บลจ. ไทยพาณิชย์ เปิดกองทุน SCBDSHARC1YI เสริมพอร์ตด้วยกลยุทธ์ลงทุนลดเสี่ยงขาดทุนเงินต้น พร้อมเสริมโอกาสรับผลตอบแทนส่วนเพิ่มจากสัญญาออปชั่นอิง HSCEI Index เสนอขายวันที่ 16 - 23 ม.ค. 67
นางนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด หรือ SCBAM เปิดเผยว่า จีนเป็นประเทศที่ยังน่าสนใจเข้าลงทุน หลังจากที่ตลาดหุ้นจีนปรับระดับราคา (Price Drawdown) และระดับมูลค่า (Valuation) ลงมาค่อนข้างมาก โดยมองว่าระยะ12 เดือนข้างหน้า ตลาดหุ้นจีนมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวต่อได้ในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป และความเสี่ยงที่ตลาดจะปรับตัวลงแบบรุนแรงค่อนข้างมีจำกัด ทั้งนี้ ภาพรวมเศรษฐกิจจีนเริ่มเห็นภาพการฟื้นตัวจากดัชนีตัวเลขเศรษฐกิจที่ปรับขึ้นมาตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปีที่ผ่านมา โดยได้รับปัจจัยหนุนจากภาคอุตสาหกรรมและกลุ่มค้าปลีก จากการที่หน่วยงานและภาครัฐทยอยออกมาตรการช่วยเหลือทางการเงิน-การคลัง และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเสริมสภาพคล่องเข้าสู่ระบบต่อเนื่อง สำหรับในเชิงของการเข้าลงทุน SCBAM มองว่าตลาดหุ้นจีน H-Shares หรือ Hang Seng China Enterprises (HSCEI Index) เป็นตลาดที่มีความน่าสนใจ จากการที่เป็นตลาดหุ้นจีนขนาดใหญ่ บริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่มีปัจจัยพื้นฐานดี งบฐานะการเงินแข็งแกร่ง และมีสภาพคล่องสูง SCBAM จึงเปิดเสนอขาย กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Double Structured Complex Return 1YI หรือ SCBDSHARC1YI ซึ่งจะเป็นกองทุนที่มีกลยุทธ์ลดความเสี่ยงจากการขาดทุนเงินต้น พร้อมหาโอกาสสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มจากการปรับตัวของดัชนี HSCEI ทั้งในจังหวะขาขึ้นและขาลง โดยจะเปิดขายหน่วยลงทุนเพียงครั้งเดียว ระหว่างวันที่ 16-23 มกราคม 2567 เริ่มต้นลงทุนขั้นต่ำ 500,000 บาท
สำหรับ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Double Structured Complex Return 1YI ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย หรือ SCBDSHARC1YI กองทุน Complex Fund อายุ 1 ปี ที่มีนโยบายการลงทุนแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ (1) ลงทุนในตราสารหนี้และเงินฝาก ระดับ Investment Grade ทั้งในและต่างประเทศ ในสัดส่วนร้อยละ 98.10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (NAV) เพื่อช่วยลดความเสี่ยงการขาดทุนเงินต้น พร้อมโอกาสรับผลตอบแทนคงที่จากตราสารหนี้ที่เข้าไปลงทุนได้ (2) ลงทุนในสัญญาออปชั่นที่อ้างอิงกับการเคลื่อนไหวของดัชนี Hang Seng China Enterprises หรือ HSCEI Index ร้อยละ 1.90 ของ NAV เพื่อหาโอกาสรับผลตอบแทนส่วนเพิ่มจากการจ่ายผลตอบแทน แบบ Double Shark Fin ตามการปรับตัวของราคาดัชนีอ้างอิงทั้งขาขึ้น-ขาลง ซึ่งจะมีโอกาสรับผลตอบแทนสูงสุดที่เป็นไปได้ที่ 10% และ 12% จากการเปลี่ยนแปลงของราคาดัชนีอ้างอิงที่ไม่เกินกรอบ -20% ถึง 24% ตามลำดับ(*) เมื่อเทียบกับราคาสินทรัพย์ ณ วันเริ่มต้นสัญญา ทั้งนี้ หากราคาดัชนีอ้างอิงไม่มีการเปลี่ยนแปลง หรือเปลี่ยนแปลงเกินกว่ากรอบการปรับตัวองราคาดัชนีที่ตั้งไว้ระหว่างอายุสัญญา จะทำให้ผู้ลงทุนไม่ได้รับผลตอบแทนส่วนเพิ่มนี้ แต่ยังได้รับผลตอบแทนอัตราคงที่จากการลงทุนตราสารหนี้และเงินฝากในส่วนแรกพร้อมเงินต้นได้
นางนันท์มนัส กล่าวเพิ่มเติมว่า "จีนยังเจอภาวะกดดันจากปัญหาภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยืดเยื้อ และความตึงเครียดทางการเมือง รวมถึงการแข่งขันด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยี ระหว่างสหรัฐฯ- จีน อย่างไรก็ดี ตัวเลขดัชนีเศรษฐกิจของจีนยังสะท้อนให้เห็นว่ามีโอกาสกลับมาฟื้นตัวได้จากความโดดเด่นเชิงปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ควบคู่กับมาตรการผลักดันเศรษฐกิจที่ภาครัฐเร่งทำอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับ ความคาดหวังของตลาดยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงมาก ทำให้การรายงานดัชนีเศรษฐกิจมีความเป็นไปได้มากขึ้นที่จะออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ปัจจัยข้างต้นอาจส่งผลให้ตลาดมีความผันผวนในกรอบ จึงมองว่าการลงทุนที่สามารถให้ผลตอบแทนต่อการปรับตัวของตลาดหุ้นทั้งในขาขึ้น-ขาลงแบบ Double Shark Fin จะเป็นส่วนเสริมพอร์ต และมีโอกาสรับผลตอบแทนส่วนเพิ่มจากผลตอบแทนจากตราสารหนี้ได้"
(*การคำนวณผลตอบแทนคาดการณ์สูงสุดที่เป็นไปได้ โดยคำนวณจากระดับราคาดัชนีอ้างอิงที่เป็นราคาปิดตามเวลาของ The Stock Exchange of Hong Kong (HKEX))
กองทุนมีความเสี่ยงผิดชำระหนี้ (default risk) ที่อาจเกิดขึ้นจากการผิดชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร/เงินฝาก ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ลงทุนไม่ได้รับเงินต้นคืนเต็มจำนวนได้ และผู้ลงทุนไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนในช่วงเวลา 1 ปี หากมีปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนดังกล่าวผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก กองทุนนี้เป็นการลงทุนในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อนซึ่งมีปัจจัยอ้างอิง มีความแตกต่างจากการลงทุนในปัจจัยอ้างอิงโดยตรง จึงอาจทำให้ราคาของผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนดังกล่าวมีความผันผวนแตกต่างจากราคาของปัจจัยอ้างอิงได้ (ในกรณีที่เป็นกองทุนรวมที่มีปัจจัยอ้างอิง (underlying asset) และกำหนดเงื่อนไขการจ่ายผลตอบแทนโดยอ้างอิงกับปัจจัยอ้างอิงดังกล่าว)
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง รวมถึงควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้ประกอบธุรกิจก่อนการลงทุน ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมและหนังสือชี้ชวนได้ทุกวันทำการที่ บลจ.ไทยพาณิชย์ โทร.02-777-7777 และผู้สนับสนุนการขายทุกราย หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://scbam.info/3HlEmRZ
สนใจลงทุนด้วยตนเองผ่านแอปพลิเคชัน SCB Easy และ SCBAM Fund Click หรือแอปพลิเคชัน SCBAM Fund Click เพื่อเปิดบัญชีลงทุนได้ที่ https://scbamfundclick.app.link/download
SCBAM ชี้ AI ยังอยู่ในช่วงขยายตัว แนะลงทุนรับ 2 เมกะเทรนด์โลก
KTAM ร่วมกับ Dime ส่งกองทุนน้องใหม่ "KT-JEPQ" ลุยหุ้นดัชนี NASDAQ 100 เปิด IPO 1-9 ก.ย.นี้
บลจ.อีสท์สปริง แนะกระจายพอร์ตแบบ Multi-Asset ผ่านกองทุน ES-MAGIC ชี้โอกาสรับผลตอบแทนควบคู่กระแสเงินสด เสนอขายวันนี้-31 ส.ค. 69 นี้
โครงการ WMA Intern Camp 2026 ของ BBLAM เสริมประสบการณ์เรียนรู้ธุรกิจกองทุนรวมแก่เยาวชนรุ่นใหม่
BBLAM แนะกระจายการลงทุนรับความผันผวน ผ่านกองทุนเด่นหลากหลายสินทรัพย์ ประจำเดือนสิงหาคม 2569
บลจ.อีสท์สปริง โชว์จ่ายปันผลกองทุนต่างประเทศ-หุ้นไทย รวม 3 กอง มูลค่า 55 ล้านบาท
BRRGIF เตรียมจ่ายเงินลดทุน 0.26 บาท วันที่ 14 ก.ย. นี้
BTSGIF เตรียมจ่ายเงินลดทุน 0.193 บาท วันที่ 10 ก.ย. 2569 นี้
SUPEREIF จ่ายปันผลครั้งที่ 25 ในอัตรา 0.26500 บาทต่อหน่วย กำหนดจ่ายวันที่ 10 กันยายน 2569 นี้