PROSPECT REIT เผย 5 ปัจจัยสำคัญผลักดันกองทรัสต์อุตสาหกรรมโตสวนกระแส

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจและสถานการณ์เงินเฟ้อ ประกอบกับความตึงเครียดเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่ก่อให้เกิดผลกระทบด้านต้นทุนและการผลิตหยุดชะงัก นำมาซึ่งความท้าทายสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจอย่างเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ดี ยังมีโอกาสที่สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อห่วงโซ่อุปทานและภาคอุตสาหกรรมของไทย

PROSPECT REIT เผย 5 ปัจจัยสำคัญผลักดันกองทรัสต์อุตสาหกรรมโตสวนกระแส

โดยเฉพาะช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา นักลงทุนหลายรายได้เห็นแล้วว่า กองทรัสต์อุตสาหกรรม (Industrial REIT) สามารถโตแกร่งฝ่าโควิด-19 ด้วยอานิสงค์ของธุรกิจ E-Commerce ต่อเนื่องมาจนถึงต้นปี 2566 ท่ามกลางแนวโน้มเศรษฐกิจที่จะยังคงผันผวนและไม่แน่นอน กองทรัสต์อุตสาหกรรมจะเดินหน้าเติบโตต่อได้อย่างไร PROSPECT REIT ได้เผย 5 ปัจจัยสำคัญผลักดันกองทรัสต์อุตสาหกรรมโตสวนกระแส PROSPECT REIT เผย 5 ปัจจัยสำคัญผลักดันกองทรัสต์อุตสาหกรรมโตสวนกระแส

  1. การเติบโตของภาคอุตสาหกรรม
    จากข้อมูลของ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ได้ประมาณการดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) คาดว่าปี 2566 ดัชนีภาคอุตสาหกรรมจะขยายตัวต่อเนื่อง อยู่ที่ 2.5-3.5% รับอานิสงค์การขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศและการท่องเที่ยวที่กลับมาดีขึ้น ส่งผลให้การผลิตในอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมเครื่องดื่มขยายตัวเป็นอย่างดี ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ผู้ประกอบการมองหาคลังสินค้าและโรงงานเพิ่มเติมเพื่อเสริมกำลังการผลิต รองรับการเติบโตทางธุรกิจ ซึ่งโมเดลการเช่าอาคารคลังสินค้าและโรงงาน ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถขยายธุรกิจได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
  2. อัตราค่าเช่าอาคารไม่เปลี่ยนแปลงตามความผันผวนทางเศรษฐกิจ
    ธุรกิจคลังสินค้าและโรงงานให้เช่ามีรายได้หลักมาจากค่าเช่าที่ได้รับเป็นประจำในแต่ละเดือน ทำให้ค่าเช่าไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะสำคัญตามสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป ทำให้ภาพรวมของกองทรัสต์อุตสาหกรรม (Industrial REIT) จากช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา จึงไม่ได้รับผลกระทบมากนักและยังสามารถจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนที่ดีอย่างสม่ำเสมอ โดยอัตราการจ่ายปันผลเฉลี่ยของกองทรัสต์อุตสาหกรรมจะอยู่ที่ประมาณ 6-8% ต่อปี ปัจจุบันแต่ละกองทรัสต์ ได้มีการนำทรัพย์สินศักยภาพสูงเข้าสู่กองทรัสต์กันอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายมูลค่าสินทรัพย์และสร้างการเติบโต
  3. ทำเลศักยภาพผลักดันการเติบโตระยะยาว
    การลงทุนในทรัพย์สินศักยภาพที่ตั้งอยู่บนทำเลยุทธศาสตร์โลจิสติกส์และอุตสาหกรรม เป็นอีกปัจจัยหลักในการวางรากฐานการเติบโตของกองทรัสต์อุตสาหกรรม โดยพื้นที่ยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมที่สำคัญของไทย ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ที่เชื่อมต่อการขนส่งและกระจายสินค้า ทั้งภายในและภายนอกประเทศ อาทิ สมุทรปราการ, อยุธยา, พื้นที่ EEC เป็นต้น
  4. นโยบายส่งเสริมการลงทุน หนุนผู้ประกอบการตั้งฐานการผลิตในไทย
    การเปิดประเทศหลังสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย เป็นจังหวะที่นักลงทุนต่างชาติเริ่มทยอยเข้ามาดูพื้นที่และอาคารคลังสินค้าและโรงงาน นอกจากทำเลที่ดีแล้วนั้น ปัจจัยด้านนโยบายการส่งเสริมการลงทุน และความตกลงการค้าเสรียังช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย ตัวเลขยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ ระบุว่า ปี 2565 มีมูลค่าขอรับการส่งเสริมการลงทุนสูงสุดตั้งแต่เกิดการระบาดของไวรัสโควิด กว่า 6.6 แสนล้านบาท ในอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน อุตสาหกรรมเกษตรและแปรรูปอาหาร อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ และอุตสาหกรรมดิจิทัล โดยอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และอุตสาหกรรมดิจิทัล เลือกไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญในภูมิภาค ขณะที่ยอดขอส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ขยายตัวอยู่ที่ 36% โดยจีนสูงสุด ตามด้วยญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้เจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมที่มีการสนับสนุนการลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ พื้นที่เขตปลอดอากร (Free Zone) ซึ่งโดดเด่นด้านสิทธิประโยชน์ทางภาษี สามารถใช้จุดนี้มาดึงดูดผู้ประกอบการที่ต้องพึ่งพาการนำเข้า-ส่งออกสินค้า ให้เข้ามาใช้พื้นที่เพิ่มมากขึ้น
  5. การยกระดับตลาดคลังสินค้าและโรงงานให้เช่า ด้วยรูปแบบอาคารและบริการที่หลากหลายตอบโจทย์ผู้เช่า
    จากความต้องการและการแข่งขันที่สูงขึ้น ทำให้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมต่างเร่งเครื่องพลิกโฉม อาคารให้มีความหลากหลายตอบโจทย์ผู้เช่า ไม่ว่าจะเป็นอาคารสร้างตามความต้องการ (Built to Suit) อาคารสำเร็จรูป (Ready Built) อาคารสร้างลักษณะพิเศษ เช่น คลังสินค้าแบบห้องเย็น (Cold Storage) ถังเก็บสารเคมี (Tank Farm) หรือแม้แต่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเป็นอาคารแบบ Smart Warehouse รวมถึงขนาดของอาคารที่ยืดหยุ่นต่อการใช้งาน และการให้บริการกับผู้เช่าที่มากขึ้น สนองความต้องการรอบด้าน ช่วยเพิ่มโอกาสดึงดูดนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุน เป็นผลดีต่อกองทรัสต์ในระยะยาว

สำหรับภาพรวมตลาดกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือ กอง REIT นางสาวอรอนงค์ ชัยธง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรอสเพค รีท แมเนจเมนท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ PROSPECT REIT ให้ความเห็นว่า "ปี 2566 เป็นปีที่มีทั้งโอกาสและความท้าทาย จากข้อมูลอัตราการเช่าของหลายกองทรัสต์ที่ประกาศออกมา มีการฟื้นตัวปรับเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งในกลุ่มกองทรัสต์อาคารศูนย์การค้า (Retail) กองทรัสต์โรงแรม (Hotel) กองทรัสต์สนามบิน (Airport) และกองทรัสต์ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม (Exhibition Center) ซึ่งได้รับผลเชิงบวกจากการเปิดประเทศแบบเต็มรูปแบบ และการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หลายประเทศเริ่มผ่อนคลายมาตรการด้านโควิด-19 ส่งผลให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น

สำหรับกองทรัสต์อุตสาหกรรม ที่ลงทุนในคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าปีนี้มีแนวโน้มเติบโตต่อ สืบเนื่องจากเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว โดยเฉพาะภาคส่งออกยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของประเทศ ซึ่งดีมานด์การใช้งานคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าจะเติบโตเกี่ยวเนื่องไปกับภาคการส่งออกในกลุ่มธุรกิจแปรรูปอาหาร ชิ้นส่วนประกอบและแบตเตอรี่รถยนต์ และธุรกิจผลิตบรรจุภัณฑ์ ที่กำลังมาแรงอยู่ในขณะนี้"

เส้นทางการเติบโตของกองทรัสต์ประเภทอุตสาหกรรม ยังสะท้อนได้จากแผนการเพิ่มทุนครั้งที่ 1 ของกองทรัสต์ PROSPECT REIT ซึ่ง ก.ล.ต. ได้อนุมัตินับหนึ่งไฟลิ่งไปเมื่อพฤศจิกายนปีที่แล้ว เพื่อลงทุนเพิ่มเติมในทรัพย์สินศักยภาพสูง จำนวน 2 โครงการ บนทำเลยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ของไทย ถนนเทพารักษ์ และ ถนนบางนา-ตราด กม. 19 พื้นที่เช่ารวมกว่า 70,129 ตร.ม. ครอบคลุมพื้นที่ในเขตอุตสาหกรรมทั่วไป และเขตปลอดอากร (Free Zone) มูลค่าลงทุนรวมไม่เกิน 1,800 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนภายในช่วงไตรมาสแรกปี 2566


ข่าวห่วงโซ่อุปทาน+ภาคอุตสาหกรรมวันนี้

Intelligent Asia Thailand 2026 พลิกโฉมงานแสดงเทคโนโลยีสู่แพลตฟอร์มเชิงกลยุทธ์ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม PCB และระบบอัตโนมัติของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บนเวทีโลก

บริษัท ยอร์คเกอร์ส เทรด แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง เซอร์วิส จำกัด ร่วมกับ บริษัท เมสเซ่ แฟรงค์เฟิร์ต (ฮ่องกง) จำกัด และ บริษัท จีเอ็มทีเอ็กซ์ จำกัด ประกาศความพร้อมจัดงาน Intelligent Asia Thailand 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 11-13 มีนาคม 2569 ณ ฮอลล์ 98 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากงาน Intelligent Asia ประเทศไต้หวัน โดยปีนี้กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ ยกระดับจากงานแสดงเทคโนโลยีสู่การเป็นแพลตฟอร์มเชิงกลยุทธ์ที่เชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรมเข้ากับห่วงโซ่อุปทานของเอเชียตะวันออก

Industry 4.0 แบบ "กินได้" ดร.ชนะ ภูมี นาย... TCMA ผนึกจังหวัดสระบุรี ยกระดับ "สระบุรีแซนด์บ็อกซ์" Industry 4.0 แบบ "กินได้" — Industry 4.0 แบบ "กินได้" ดร.ชนะ ภูมี นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (T...

ซีเมนส์ขยายความร่วมมือกับเอ็นวิเดีย เพื่อ... ซีเมนส์ เผยโฉมเทคโนโลยีเร่งการปฏิวัติ AI ในภาคอุตสาหกรรมที่งาน CES 2026 — ซีเมนส์ขยายความร่วมมือกับเอ็นวิเดีย เพื่อสร้างระบบปฏิบัติการ AI สำหรับภาคอุตสาหก...

บริษัท เมอแรนติ กรีน สตีล (ประเทศไทย) จำก... Meranti Green Steel รวมพลังผู้นำอุตสาหกรรมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เหล็กคาร์บอนต่ำของไทย — บริษัท เมอแรนติ กรีน สตีล (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งมีสำนักงานใหญ...

โดยนายศศธร ภาสภิญโญ กรรมการผู้จัดการ บริษ... "การบูรณาการขนส่งแบบผสมผสาน" นิมิตหมายใหม่ของประเทศไทยในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์อาเซียน — โดยนายศศธร ภาสภิญโญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฟดเอ็กซ์ ประเทศไทย ห่วง...