การรักษาด้านสุขภาพจิตมีความเฉพาะเจาะจงแตกต่างจากสุขภาพกายอย่างมาก และสภาพแวดล้อมถือเป็นหนึ่งปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการดูแลผู้ป่วย นั่นทำให้โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านสุขภาพจิต Bangkok Mental Health Hospital หรือ BMHH มีความโดดเด่นแตกต่างจากโรงพยาบาลทั่วไป ตั้งแต่ตัวอาคาร การเลือกใช้วัสดุ การออกแบบตกแต่ง การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ รวมถึงรูปแบบการบริการ ซึ่งต้องสอดคล้องเหมาะสมกับการดูแลผู้ป่วยสุขภาพจิต
พญ.ปวีณา ศรีมโนทิพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านสุขภาพจิต BMHH เปิดเผยว่า ผู้ป่วยด้านสุขภาพจิตจะมีความเปราะบางทางจิตใจค่อนข้างสูง ซึ่งสภาพแวดล้อมภายในโรงพยาบาลเป็นหนึ่งปัจจัยที่มีผลกระทบต่อผู้ป่วย เพราะหากเข้ามารับรักษาแล้วเจอสิ่งที่รู้สึกว่าไม่ใช่ก็จะไม่อยากมาอีกเลย ทำให้ก่อนก่อสร้างโรงพยาบาลต้องมีการวางแผนอย่างละเอียดรอบคอบ ตั้งแต่เรื่องการออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ การใช้สี การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ รวมถึงการออกแบบการให้บริการ ต้องสร้างบรรยากาศให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลายและอบอุ่นเหมือนเป็นบ้าน โดยการออกแบบโรงพยาบาลด้านสุขภาพจิตจะมุ่งเน้นใน 2 ประเด็นหลัก เริ่มจากประเด็นแรกที่มีความสำคัญที่สุดคือ เรื่องความปลอดภัยของทั้งผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่ เพราะผู้ป่วยบางกลุ่มโรคมีความเสี่ยงที่จะทำร้ายตัวเองและเจ้าหน้าที่ ส่วนประเด็นต่อมาเป็นเรื่องของการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้เข้ามารับการบริการ
สำหรับเรื่องความปลอดภัยนั้น วิธีการออกแบบของโรงพยาบาล BMHH จะดูว่ามีกระบวนการใดบ้างที่ทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสทำร้ายตัวเองและคนอื่นเกิดขึ้นน้อยที่สุด และจุดไหนมีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตราย เริ่มตั้งแต่เข้าจนถึงออกจากโรงพยาบาล โดยอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในโรงพยาบาลจะไม่ใช้วัสดุมีคมและเชือกที่อาจนำมาใช้เป็นอาวุธได้ เช่น ตึกจะใช้กระจกเทมเปอร์ที่ไม่แตกเป็นเศษมีคม ภายในห้องผู้ป่วยไม่มีข้าวของเครื่องใช้ที่แตกได้ เช่น กระเบื้อง หรือของมีคม เช่น มีด ส้อม ถังขยะในห้องผู้ป่วยจะใช้แบบฝาสวิงไม่มีก้านเหล็ก ชุดผู้ป่วยใช้เป็นยางยืดแทนเชือก ส่วนผ้าม่านก็ใช้แบบไม่มีเชือก รวมถึงใช้ขอแขวนแทนราวแขวนผ้า และไม่มีลูกบิดประตู เพื่อป้องกันการแขวนคอ แม้แต่ต้นไม้ในสวนก็เลือกประเภทที่มีกิ่งเปราะบางหักง่ายรับน้ำหนักมากไม่ได้
นอกจากนี้ ยังมีระบบการควบคุมภายในที่เข้มงวด เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่าง ๆ เช่น ล็อคประตูจากด้านในไม่ได้ หรือประตูทุกทางที่ผู้ป่วยสามารถวิ่งออกไปได้จะมีระบบ Alarm เตือนเมื่อมีคนเปิดประตู และหากเป็นผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงอาจจะต้องล็อคห้องจากด้านนอก ซึ่งทุกห้องจะมีกล้องวงจรปิดต่อมายังเคาน์เตอร์พยาบาลทำให้สามารถเห็นกิจกรรมที่ผู้ป่วยกระทำได้ตลอดเวลา และบางพื้นที่จะถูกกำหนดไม่ให้ผู้ป่วยออกไปคนเดียว ต้องมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลด้วย และบัตรของพนักงานทุกคนจะมีสิทธิ์ไม่เท่ากันในการเข้าถึงบริเวณต่าง ๆ รวมถึงมีการออกแบบบริการให้สอดคล้องกันไปด้วย โดยเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลต้องทำงานตามแผนงานอย่างเคร่งครัด เพราะระบบรักษาความปลอดภัยคงไม่สามารถป้องกันได้ 100% ซึ่งโรงพยาบาลจะมีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ถึงวิธีการทำงานต่าง ๆ
พญ.ปวีณา กล่าวต่อว่า แม้โรงพยาบาลจะมุ่งเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นที่ตั้ง แต่ก็ไม่ต้องการให้มีภาพที่น่ากลัวคล้ายห้องขัง จึงนำเรื่องการออกแบบตัวอาคารมาผสมกับ Design Service บวกด้วยการตกแต่งภายใน ซึ่งทั้งภายนอกและภายในจะอยู่ภายใต้แนวคิด Therapeutic Biophilic Design เน้นความเป็นธรรมชาติให้มากที่สุด เพราะสัญชาตญาณของมนุษย์จะผูกพันและรู้สึกสบายเมื่ออยู่กับธรรมชาติ จึงนำเรื่อง Nature based Design มาประยุกต์ใช้ เช่น ตัวตึกเลือกเป็นอิฐที่แม้จะดูมีความแข็งแรงแต่ในขณะเดียวกันไม่ได้รู้สึกว่าแข็งกร้าว ดูมีความอบอุ่นให้ความรู้สึกเป็นบ้าน เพื่อให้คนที่เดินเข้ามาไม่ต้องกังวลเหมือนมาคุยกับเพื่อนหรือมาพักผ่อน แม้แต่ที่จอดรถก็เน้นสีธรรมชาติ และสิ่งสำคัญต้องสว่าง เพราะผู้ป่วยสุขภาพจิตจะไม่ชอบความมืดสลัว และจะหลีกเลี่ยงการใช้สีดำ รวมถึงสีที่ดูแล้วทำให้เกิดความรู้สึกหม่นหมอง
การเลือกใช้สีในการตกแต่งเป็นอีกเรื่องที่โรงพยาบาลให้ความสำคัญ โดยจะเน้นโทนสีธรรมชาติและดูอารมณ์ของสีด้วย จึงเป็นที่มาของการใช้ 3 สีหลัก ได้แก่ เขียว ฟ้า และสีเบจ ซึ่งเป็นสีกลาง ๆ ที่ไม่กระตุ้นอารมณ์ของผู้ป่วยและดูอบอุ่น ทำให้รู้สึกสบายเข้าได้กับทุกสี สีฟ้าให้ความรู้สึกเย็น สงบ ในขณะที่สีเขียวเป็นความสดชื่น ซึ่งสีดังกล่าวถูกนำมาใช้กับชุดแต่งกายของพนักงานที่ใช้เป็นชุดสครับ (scrubs) เพื่อความคล่องตัวในการทำงาน ส่วนสีอื่นที่อาจเอามาเติมบ้างจะเป็นสีเหลืองเป็นการเพิ่มพลังบวก นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังช่วยให้ผู้เข้ามารู้สึกผ่อนคลายด้วยเสียงดนตรีบรรเลง อีกทั้งยังมีหนังสืออ่านเล่นที่ให้พลังบวกสำหรับญาติผู้ป่วยในช่วงนั่งรอผู้ป่วยอีกด้วย
พญ.ปวีณา กล่าวทิ้งท้ายว่า "ปัจจุบันคนไทยเปิดกว้างมากขึ้น และภาพจำเกี่ยวกับโรงพยาบาลจิตเวชก็เปลี่ยนไปจากเดิม รู้ว่าการปรึกษาจิตแพทย์เป็นทางออกหนึ่งในชีวิต ซึ่งวิธีการวางแผนดูแลผู้ป่วยสุขภาพจิตจะมีความแตกต่างจากสุขภาพกาย เพราะมีเรื่องของอารมณ์ความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้องค่อนข้างมาก และยังมีมิติอื่น ๆ ในตัวโรคเองด้วย การแยกออกมาเป็นโรงพยาบาล BMHH เพื่อให้ดีไซน์ทุกอย่างได้ตามที่อยากทำและควรทำสำหรับผู้ป่วยสุขภาพจิต ซึ่งขณะนี้โรงพยาบาลรองรับผู้ป่วยนอก 26 ห้อง และผู้ป่วยใน 30 เตียง ซึ่งเรามีวิสัยทัศน์ต้องการพัฒนาโรงพยาบาลให้ไปในเชิงการรักษาเฉพาะทางมากขึ้นในอนาคต เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับสิ่งที่ดีที่สุดและเหมาะสมที่สุด โดยมีแผนจะเปิดเป็นศูนย์เฉพาะทางเพิ่มเติม เช่น ศูนย์รักษาโรคซึมเศร้า ให้เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ป่วยที่พร้อมจะมาใช้บริการในภาคเอกชน"
วิ่งเพื่อแม่ "12 สิงหา ฮาล์ฟ มาราธอน กรุงเทพ 2026" น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระพันปีหลวง ก้าวสู่วิ่งรักษ์โลกครั้งแรก พร้อมยกระดับสนามสู่มาตรฐานโลก
Bumrungrad Named "Best Specialized Hospital in Asia Pacific 2026" by Newsweek Across All 10 Specialties, Reinforcing Regional Medical Excellence
เทคโนโลยีเก้าอี้คลื่นแม่เหล็ก รักษาอาการปัสสาวะเล็ด
เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ร่วมกับ คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาฯ ชวนตรวจสุขภาพฟรี ในงาน "วันเทคนิคการแพทย์ไทย 2569" เสริมความรู้ดูแลสุขภาพแบบครบวงจร
สบส. หนุนชุมชนจัดการสุขภาพผ่าน Meta Reverse ลดเสี่ยงเบาหวานและ NCDs
ปกป้องสุขภาพคุณและคนที่คุณรัก ด้วยวัคซีน HPV 9 สายพันธุ์ ลดความเสี่ยงโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เริ่มวันนี้ !! งาน Thailand Wellness & Healthcare Expo X SPORTEC Thailand 2026 อลังการทั้งเวลเนส สุขภาพ ฟิตเนส กีฬา เต็มพื้นที่
เบซินส์ เฮลธ์แคร์ (ไทยแลนด์) ร่วมสนับสนุน LEGACY RACE ส่งเสริมสุขภาพเชิงรุกร่วมกับการดูแลสมดุลฮอร์โมนในวัย 50+
ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม (QSCBC) หนึ่งเดียวในเอเชีย ร่วมขับเคลื่อนงานวิจัยระดับโลก OPTIMA Trial ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วย รับเคมีบำบัดเท่าที่จำเป็น