Yili เผยปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคตรับวันนักลงทุนประจำปี 2566 สะท้อนความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องและการเปลี่ยนแปลงทั้งห่วงโซ่

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา Yili จัดงานวันนักลงทุน (Investor Day) ประจำปี 2566 และคณะผู้บริหารได้พบปะกับนักลงทุนและนักวิเคราะห์หลายร้อยคนจากสถาบันการลงทุนชั้นนำของโลกเพื่อการแลกเปลี่ยนเชิงลึก

Yili เผยปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคตรับวันนักลงทุนประจำปี 2566 สะท้อนความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องและการเปลี่ยนแปลงทั้งห่วงโซ่

คุณ Pan Gang ประธานบริหารของ Yili Group ระบุในการกล่าวสุนทรพจน์ของเขาว่า Yili จะยังคงเป็นผู้บุกเบิกซัพพลายเชนแบบใหม่ ผู้บุกเบิกทางดิจิทัล และผู้ปฏิบัติงานด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน ตลอดจนมีส่วนร่วมมากขึ้นและสร้างคุณค่ามากขึ้นให้กับผู้บริโภค นักลงทุน ไปจนถึงสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์ Yili เผยปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคตรับวันนักลงทุนประจำปี 2566 สะท้อนความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องและการเปลี่ยนแปลงทั้งห่วงโซ่

ในยุคหลังการระบาดของโควิด-19 ผลิตภัณฑ์ส่งเสริมสุขภาพที่สามารถสร้างประโยชน์แก่ประชากรทั้งหมดได้ จะกลายมาเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักในการพัฒนาผลิตภัณฑ์นม

Yili คือผู้บุกเบิกในภาคส่วนสุขภาพ โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Yili ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์โภชนาการส่งเสริมสุขภาพเช่น A2 ในปีนี้ บริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์นมส่งเสริมสุขภาพตัวแรกของโลกที่ดูแลระดับน้ำตาลในเลือดได้ และนมออร์แกนิกล้วนที่อุณหภูมิห้องชนิดแรกของโลกที่มีแลคโตเฟอร์ริน (Lactoferrin) แบบแอคทีฟ ทั้งยังมีผลิตภัณฑ์นมเพื่อสุขภาพรายการอื่น ๆ อีกมากมาย

การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ส่งเสริมสุขภาพใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เป็นผลจากแรงสนับสนุนและความก้าวหน้าด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีที่มุ่งไปข้างหน้าของ Yili ซึ่ง Yili เป็นบริษัทแรกที่ทลายกำแพงเทคโนโลยีและเพิ่มอัตราการเก็บรักษาแลคโตเฟอร์รินในนมบริสุทธิ์ที่อุณหภูมิห้องจาก 10% ขึ้นเป็นมากกว่า 90% นอกจากนี้ Yili ยังเริ่มการก่อสร้างโรงงานแลคโตเฟอร์รินในนิวซีแลนด์ และเมื่อโรงงานเสร็จสมบูรณ์และเริ่มดำเนินงานแล้ว Yili จะขึ้นแท่น 1 ใน 3 ผู้ผลิตแลคโตเฟอร์รินชั้นนำของโลก ซึ่งจะช่วยส่งเสริมอิทธิพลระดับโลกของ Yili ในอุตสาหกรรมนี้เป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ Yili กำลังก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องในแวดวงเทคโนโลยีล้ำสมัย ด้วยความหวังที่จะเปิดพื้นที่ใหม่เพื่อรองรับการเติบโต

ในการประชุมครั้งนี้ Yili ยังได้นำเสนอการพัฒนาและศักยภาพการเติบโตของผลิตภัณฑ์ทั้ง 5 แบรนด์ ได้แก่ Satine, AMBPOMIAL, Jinlingguan, Chocliz และ XinHuo

ท่ามกลางแบรนด์เหล่านี้ Satine แบรนด์นมออร์แกนิกอันดับ 1 ของโลก ก้าวทันกระแสนิยมและครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 ของกลุ่ม ขณะที่แบรนด์โยเกิร์ตอันดับ 1 ของจีนอย่าง AMBPOMIAL ยังคงคิดค้นนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องและครองส่วนแบ่งตลาด 66% ส่วน Jinlingguan ซึ่งเป็นแบรนด์นมผงเด็กมีส่วนแบ่งตลาดเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วโดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากการเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง ขณะที่ XinHuo แบรนด์นมผงสำหรับวัยกลางคนและผู้สูงอายุ ยังคงเดินหน้าขยายกิจการเข้าสู่เศรษฐกิจสูงวัยและคว้าส่วนแบ่งตลาดที่ 35% และสุดท้าย Chocliz แบรนด์ไอศกรีมอันดับ 1 ของจีนยังคงเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ กลายเป็นแบรนด์ไอศกรีมเจ้าแรกของจีนที่มียอดขายมากกว่า 5 พันล้านหยวน

เมื่อพิจารณาจากแบรนด์ย่อยที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเหล่านี้ Yili ได้กลายเป็นแบรนด์ครัวเรือนที่มีขนาดและความสามารถในการแข่งขันสูง และอยู่ในอันดับสูงสุดของการประเมินอันดับคุณค่าแบรนด์ในจีนของ BrandZ และอยู่ในอันดับที่ 2 ในภาคอาหารและเครื่องดื่ม และอันดับที่ 1 ในอุตสาหกรรมนมทั่วโลกในปี 2565

ในการประชุมครั้งนี้ Yili ได้แบ่งปันบทบาทของเทคโนโลยีดิจิทัลอันชาญฉลาด ในการยกระดับประสิทธิภาพโดยรวม โดย Yili Modern Intelligent Health Valley นับเป็นฐานการผลิตดิจิทัลอันชาญฉลาดที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์นม ซึ่งสายการผลิตนมเหลวที่ฐานต้นแบบการผลิตอัจฉริยะระดับโลกนี้ผลิตนมได้ 40,000 แพ็คต่อชั่วโมง ซึ่งมากกว่าเดิมเกือบเท่าตัว

การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลและอัจฉริยะของทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรม ทำให้วงจรนวัตกรรมผลิตภัณฑ์แบบครบวงจรของ Yili สั้นลง 20% ประสิทธิภาพการจัดซื้อทางอ้อมเพิ่มขึ้น 40% ต้นทุนการจัดซื้อลดลง 10% และต้นทุนการจัดซื้อโดยรวมยังคงน้อยกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมประมาณ 7%

ที่มา: Yili Group

ลิงก์ภาพประกอบข่าว:

ลิงก์: https://iop.asianetnews.net/view-attachment?attach-id=441585

คำบรรยายภาพ: Pan Gang ประธานกรรมการและประธานบริหารของ Yili Group กำลังกล่าวสุนทรพจน์

ลิงก์: https://iop.asianetnews.net/view-attachment?attach-id=441592

คำบรรยายภาพ: บรรยากาศในงานวันนักลงทุนประจำปี 2566


ข่าวการพัฒนาที่ยั่งยืน+สถาบันการลงทุนวันนี้

AIT จัด Asia-Africa Aquaculture Partnership Forum ผนึกความร่วมมือ ยกระดับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อความมั่นคงทางอาหารและการพัฒนาที่ยั่งยืน

แม้ทวีปแอฟริกาจะมีทรัพยากรและมีศักยภาพสูงในการพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ แต่ปัจจุบันกลับผลิตสัตว์น้ำเพาะเลี้ยงได้เพียงประมาณร้อยละ 2 ของผลผลิตโลก ขณะที่ทวีปเอเชียมีสัดส่วนการผลิตสูงถึงเกือบร้อยละ 90 ผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยเห็นตรงกันว่า การผสานศักยภาพด้านทรัพยากรธรรมชาติของทวีปแอฟริกาเข้ากับองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของทวีปเอเชีย จะช่วยเร่งการพัฒนาภาคการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของแอฟริกา เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และเป็นกุญแจสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร

กรมประมงบูรณาการความร่วมมือองค์กรระหว่างประเทศ ยกระดับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

ด้วยแนวทาง Nature-based Solutions และ GESI ขับเคลื่อน Smart Women in Fisheries สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากโครงการ Nature-based Climate Solutions in Aquaculture Food...

มหาวิทยาลัยพะเยาสร้างผลงานโดดเด่นในเวทีระ... ม.พะเยา ติดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน THE Impact Rankings 2026 — มหาวิทยาลัยพะเยาสร้างผลงานโดดเด่นในเวทีระดับโลก จากการจัดอันดับใ...

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ขอเชิ... เปิดเวทียกย่องเมืองต้นแบบ ขับเคลื่อนความยั่งยืนด้วยวัฒนธรรม — กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ขอเชิญองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ สมัครเข้ารับการ...