นางสาวดารบุษป์ ปภาพจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ บลจ.อีสท์สปริง เปิดเผยว่า บลจ.อีสท์สปริง เปิดเสนอขายกองทุนใหม่ ซึ่งเป็นกองทุนผสม คือกองทุนเปิดอีสท์สปริง Multi Asset Growth and Income (ES-MAGIC) มูลค่าโครงการ 5,000 ล้านบาท ระหว่างวันนี้-31 สิงหาคม 2569 ด้วยมูลค่าเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1 บาท โดยมีนโยบายลงทุนผ่านกองทุนหลัก Schroder International Selection Fund Multi-Asset Growth and Income ในหน่วยลงทุนชนิด Class C Accumulation USD ที่จดทะเบียนซื้อขายในประเทศลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) ในอัตราส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของ
กองทุน บริหารจัดการโดย Schroder Investment Management (Europe) S.A.กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์ที่จะสร้างการเติบโตของมูลค่าเงินลงทุนและรายได้จากการลงทุนในช่วงระยะเวลา 3-5 ปีภายหลังหักค่าธรรมเนียม โดยจะลงทุนในสินทรัพย์และตลาดการลงทุนที่มีความหลากหลายทั่วโลก
สำหรับกองทุนหลัก Schroder International Selection Fund Multi-Asset Growth and Income มีการลงทุนแบบ 3-in-1 ผ่านสินทรัพย์หลัก 3 ประเภท ได้แก่ 1.การลงทุนในตราสารหนี้ทั่วโลกแบบเชิงรุก เพื่อสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ กระจายความเสี่ยง 2.หุ้นกู้แปลงสภาพช่วยสร้างโอกาสในตลาดขาขึ้น พร้อมช่วยลดความเสี่ยงตลาดขาลง และ 3.การลงทุนในหุ้นทั่วโลกเชิงรุก เพื่อสร้างการเติบโตจากธีมระยะยาวและโอกาสการลงทุนระยะสั้น มีความยืดหยุ่นในการลงทุนและปรับพอร์ตโฟลิโออย่างเป็นระบบในสัดส่วนราว 20-40% จากสินทรัพย์หลักทั้ง 3 ประเภท เพื่อช่วยให้เข้าถึงโอกาสการลงทุนทั่วโลก และรับมือกับความผันผวนของตลาดได้ดีขึ้น โดยมีกรอบการลงทุนราว 3-5 ปี ตลอดจนกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นสร้างผลตอบแทนโดยรวม (Total Return) ให้ความสำคัญทั้งกระแสรายได้และการเติบโตของราคาสินทรัพย์ นอกจากนี้ยังบริหารจัดการโดยทีมผู้จัดการกองทุนที่เชี่ยวชาญด้าน Multi-Asset ของ Schroders ที่มีประสบการณ์บริหารการลงทุนกว่า 23 ปี (ที่มา : บลจ.อีสท์สปริง และ Schroders ณ มิถุนายน 2569)
นอกจากนี้ กองทุนหลักยังใช้กระบวนการลงทุนที่ผสานการวิเคราะห์ทั้ง Top-down และ Bottom-up โดยเริ่มจากการวิเคราะห์ภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดโลก (Top-Down) เพื่อกำหนดมุมมองการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ทั้งตราสารทุน เครดิต อัตราดอกเบี้ย ในระดับภูมิภาค และกลุ่มอุตสาหกรรม จากนั้นจึงนำมุมมองดังกล่าวมาประกอบการคัดสรรหลักทรัพย์รายตัว (Bottom-Up) เพื่อจัดสรรพอร์ตการลงทุนให้เกิดความสมดุลระหว่างผลตอบแทน ความเสี่ยง และการกระจายการลงทุนทั้งระดับอุตสาหกรรม และคุณภาพตราสาร ในส่วนของการคัดสรรหลักทรัพย์แบบ Bottom-up กองทุนให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน สำหรับตราสารหนี้จะวิเคราะห์ความแข็งแกร่งของงบดุลผู้ออกตราสารและประเมินมูลค่าเชิงเปรียบเทียบ ส่วนตราสารหนี้หุ้นกู้แปลงสภาพจะวิเคราะห์ความคุ้มค่าระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทนแต่ละหลักทรัพย์ และตราสารทุนจะวิเคราะห์ศักยภาพการเติบโตและความสามารถในการสร้างกำไรอย่างยั่งยืน
ปัจจุบันสัดส่วนการลงทุนของกองทุนหลัก ประกอบด้วย ตราสารหนี้ทั่วโลก (Global Fixed Income) 33.5% หุ้นทั่วโลก(Global Equities) 32.8% หุ้นกู้แปลงสภาพทั่วโลก (Global Convertibles) 31.8% เงินสดและอื่นๆ 1.9% โดยมีการกระจายการลงทุนในหมวดอุตสาหกรรมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.Financials 24.5% 2.Government 20.1% 3.Information Technology 14.4% 4.Industrials 11.4% และ 5.Health Care 6.3% (ที่มา: Schroders ณ 31 กรกฎาคม 2569)
"ปัจจุบันความตึงเครียดด้านการค้า AI และภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ตลาดการเงินทั่วโลกมีความผันผวนมากขึ้นเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ชั่วคราว รวมถึงเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และนโยบายของแต่ละประเทศกำลังเดินคนละทิศทาง ทำให้เกิดโอกาสและความเสี่ยงของแต่ละตลาดแตกต่างกันมากขึ้น ขณะที่ผลตอบแทนของแต่ละสินทรัพย์ หรือแม้แต่สินทรัพย์ประเภทเดียวกัน ก็อาจมีความแตกต่างกันด้านผลตอบแทนที่มากขึ้น บลจ.อีสท์สปริง มองว่าการกระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลก จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้นักลงทุนสามารถสร้างพอร์ตที่แข็งแกร่ง และพร้อมรับมือกับทุกวัฏจักรของตลาดในระยะยาว" นางสาวดารบุษป์ กล่าว
การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน |ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากกองทุนไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงทั้งจำนวน โดยจะป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราเลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้l ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | การลงทุนในกองทุนมิใช่การฝากเงินและมีความเสี่ยงของการลงทุน ผู้ลงทุนอาจจะได้รับเงินลงทุนคืนมากกว่าหรือน้อยกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้และอาจไม่ได้รับชำระเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุนภายในระยะเวลาที่กำหนดหรืออาจไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้ตามที่มีคำสั่งไว้ ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.eastspring.co.th หรือโทร 1725 ในวันและเวลาทำการ*ผู้ลงทุนสามารถขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บลจ.อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด และผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่ได้รับการแต่งตั้ง โฆษณานี้ถูกว่าจ้างและได้รับการสนับสนุนโดย บลจ.อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด
BBLAM แนะกระจายการลงทุนรับความผันผวน ผ่านกองทุนเด่นหลากหลายสินทรัพย์ ประจำเดือนสิงหาคม 2569
บลจ.อีสท์สปริง โชว์จ่ายปันผลกองทุนต่างประเทศ-หุ้นไทย รวม 3 กอง มูลค่า 55 ล้านบาท
BRRGIF เตรียมจ่ายเงินลดทุน 0.26 บาท วันที่ 14 ก.ย. นี้
BTSGIF เตรียมจ่ายเงินลดทุน 0.193 บาท วันที่ 10 ก.ย. 2569 นี้
SUPEREIF จ่ายปันผลครั้งที่ 25 ในอัตรา 0.26500 บาทต่อหน่วย กำหนดจ่ายวันที่ 10 กันยายน 2569 นี้
3BBIF เตรียมจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 38 ในอัตรา 0.1400 บาทต่อหน่วย วันที่ 2 ก.ย. นี้
บลจ.อีสท์สปริง จ่ายปันผล 2 กองหุ้นไทย-ตราสารหนี้ไทย " ES-SET50DV2 และ ES-TSARN"รวมมูลค่า 78 ล้านบาท ดีเดย์ 7 ส.ค. 69 นี้
K-WealthPLUS Series ทะลุแสนล้าน! KAsset จับมือพันธมิตรการลงทุน J.P. Morgan Asset Management รุก Lifetime Investment Solutions สร้างอนาคตมั่นคงตลอดช่วงชีวิต