ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม (QSCBC) ผู้นำด้านการรักษาและการคิดค้นงานวิจัยเพื่อผู้ป่วยมะเร็งเต้านมในระดับสากล โดยเป็นสถาบันทางการแพทย์เพียงแห่งเดียวในภูมิภาคเอเชีย ที่มีศักยภาพและเชี่ยวชาญด้านมะเร็งเต้านมเชิงลึก ได้เข้าร่วมในโครงการวิจัยทางคลินิกครั้งประวัติศาสตร์ระดับโลก "OPTIMA Trial" ซึ่งเป็นนวัตกรรมการรักษาที่ได้รับการนำเสนอในการประชุมวิชาการ ASCO 2026 (American Society of Clinical Oncology) เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จในการใช้เทคโนโลยีตรวจวิเคราะห์ทางพันธุกรรม หรือ จีโนม (Genomic Testing) เพื่อออกแบบการรักษาผู้ป่วยมะเร็งเต้านมเฉพาะบุคคล และช่วยให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมกลุ่มที่ตรวจวิเคราะห์ทางพันธุกรรมต่ำ (Low Score) ไม่ต้องรับเคมีบำบัด
ความท้าทายของเคมีบำบัด และจุดเปลี่ยนสู่ "การรักษาเฉพาะบุคคล"
โดยทั่วไปภายหลังการผ่าตัดรักษามะเร็งเต้านม แพทย์มักพิจารณาให้ผู้ป่วยได้รับเคมีบำบัดร่วมกับการทำฮอร์โมนบำบัด เพื่อลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำของโรค ส่งผลให้ผู้ป่วยจำนวนมากต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานจากผลข้างเคียงที่รุนแรงของเคมีบำบัดโดยไม่จำเป็น เช่น อาการผมร่วง คลื่นไส้อาเจียน ความเสียหายของเส้นประสาท และภาวะอ่อนเพลียเรื้อรัง เป็นต้น
โครงการวิจัย OPTIMA Trial จัดทำโดยมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน (University College London) และหน่วยงานวิจัยทางคลินิกแห่งมหาวิทยาลัยวอร์ริก (University of Warwick Clinical Trials Unit) ร่วมกับโรงพยาบาลและสถานพยาบาลชั้นนำใน 6 ประเทศ ได้แก่ สหราชอาณาจักร นอร์เวย์ สวีเดน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และประเทศไทย ได้พัฒนาขึ้นเพื่อมุ่งเน้นศึกษาในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งเต้านมชนิดตอบสนองต่อฮอร์โมน (Hormone-sensitive breast cancer)
กระบวนการวิจัยของ OPTIMA Trialจะนำตัวอย่างเนื้อเยื่อมะเร็งที่ถูกนำออกมาจากการผ่าตัดไปเข้าสู่กระบวนการตรวจวิเคราะห์ลักษณะทางชีววิทยาและรหัสพันธุกรรมเชิงลึกจำนวน 50 ยีน (PAM 50) เพื่อประเมินความเสี่ยงและทำนายแนวโน้มในการตอบสนองต่อยา จากผู้เข้าร่วมโครงการกว่า 4,000 คน ผลการศึกษาในระยะ 5 ปี ผลลัพธ์ระบุชัดเจนว่า ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมกลุ่มที่ตรวจวิเคราะห์ทางพันธุกรรมต่ำ (Low Score) ไม่มีความจำเป็นต้องรับเคมีบำบัดเพิ่มเติม แพทย์จึงสามารถปรับแนวทางการรักษาให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้ข้ามขั้นตอนการให้เคมีบำบัด และเข้ารับการรักษาด้วย "ยาฮอร์โมนบำบัดแบบเม็ด" เพียงอย่างเดียวได้อย่างปลอดภัย โดยผลลัพธ์ทางการรักษาและอัตราการไม่กลับมาเป็นซ้ำของโรคเทียบเท่ากับกลุ่มที่ได้รับเคมีบำบัดทุกประการ ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างราบรื่นและสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันหรือทำงานได้ตามปกติอย่างรวดเร็ว
ศักยภาพและความมุ่งมั่นของศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม (QSCBC) เพื่อคนไทย
นายแพทย์กฤษณ์ จาฏามระ ผู้ก่อตั้งศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม กล่าวว่า "ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม (QSCBC) ได้รับเลือกเป็นตัวแทนเพียงหนึ่งเดียวของทวีปเอเชียในเวทีโลกครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมสูงสุดของศูนย์ฯ ที่มีโครงสร้างการทำงานแบบเบ็ดเสร็จ ตั้งแต่การดูแลรักษาทางคลินิก การตรวจพยาธิวิทยา การวินิจฉัยทางอณูชีววิทยา (Molecular Diagnosis) ตลอดจนงานวิจัยขั้นสูง และการตรวจวิเคราะห์ลักษณะทางชีววิทยาและรหัสพันธุกรรมเชิงลึกจำนวน 50 ยีน (PAM 50) โดยไม่ต้องส่งห้องปฏิบัติการภายนอก ภายใต้การทำงานแบบ "All activities under one roof" พร้อมทั้งขับเคลื่อนการรักษาด้วยแนวทางสหสาขาวิชาชีพ (Multidisciplinary Team) โดยนำข้อมูลทางคลินิก ข้อมูลชีววิทยา และโมเลกุลที่เป็นลักษณะเฉพาะบุคคลของผู้ป่วยแต่ละรายมาวิเคราะห์อย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยคนไทยจะได้รับแนวทางการรักษาที่ถูกต้อง แม่นยำ และเหมาะสมที่สุดในระดับสากล"
ปิดฉากอย่างสง่างาม "ควีนส์คัพ พิงค์ โปโล 2026" ครั้งที่ 17
7 องค์กรสุขภาพ จัดกิจกรรมวันมะเร็งเต้านมโลก
เอ็นซีซี ส่งต่อพลังแห่งความหวังแก่ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม มอบรายได้ '12 สิงหา ฮาล์ฟ มาราธอน 2024' แก่สภากาชาดไทย
เคทีซีจับมือซาบีน่า ผนึกพลังจิตอาสา"เย็บเต้ารวมใจ" ส่งต่อพลังใจผู้ป่วยมะเร็งเต้านมทั่วประเทศ
BKGI ผนึกกรมวิทย์ฯ รับถ่ายทอดเทคโนโลยีเซลล์บำบัด ดันไทยสู่ศูนย์กลางการแพทย์ภูมิภาค
ME CARE เพื่อสตรีไทย! จัดโครงการพิเศษ ระดมทุนช่วยผู้ป่วยมะเร็งเต้านมเนื่องในวันสตรีสากล
แพทย์ รพ.วิมุต แนะเลี่ยงผลิตภัณฑ์แปรรูป หนึ่งปัจจัยเสี่ยงมะเร็งเต้านม
AVALON" แบรนด์จิวเวอรี่ ร่วมกับสภากาชาดไทย จัดประมูลเครื่องประดับช่วยผู้ป่วยมะเร็งเต้านม และสมทบกองทุนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร