บมจ. บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค ผู้ผลิตและจำหน่ายยาแผนปัจจุบัน ยาสมุนไพร ยาสำหรับสัตว์ เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ พร้อมซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 21 มิ.ย. นี้ ด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 6,300 ล้านบาท โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ ว่า "BLC"
นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยินดีต้อนรับ บมจ. บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาด หลักทรัพย์ฯ ในกลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคและบริโภค หมวดของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์ โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า "BLC" ในวันที่ 21 มิถุนายน 2566
BLC ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยา ภายใต้เครื่องหมายการค้าทั้งหมด 485 ตราสินค้า แบ่งเป็น ประเภทยาแผนปัจจุบัน ประเภทยาสามัญ โดยเป็นยาที่มีตัวยาสำคัญเหมือนยาต้นแบบ หรือยาที่หมดอายุสิทธิบัตรแล้ว ภายใต้เครื่องหมายการค้า เช่น DiabeDerm, Glucosa, GASTRO BISMOL ผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพร เช่น Capsika, KACHANA, Plaivana ผลิตภัณฑ์ยาสำหรับสัตว์ เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ โดย BLC เริ่มตั้งแต่การออกแบบพัฒนาสูตรตำรับยาตามหลักการเภสัชกรรม และมีศูนย์วิจัย BLC เพื่อนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยเข้ามาประยุกต์ใช้ รวมทั้งวิจัยและพัฒนาต่อยอดเพิ่มคุณค่าผลิตภัณฑ์
BLC มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วหลัง IPO 300 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท เสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก จำนวนรวม 150 ล้านหุ้น ประกอบด้วยหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 120 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเดิมของ Viva Sonata Pte., Ltd. จำนวน 30 ล้านหุ้น โดยเสนอต่อบุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ลงทุนสถาบัน ผู้มีอุปการคุณ กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ของบริษัทและบริษัทย่อย ในระหว่างวันที่ 14 - 16 มิถุนายน 2566 ในราคาหุ้นละ 10.50 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 1,260 ล้านบาท และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 6,300 ล้านบาท โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นสามัญ
ภก. สุวิทย์ งามภูพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค เปิดเผยว่า บริษัทมีกลยุทธ์ในการประยุกต์ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยบริษัทมีแผนที่จะนำเงินระดมทุนส่วนใหญ่ไปก่อสร้างโรงงานผลิตยาอาคารใหม่ เพื่อช่วยเพิ่มกำลังการผลิตประมาณ 200% และลงทุนงานวิจัยและพัฒนายาสามัญใหม่ โดยมีเป้าหมายในการเพิ่มรายได้เป็น 2,000 ล้านบาทภายในปี 2569
BLC มีผู้ถือหุ้นใหญ่หลัง IPO คือ กลุ่มผู้ก่อตั้งได้แก่ ภก. สุวิทย์ งามภูพันธ์ และภรรยา น.ส. สุณิสา มงคลอารีย์พงษ์ ถือหุ้นรวม 37.2% นายสมชัย พิสพหุธาร ถือหุ้น 15% และนายศุภชัย สายบัว ถือหุ้น 3.8% โดยบริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิจากงบการเงินเฉพาะกิจการหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและเงินทุนสำรองตามกฎหมาย และข้อบังคับของบริษัทฯ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงาน ฐานะทางการเงิน แผนการขยายธุรกิจ และความเหมาะสมอื่น ๆ
ผู้ลงทุนและผู้สนใจ โปรดดูรายละเอียดจากหนังสือชี้ชวนของบริษัทที่เว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต. ที่ www.sec.or.th และข้อมูลทั่วไปของบริษัทที่ www.blcplc.com และที่ www.set.or.th
NL ประกาศคว้างานใหม่ 3 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 124.7 ลบ. ชูกลยุทธ์ผสมผสานทั้งงานก่อสร้างใหม่ งานปรับปรุงทุกประเภทและทุกขนาดโครงการ
PHAT นำเสนอข้อมูลออนไลน์ ก.ล.ต. - ตลท. เตรียมเข้าจดทะเบียน mai
PHAT นำเสนอข้อมูลออนไลน์ ก.ล.ต. - ตลท. เตรียมเข้าจดทะเบียน mai
PANEL เข้าร่วมโครงการ "JUMP+" ปักธงรายได้ปี 71 แตะระดับ 400 ลบ.
จีเอเบิล ขึ้นเครื่องหมาย XD 30 เมษายนนี้ ในอัตราหุ้นละ 0.32 บาทต่อหุ้น จ่ายปันผลในเดือนพฤษภาคม
"เมืองไทย แคปปิตอล" เข้าร่วม JUMP+ พร้อมกรอบแผน 3 ปี ยกระดับธรรมาภิบาล-ขับเคลื่อนธุรกิจเติบโตยั่งยืนสู่มาตรฐานโลก
PCE ชูแผน JUMP+ ยกระดับความสามารถในการทำกำไร และเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจอย่างยั่งยืน
SINGER เดินหน้า "JUMP+" ปลดล็อกการเติบโต ตั้งเป้ากำไร 1,100 ล้านบาท ภายในปี 2571 พลิกเกมธุรกิจสู่ยุค AI-Driven Network
ATLAS เปิดแผน JUMP+ ยกระดับองค์กร เพิ่มมูลค่าบริษัทฯ และขับเคลื่อนการเติบโตยั่งยืน