เมื่อกระเบื้องมุงหลังคาโบสถ์เก่าแตกร้าวจนต้องรื้อทิ้งระหว่างงานบูรณะ ปลายทางของมันมักจบลงที่กองขยะก่อสร้าง แต่ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รันดา อดุลเดชจรัส อาจารย์ภาควิชาสถาปัตยกรรมภายใน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เห็นต่างออกไป กระเบื้องมุงหลังคาวัดมีความหมายเกินกว่าที่จะจบลงที่กองขยะ และวิทยาศาสตร์จะช่วยสร้างคุณค่าใหม่ให้กับเศษวัสดุเหล่านี้ได้
"แผ่นกระเบื้องเหล่านี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของหลังคาโบสถ์ที่พระสงฆ์นั่งสวดมนต์ภาวนามานับสิบนับร้อยปี แทนที่จะปล่อยให้กลายเป็นขยะ เราจะสามารถคืนคุณค่าให้กับมันได้หรือไม่" ผศ. ดร.รันดา ตั้งคำถาม - เป็นคำถามที่นำไปสู่การริเริ่มโครงการวิจัย "การศึกษาวัสดุรีไซเคิลจากกระเบื้องมุงหลังคาโบสถ์เก่าที่ชำรุด เพื่อนำมาทดสอบการสร้างพระพุทธรูปประติมากรรม (องค์พระพุทธโสภิตพิชิตมาร) ด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ" งานวิจัยที่ได้รับทุนเฉลิมฉลองสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2568 และมีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ (Arch CU) สถาบันวิจัยโลหะและวัสดุ จุฬาฯ (MMRI) คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ (Sci. CU) และศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) ร่วมสนับสนุนการวิจัย
อาจารย์รันดาเล่าที่มาของโครงการวิจัยนี้ว่า "พระอาจารย์ที่เคารพนับถือแจ้งมาว่ากำลังจะรื้อกระเบื้องหลังคาโบสถ์เก่าออกเพื่อสร้างใหม่ เราเห็นกระเบื้องเก่าถูกรื้อมากองรวมไว้เป็นกองใหญ่ เลยคิดว่าแทนที่จะนำไปทิ้งเป็นขยะก่อสร้าง เราสามารถนำมาสร้างมูลค่าได้ด้วยการนำไปวิจัยทดสอบเพื่อสร้างคุณค่าใหม่ให้กับงานศิลปวัฒนธรรมได้"
ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เศษกระเบื้องถูกนำมาแปลงร่างเป็นเส้นฟิลาเมนต์สำหรับเครื่องพิมพ์สามมิติ ก่อนจะหลอมรวมกับเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์สุดท้ายคือพระพุทธรูปที่งดงาม
"หากกระบวนการผลิตเส้นฟิลาเมนต์ทำได้สำเร็จ วัสดุนี้ไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่แค่รูปพระพุทธเจ้าเท่านั้น แต่อาจต่อยอดไปเป็นประติมากรรมทางศาสนาอื่น ๆ ได้เช่นกัน" ผศ.ดร.รันดากล่าว
กระเบื้องวัดไม่ใช่วัสดุ แต่เป็นของศักดิ์สิทธิ์
มุมมองที่มีต่อวัตถุดิบเป็นสิ่งที่ทำให้งานวิจัยชิ้นนี้ต่างจากงานวัสดุศาสตร์ทั่วไป สำหรับทีมวิจัย กระเบื้องมุงหลังคาโบสถ์ไม่ได้ถูกมองเป็น "สิ่งชำรุดหรือของเสียจากการบูรณะ" หากแต่เป็น "วัตถุที่เปี่ยมด้วยพลังศรัทธา ความทรงจำร่วมของชุมชน และสถานะเชิงพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ของศาสนสถาน" ดังนั้น การนำวัสดุเหล่านี้เข้าสู่กระบวนการผลิตดิจิทัลจึงเป็นการเสริมต่อเพื่อใช้ประโยชน์จากวัสดุ มากกว่าเป็นการรีไซเคิลเชิงกายภาพเพียงอย่างเดียว แนวคิดนี้เรียกว่า Regenerative Spiritual Value หรือการสร้างคุณค่าใหม่จากสิ่งเก่า
"ในความเชื่อของคนไทยมาแต่โบราณ วัตถุที่เคยอยู่ในเขตพุทธาวาสหรือใกล้ชิดกับพิธีกรรมทางศาสนามานาน มักถูกมองว่าซึมซับความศักดิ์สิทธิ์ไว้ในตัวเอง ไม่ต่างจากมวลสารที่ช่างโบราณนิยมนำเศษวัสดุจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มาผสมและสร้างเป็นพระเครื่องเพื่อเพิ่มพุทธคุณ กระเบื้องเหล่านี้ก็เป็นเช่นนั้น มันเคยอยู่ในโบสถ์ เป็นสถานที่ที่พระสงฆ์ใช้สวดมนต์และวิปัสสนากรรมฐานมายาวนาน แสดงว่าต้องมีความศักดิ์สิทธิ์ในตัวเอง แม้จะยังไม่ได้ผ่านพิธีกรรมปลุกเสกใด ๆ เพิ่มเติมก็ตาม"
อาจารย์รันดากล่าวเสริมอีกว่าในอนาคต หากจะมีการใช้วัสดุเศษกระเบื้องในการผลิตพระหรือพระเครื่อง ก็อาจไม่จำเป็นต้องผ่านพิธีปลุกเสกแต่อย่างใด เนื่องจากเนื้อวัสดุมีความศักดิ์สิทธิ์อยู่ในตัวแล้ว
กว่าจะเป็นเส้นฟิลาเมนต์เล็ก ๆ กับความพยายามนับครั้งไม่ถ้วน
ก่อนจะนำกระเบื้องไปใช้งาน ทีมวิจัยต้องคัดแยกเนื้อกระเบื้องส่วนที่ไม่มีวัสดุเคลือบผิวติดอยู่ จากนั้นจึงนำไปพัฒนาต่อเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตเส้นฟิลาเมนต์พิมพ์สามมิติ ซึ่งอาจารย์รันดายอมรับว่าเป็นขั้นตอนที่ท้าทายที่สุดของโครงการ
"เวอร์ชันแรกที่ทีมวิจัยลองผลิตเส้นฟิลาเมนต์ยังไม่ประสบความสำเร็จ เส้นที่ได้มีลักษณะเป็นคลื่นเป็นจุด ไม่ละเอียดเรียบเนียนพอ เมื่อนำไปพิมพ์จริง พื้นผิวองค์พระจึงออกมาไม่เรียบ ทีมจึงต้องขอความร่วมมือจากศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) เข้ามาช่วยพัฒนากระบวนการผลิตเส้นให้มีความละเอียดและสม่ำเสมอมากขึ้น จนกลายเป็นความร่วมมือสำคัญของโครงการ"
เส้นฟิลาเมนต์ จากเศษกระเบื้อง
นอกจากนี้ กระบวนการอบไล่ความชื้นออกจากผงกระเบื้องก็สำคัญ อาจารย์รันดาเล่าว่าหากไม่นำผงกระเบื้องไปอบไล่ความชื้นออกก่อน ก็จะทำให้กระบวนการผลิตเส้นฟิลาเมนต์มีปัญหาและเกิดของเสียได้ง่าย ซึ่งผลการทดลองได้ข้อสรุปว่าการอบไล่ความชื้นส่งผลต่อทั้งคุณภาพของเส้นและโทนสีของเนื้อวัสดุที่ได้
ความแตกต่างของสีผงกระเบื้องจากการอบไล่ความชื้น
จุดที่น่าสนใจอีกอย่างคือ เฉดสีน้ำตาลที่ปรากฏบนองค์พระนั้นใกล้เคียงกับสีของกระเบื้องต้นทางมาก โดยที่ทีมวิจัยไม่ได้แต่งสีเพิ่มเติมแต่อย่างใด อาจารย์รันดาชี้ให้เห็นความแตกต่างระหว่างองค์พระที่พิมพ์ด้วย PLA บริสุทธิ์ (เม็ดพลาสติกชีวภาพ Polylactic Acid) กับองค์ที่ทำจากวัสดุผสมกระเบื้องว่า "ผิวขององค์พระที่ทำจากวัสดุผสมกระเบื้องจะมีลักษณะด้านและมีเท็กซ์เจอร์เฉพาะตัวที่เด่นชัด เมื่อวางเทียบกัน แทบจะบอกได้ทันทีว่าองค์ไหนมาจากกระเบื้องโบสถ์จริง"
ความแตกต่างระหว่างองค์พระที่พิมพ์ด้วย PLA บริสุทธิ์กับองค์ที่ทำจากวัสดุผสมกระเบื้อง
พระพุทธโสภิตพิชิตมาร (องค์พระต้นแบบเป็นองค์โลหะ)
องค์พระต้นแบบที่ใช้ในโครงการนี้มีชื่อว่า "พระพุทธโสภิตพิชิตมาร" ต้นแบบดั้งเดิมเป็นองค์โลหะที่อาจารย์รันดา เคยได้รับรางวัลผลงานสร้างสรรค์ดีเด่น ด้านการออกแบบและศิลปกรรม ในโครงการ "สถาปัตย์นิทรรศน์" ครั้งที่ 7 ประจำปี 2566 อาจารย์รันดาเล่าถึงเหตุผลที่เลือกองค์พระนี้มาทดสอบว่า เพราะมีลวดลายกนกและเส้นสายที่อ่อนช้อยซับซ้อนมาก ซึ่งถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับวัสดุที่มีความกรอบและแข็งอย่างเนื้อกระเบื้องผสม
"ถ้าเราใช้โมเดลที่ง่ายเกินไป เราก็จะไม่รู้ศักยภาพที่แท้จริงของวัสดุ การเลือกโจทย์ที่ยากตั้งแต่ต้นเป็นความตั้งใจ เพราะอยากนำความท้าทายของลวดลายอันวิจิตรมาใช้กับกับข้อจำกัดของวัสดุ เพื่อดูว่าเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติจะไปได้ไกลแค่ไหน"
องค์พระที่พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติ
การพิมพ์องค์พระทั้งองค์สำหรับขนาด 20-25 เซนติเมตร ใช้เวลา 2 วัน ส่วนองค์พระที่ใหญ่ที่สุดในตอนนี้มีขนาด 30 เซนติเมตร ใช้เวลานานกว่า 3-4 วัน อาจารย์รันดาเล่าว่าเคยเกิดเหตุการณ์ที่โครงสร้างค้ำยัน (support) หักระหว่างการพิมพ์ ทำให้งานเสียหายและต้องเริ่มพิมพ์ใหม่ทั้งหมด
"กว่าจะได้องค์พระที่งดงามสมบูรณ์ ต้องมีโครงสร้างค้ำยันจำนวนมาก และต้องอาศัยทีมงานคอยแกะส่วนค้ำยันออกด้วยมืออย่างพิถีพิถัน" อาจารย์รันดาเล่าเบื้องหลังกระบวนการทำงาน
สุดท้าย ผลงานที่ออกมามีทั้งองค์พญานาคขนาดใหญ่ที่ถอดประกอบกับองค์พระได้ และองค์เล็กที่ไม่ต้องเคลื่อนย้ายมาก จึงยังคงสภาพสมบูรณ์ที่สุด สะท้อนว่ายิ่งชิ้นงานมีขนาดใหญ่และซับซ้อน ก็ยิ่งเสี่ยงต่อความเสียหายระหว่างการเคลื่อนย้ายและจัดแสดงมากขึ้นตามไปด้วย
ทดสอบความแข็งแรงวัสดุตามมาตรฐานสากล
แม้แรงบันดาลใจจะมาจากศรัทธาและความงามเชิงพุทธศิลป์ แต่ทีมวิจัยไม่ได้ละเลยความเข้มงวดทางวิทยาศาสตร์ วัสดุผสมเม็ดพลาสติกชีวภาพ PLA กับผงกระเบื้อง ถูกนำไปทดสอบเปรียบเทียบกับเม็ดพลาสติกชีวภาพ PLA บริสุทธิ์ ทั้งการทดสอบแรงดึง การทดสอบการดัดงอ การวิเคราะห์เสถียรภาพทางความร้อน และการตรวจสอบโครงสร้างจุลภาค เพื่อยืนยันว่าวัสดุที่พัฒนาขึ้นมีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับการขึ้นรูปจริง
ผลการทดสอบโดยรวมชี้ให้เห็นว่า วัสดุผสมมีความแตกต่างจาก PLA บริสุทธิ์ในบางด้าน โดยเฉพาะความเหนียวที่ลดลงเล็กน้อย ขณะที่ความสามารถในการรับแรงดัดยังคงอยู่ในระดับที่ใช้งานได้ดี วัสดุผสมนี้จะเปราะขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับพลาสติกล้วน แต่ยังคงความแข็งแรงในการรับแรงดัดไว้ได้ดี
อาจารย์รันดาให้ความเห็นในมุมของนักออกแบบว่า "ยิ่งใส่ผงกระเบื้องเข้าไปมากเท่าไร วัสดุก็จะยิ่งกรอบและเหนียวน้อยลง ดังนั้นสัดส่วนที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องของการหาจุดสมดุลระหว่างระดับความเป็นกระเบื้องที่อยากให้ปรากฏ กับความสามารถในการขึ้นรูปที่ยังคงทำได้จริง ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ทีมวิจัยยังคงพัฒนาสูตรกันต่อไป"
ข้อสรุปจากผลทดสอบชี้ชัดว่าวัสดุนี้เหมาะกับชิ้นงานที่ไม่ต้องรับภาระโครงสร้างหลัก แต่เน้นคุณค่าด้านสุนทรียะและความหมายเชิงวัฒนธรรม เช่น พระพุทธรูปประติมากรรม งานพุทธศิลป์ และงานต้นแบบเพื่อการศึกษา
ทุกความล้มเหลวชี้ช่องทางในการไปต่อ
กว่าจะเป็นพระพุทธรูป "พระพุทธโสภิตพิชิตมาร" ที่งดงามไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกขั้นตอนของกระบวนการวิจัยล้วนมีความสำคัญ ทำให้ได้คำตอบที่หนึ่ง สอง สาม จนกว่าจะไปถึงตอนจบ สิ่งที่ดูเหมือนความล้มเหลวในบริบทหนึ่ง อาจกลายเป็นคำตอบให้กับผลิตภัณฑ์อีกรูปแบบหนึ่งได้ในอนาคต
"สำหรับก้าวแรกของโครงการนี้ แม้จะยังมีจุดที่ต้องพัฒนาต่อ แต่ก็เป็นก้าวที่ทรงคุณค่าและมีความหมาย เพราะสามารถพิสูจน์ให้เห็นว่าวัสดุเก่าสามารถนำมาแปลงให้เกิดคุณค่าทางวัฒนธรรมขึ้นใหม่ได้จริง"
การทดสอบการพิมพ์สามมิติ
สำหรับ ผศ.ดร.รันดา สิ่งที่ทำให้โครงการนี้มีความหมายไม่ใช่แค่การพิสูจน์ว่าเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติทำสิ่งนี้ได้จริงเท่านั้น แต่คือการได้เห็นว่าเศษวัสดุที่เคยถูกมองข้ามอย่างกระเบื้องมุงหลังคาโบสถ์เก่า สามารถกลับมามีชีวิตใหม่ในรูปลักษณ์ที่งดงามและเปี่ยมความหมายทางศิลปวัฒนธรรมได้อีกครั้ง
"อยากให้นวัตกรรมชิ้นนี้เป็นต้นแบบให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้และต่อยอด เพื่อให้เห็นว่าวัสดุรอบตัวเรานั้นสามารถสร้างคุณค่าได้มากมายกว่าที่คิด" ผศ.ดร.รันดา กล่าวทิ้งท้าย
สถาปัตย์ จุฬาฯ ร่วมกับสยามพิวรรธน์ สานต่อหลักสูตร World-Class Development สู่รุ่นที่ 3 เรียนรู้จากโครงการจริงเพื่อยกระดับผู้นำไทยสู่การพัฒนาโครงการระดับโลก
"อิฐบล็อกช่องลมจากเปลือกหอยแมลงภู่" นวัตกรรม Bio Responsive Block จากขยะเปลือกหอยสู่วัสดุก่อสร้างมูลค่าสูง
อินเตอร์ไฟเบอร์ คอนเทนเนอร์ เปิดโรงงานต้อนรับนิสิตจุฬาฯ เรียนรู้กระบวนการผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูก ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมแนวคิด Design for Manufacturing
'วิ่งสร้างเมือง 2026' มอบรายได้ 300,093 บาท สนับสนุนการดูแลสัตว์จรจัด ยกระดับคุณภาพชีวิตเพื่อนร่วมเมืองสี่ขา
SENA เปิดโครงการ "เสนา พารค์แกรนด์ รามอินทรา 2" และไซต์ก่อสร้างจริง เสริมประสบการณ์เรียนรู้ภาคสนามให้นิสิตสถาปัตย์ จุฬาฯ
คณะสถาปัตย์ฯ จุฬา ชวนร่วมงาน "วิ่งสร้างเมือง 2026" (Run For Better City 2026)
ครุศิลป์ จุฬาฯ เปิดนิทรรศการผลงานครูศิลปะจาก 6 ภูมิภาค ต่อยอดทุนวัฒนธรรมชุมชนสู่ศิลปะร่วมสมัย
'ภาวิช' จี้ยกร่าง กม.ศึกษาใหม่ ต้องแยก พ.ร.บ.ขั้นพื้นฐานฯ ยกเลิกประถม-มัธยม ปลดล็อก ร.ร.มีอิสระ เตือน AI ดิสรัปฯ