"ESG อยู่ใน DNA ของบางจากฯ เราผสาน ESG ไปในธุรกิจเพื่อสร้างความยั่งยืน" CEO กลุ่มบริษัทบางจากบรรยาย "The Great Remake: Always Ahead of the Curve" ในงานสัมมนา ESG: Game Changer #เปลี่ยนให้ทันโลก
นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รับเชิญเป็นผู้บรรยายในหัวข้อ "The Great Remake: Always Ahead of the Curve" ในฐานะผู้นำขององค์กรที่ดำเนินธุรกิจ โดยคำนึงถึงความยั่งยืนทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม สังคมและธรรมาภิบาลหรือ ESG มาตลอดระยะเวลาการดำเนินงานเกือบ 40 ปี โดยให้ความสำคัญกับการนำ ESG มาอยู่ในธุรกิจหรือการทำให้ ESG กลายเป็นธุรกิจเพื่อสร้างความยั่งยืน ในงานสัมมนา "ESG Game Changer #เปลี่ยนให้ทันโลก" จัดโดยหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ณ สามย่านมิตรทาวน์
นายชัยวัฒน์ ได้กล่าวถึงการนำ ESG มาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ เปรียบเสมือนเป็น DNA ของบางจากฯ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เกิดความยั่งยืน โดยยกตัวอย่างการดำเนินการต่าง ๆ ที่เป็น "รายแรก" ในประเทศไทย เช่น โครงการ "น้ำมันแลกข้าว" เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผ่านสหกรณ์การเกษตรในช่วงราคาข้าวตกต่ำและน้ำมันแพง ซึ่งได้มีการพัฒนาเป็นปั๊มสหกรณ์หรือปั๊มชุมชนแห่งแรกในปี2533 จนปัจจุบันมีปั๊มชุมชนกว่า 600 แห่งทั่วประเทศ เป็น Social Enterprise ที่สามารถยืนได้ด้วยตัวเอง หรือ การนำผลิตภัณฑ์ชุมชนมาเป็นของสมนาคุณลูกค้าสถานีบริการเพื่อช่วยสร้างความยั่งยืนของเศรษฐกิจชุมชน เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 และการเป็นผู้นำพลังงานทดแทนผลิตไบโอดีเซล เอทานอลจำหน่ายในสถานีบริการในปี 2548
เมื่อเข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน บางจากฯ ก็เป็นบริษัทไทยรายแรกที่ไปลงทุนเหมืองแร่ลิเทียมในทวีปอเมริกาใต้ผ่านบริษัทในสหรัฐอเมริกา และขยายธุรกิจพลังงานสะอาดผ่านบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) รวมถึงตั้งสถานีบริการน้ำมัน GEMS ต้นแบบด้านนวัตกรรมและสิ่งแวดล้อมมีระบบกักเก็บพลังงานและซื้อขายไฟฟ้าผ่านบล็อคเชน และเป็นหนึ่งในบริษัทแรก ๆ ของประเทศที่ประกาศเป้าหมาย Net Zero GHG Emissions ในค.ศ. 2050 ผ่านแผน BCP316 NET เมื่อปี 2563 นอกจากนี้ ยังได้สร้างระบบนิเวศต่าง ๆ สำหรับสังคมคาร์บอนต่ำ อาทิ บุกเบิกแพลตฟอร์มให้เช่ามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าพร้อมเครือข่ายสถานีบริการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ Winnonie จัดตั้ง Carbon Markets Club เพื่อส่งเสริมการซื้อขายคาร์บอนเครดิต ส่งเสริมองค์ความรู้เรื่อง Synthetic Biology ฯลฯ และล่าสุด ได้ก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) จากน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วรายแรกในประเทศไทย
โดยนายชัยวัฒน์ ได้ชี้ให้เห็นว่า SAF เป็นคำตอบสำคัญทั้งในด้านโอกาสทางธุรกิจและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากแนวโน้มความต้องการใช้น้ำมันในภาคขนส่งทางถนนทั่วโลกที่กำลังลดลง ในขณะที่ความต้องการในภาคการขนส่งทางน้ำและทางอากาศยังเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งมีคาดการณ์ว่า การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากอุตสาหกรรมการบินจะเพิ่มสูงขึ้นมาก ดังนั้น SAF จึงเป็นแนวทางสำคัญในการช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากภาคธุรกิจการบิน โดยนอกจากบางจากฯ จะเป็นผู้ผลิต SAF รายแรกของประเทศในระยะ 1-2 ปีข้างหน้าแล้ว ยังจะพัฒนาระบบลงทะเบียน Book and Claim หรือ ระบบจองและรับสิทธิ์โดยใช้บล็อคเชนผ่าน Carbon Markets Club เพื่อให้ผู้โดยสารสายการบินสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเดินทางทางอากาศผ่านการใช้ SAF ด้วย
"สำหรับการลงทุนเพื่อโลกและสังคม สิ่งสำคัญคือการหาธุรกิจที่สามารถตอบโจทย์ ผสาน ESG เข้าไปในธุรกิจและสร้างผลตอบแทนในระยะยาว ESG จึงจะอยู่ได้อย่างยั่งยืน" นายชัยวัฒน์กล่าวทิ้งท้าย
บางจากฯ ประกาศซื้อหุ้นบริษัท Chevron Hong Kong ขยายการลงทุนพลังงานในเอเชียแปซิฟิก เดินหน้ากลยุทธ์เติบโตสู่ตลาดต่างประเทศ
CEO กลุ่มบริษัทบางจาก ชี้ Energy Addition คือวิถีพลังงานโลก บนเวที Future of Energy Workshop โดย MIT - AIT
"ESG อยู่ใน DNA ของเรา: บางจากฯ ยังคงมุ่งมั่นดูแลสังคม ควบคู่ไปกับการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน"
2 โรงกลั่นน้ำมันบางจาก รวมพลังสู่ความเป็นเลิศ ในงาน Operational Excellence Day 2025
บางจากฯ เพิกถอนหุ้น BSRC แล้วเสร็จ พร้อมส่งหุ้นใหม่เข้าเทรด 12 ธันวาคม 68 เดินหน้า One Team พร้อมนำ Shared Services เสริมแกร่งโรงกลั่นและการตลาด
กลุ่มบริษัทบางจาก - ธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด ขยายความร่วมมือ ด้าน Trade Facilities สู่ BCPT FZCO ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
กลุ่มบริษัทบางจากเสริมความแข็งแกร่งธุรกิจการค้าน้ำมันในเวทีโลก เปิดสำนักงาน BCPT FZCO ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
CEO กลุ่มบริษัทบางจาก รับพระราชทานปริญญาวิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
บางจากฯ อนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืน เสริมความเชื่อมั่นผู้ถือหุ้น วงเงินรวม 3,800 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี เริ่ม 16 ธันวาคมนี้