ก้าวสำคัญสู่ความยั่งยืน จุฬาฯ ผนึกกำลังสถาบันวิจัย IRD ฝรั่งเศส เผยแพร่หนังสือผลงานวิจัยระดับนานาชาติ ชี้ชะตาความหลากหลายทางชีวภาพในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ท่ามกลางวิกฤตการสูญพันธุ์ครั้งที่ 6
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยศูนย์พันธกิจเพื่อสังคม และภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ ร่วมกับสถาบันวิจัยแห่งชาติฝรั่งเศสเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (French National Research Institute for Sustainable Development: IRD) จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวหนังสือ "On the Edge of the Sixth Mass Extinction in Biodiversity Hotspots: Facts, Needs, Solutions and Opportunities in Thailand and Adjacent Countries" เมื่อวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2569 ณ ห้อง 130 อาคารชีววิทยา 1คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ เพื่อเผยแพร่ผลงานหนังสือเกี่ยวกับสถานการณ์วิกฤตความหลากหลายทางชีวภาพในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวเปิดงานและแสดงวิสัยทัศน์ "บทบาทของจุฬาฯ ในการขับเคลื่อนพันธกิจด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน" ศ.ดร.ประณัฐ โพธิยะราช คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวต้อนรับ
ภายในงานมีการเสวนาพิเศษหัวข้อ "เจาะลึกวิกฤตความหลากหลายทางชีวภาพ: ข้อเท็จจริงและทางออก" โดย อ.ดร.ประสิทธิ์ เอื้อตระกูลวิทย์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ผศ.ดร.สาลินี ขจรพิสิฐศักดิ์ มหาวิทยาลับบูรพา และ ผศ.ดร.นิพาดา เรือนแก้ว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในโอกาสนี้ Dr. Philippe Charvis, Deputy Director of Science, IRD กล่าวเน้นย้ำความสำคัญของความร่วมมือด้านการวิจัยระหว่างประเทศไทยและฝรั่งเศส ตลอดจนปัญหาการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพในระดับโลก จากนั้น Dr. Xavier Mari, Representative of IRD for Thailand, Myanmar, India และ Dr. Julien Claude, IRD fellow at Chulalongkorn University แนะนำที่มาและเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ นอกจากนี้ภายในงานมีนิทรรศการแสดงเนื้อหาในหนังสือและตัวอย่างความหลากหลายทางชีวภาพ พร้อมนำผู้บริหารและสื่อมวลชนเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยาแห่งจุฬาฯ
ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า จุฬาฯ มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่ การวิจัยที่เน้นผลลัพธ์ (Research Excellence with Purpose) การเป็นห้องปฏิบัติการที่มีชีวิต (Living Lab for Sustainability) และการมีส่วนร่วมกับสังคม (Social Engagement) การสูญพันธุ์ครั้งที่ 6 อาจฟังดูเหมือนเรื่องในภาพยนตร์ไซไฟ แต่มันคือความจริงที่กำลังเกิดขึ้น จุฬาฯ เชื่อว่าบทบาทของมหาวิทยาลัยไม่ใช่เพียงแค่เฝ้าสังเกตการณ์โลก แต่คือการปกป้องโลก หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เป็นเพียงที่เก็บรวบรวมข้อมูล แต่เป็นเสียงเรียกให้ทุกคนลงมือทำ (Call to action) เพื่อรักษาความมั่นคงทางอาหาร สุขภาพ และเศรษฐกิจของคนไทยและคนทั่วโลก
ศ.ดร.ประณัฐ โพธิยะราช คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวต้อนรับและเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศว่า "วิกฤตความหลากหลายทางชีวภาพไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ หนังสือเล่มนี้คือดอกผลของความร่วมมืออันยาวนานระหว่างจุฬาฯ และสถาบันวิจัย IRD ฝรั่งเศส ซึ่งช่วยลดช่องว่างระหว่างงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการขับเคลื่อนนโยบาย เพื่อสร้างแผนที่นำทางสู่ความยั่งยืนในระดับภูมิภาค"
ผศ.ดร.นพดล กิตนะ ผู้อำนวยการศูนย์พันธกิจเพื่อสังคม จุฬาฯ กล่าวว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนแห่งประเทศฝรั่งเศส หรือ IRD เปิดตัวหนังสือ "On the Edge of the Sixth Mass Extinction in Biodiversity Hotspots: Facts, Needs, Solutions and Opportunities in Thailand and Adjacent Countries" ซึ่งเป็นผลงานความร่วมมือทางวิชาการระดับนานาชาติที่สะท้อนสถานการณ์ความหลากหลายทางชีวภาพในประเทศไทยและประเทศใกล้เคียง ท่ามกลางความกังวลของนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกว่า โลกอาจกำลังเผชิญกับการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ครั้งที่ 6 จากการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพอย่างต่อเนื่อง หนังสือเล่มนี้เกิดจากความร่วมมือของนักวิชาการและนักวิจัยจากหลากหลายสถาบัน ครอบคลุมมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยกว่า 20 แห่ง จาก 7 ประเทศ นำเสนอองค์ความรู้ทั้งด้านพืช สัตว์ สถานการณ์ในอดีต ปัจจุบัน และแนวโน้มในอนาคต โดยมิได้มุ่งเน้นเพียงการสะท้อนปัญหาเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการเสนอทางออก และข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านความหลากหลายทางชีวภาพอย่างเป็นรูปธรรม
กลุ่มผู้อ่านหลักของหนังสือ ได้แก่ นักวิจัย นักวิชาการ หน่วยงานด้านนโยบาย และผู้สนใจประเด็นสิ่งแวดล้อม โดยหนังสือได้เผยแพร่ในรูปแบบออนไลน์มาตั้งแต่ปี 2024 ก่อนจัดพิมพ์เป็นรูปเล่มโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในปี 2025 การเปิดตัวครั้งนี้ยังจัดขึ้นในช่วงก่อนวันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งตรงกับวันที่ 22 พฤษภาคม เพื่อร่วมสร้างความตระหนักรู้ต่อสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงของระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติ
ภายในงานได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงของ IRD ผู้แทน IRD ประจำประเทศไทย เมียนมา และอินเดีย ตลอดจนผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย รวมถึงนักวิจัย ผู้เขียนหนังสือ และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ที่เข้าร่วมกิจกรรมกับนิสิตจุฬาฯ สะท้อนบทบาทของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในฐานะศูนย์กลางความร่วมมือทางวิชาการระดับนานาชาติ เพื่อขับเคลื่อนองค์ความรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน
ความร่วมมือในการจัดทำหนังสือเล่มนี้ยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะ SDG 17 พันธมิตรเพื่อการพัฒนา ซึ่งเป็นฐานทำให้การดำเนินงานด้าน SDG 14 ทรัพยากรทางทะเล และ SDG 15 ระบบนิเวศบนบก เดินหน้าไปได้จริง ตลอดจนเกื้อหนุน SDG 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ ผ่านการพัฒนาศักยภาพนักวิจัยรุ่นใหม่และการแบ่งปันองค์ความรู้ข้ามพรมแดน ซึ่งเป็นหัวใจของการขับเคลื่อนประเด็นสิ่งแวดล้อมในศตวรรษที่ 21
ผู้สนใจสามารถเข้าชมหนังสือและนิทรรศการย่อยเกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพได้ ณ พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งรวบรวมตัวอย่างสิ่งมีชีวิตและงานวิจัยที่เป็นรากฐานสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศและภูมิภาคสืบไป
จุฬาฯ จับมือ SCBX ลงนาม MOU ด้านควอนตัม ปักหมุดไทยสู่ศูนย์กลางเทคโนโลยีควอนตัมแห่งภูมิภาค
GULF x ทันตะ จุฬาฯ ส่งโครงการ "GULF Sparks Smiles ปี 6" มอบรอยยิ้มสดใสให้ชาวปราจีนบุรี ตรวจรักษาฟันฟรีให้คนทุกเจนฯ ในชุมชน วันที่ 5 - 7 พ.ค. 69
จุฬาฯ เปิดตัว ChulaGLLP หลักสูตรปริญญาโท ผู้นำห้องปฏิบัติการระดับสากลหลักสูตรแรกของโลก
BBA Chula จับมือ Harvard Business School เปิดเวที Global Insight ชวนผู้นำธุรกิจถอดรหัส "โลกผันผวน" สร้างเกมรุกสู่ความยั่งยืนอาเซียน
จุฬาฯ ชวนคิด "ฝ่าวิกฤตภัยแล้ง" เปิดเวทีระดมความรู้รับมือเอลนีโญ ชี้ไทยต้องเร่งปรับตัวต่อสภาพอากาศสุดขั้ว
"SCBX ผนึก "จุฬาฯ" ลงนามความร่วมมือด้านเทคโนโลยีควอนตัม เร่งวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีไทย พร้อมขับเคลื่อนระบบการเงินสู่ยุคควอนตัม
สมาคมนิสิตเก่า BBA จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผนึกกำลัง Harvard Business School Association of Thailand จัดงานงานบรรยายและเสวนาทางวิชาการ
ภาควิชาการตลาด Chulalongkorn Business School จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับ บริษัท ฮาคูโฮโด อินเตอร์เนชั่นเนล (ไทยแลนด์) ประกาศความสำเร็จ โครงการ "HIT REAL CHALLENGE ปีที่ 3"