดว่า BOJ อาจมีแนวโน้มการทบทวนนโยบายการเงินในภาพรวมครั้งใหม่ ที่อาจปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเพื่อพยายามควบคุมอัตราเงินเฟ้อ รวมถึงอาจปรับเปลี่ยนเป้าหมายหรือเลิกใช้ Yield Curve Control ในระยะถัดไป โดยแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการเงินดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผลตอบแทนของกองทุน"
บลจ. ไทยพาณิชย์ ปลื้มสุด! เสียงตอบรับสุดปัง กับ 2 กองทุนใหม่รับปีงู
BBLAM เสนอขาย IPO 'BP2/26(AI)' วันที่ 28-30 ม.ค. 2569
บลจ.กสิกรไทย เปิดศักราชความร่วมมือครั้งสำคัญ จับมือ 5 มหาวิทยาลัยปั้นเจนใหม่สู่ Global Investor
บลจ.อีสท์สปริง จ่ายปันผลกองหุ้นไทย "ES-EQDIV" 0.94 บาทต่อหน่วย รวมมูลค่ากว่า 43 ล้านบาท
บลจ.เกียรตินาคินภัทร ปั้น 2 กองทุนหุ้นยุโรป KKP EUROPE-H และ KKP EUROPE-UH คัดหุ้นคุณภาพพร้อมโอกาสเติบโตไปกับเศรษฐกิจยุโรป IPO วันที่ 21 - 29 มกราคมนี้
บลจ.ทิสโก้เพิ่มทุน TEMxCH เป็น 3,000 ล้านบาท ชี้ตลาดเกิดใหม่ไม่รวมจีนกำไรโตแกร่ง ราคาน่าสนใจ
บลจ. ไทยพาณิชย์ สานต่อความสำเร็จ เปิดกองทุนใหม่ SCBCR1YAE กับกลยุทธ์ลดความเสี่ยงขาดทุนเงินต้น
InnovestX จับมือ ChinaAMC เปิดตัว DR23 ใหม่ 2 หลักทรัพย์ "CN23" และ"CNSTAR5023" เสริมพอร์ตลงทุนจีน ครบทั้งเศรษฐกิจรากฐานและเทคโนโลยีแห่งอนาคต ในจังหวะมูลค่าน่าสนใจ
บลจ.อีสท์สปริง ประเดิมต้นปีจ่ายปันผล 2 กองหุ้นไทย "ES-JB25DIV และ ES-JBPDIV" รวมมูลค่ากว่า 52 ล้านบาท ดีเดย์ 16 ม.ค. 69 นี้