นายยิ่งยง เจียรวุฑฒิ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายจัดการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ บลจ.อีสท์สปริง เปิดเผยว่า บลจ.อีสท์สปริง เตรียมจ่ายเงินปันผลกองทุนภายใต้การบริหารจัดการจำนวน 2 กองทุน ประกอบด้วยกองทุนหุ้นไทย คือ กองทุนเปิดอีสท์สปริง SET50 ปันผล 2 (ES-SET50DV2) สำหรับผลการดำเนินงานรอบระยะเวลาบัญชี 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม 2568 ถึงวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ในอัตรา 2 บาทต่อหน่วย และกองทุนตราสารหนี้คือกองทุนเปิดอีสท์สปริงธนสาร (ES-TSARN) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ในอัตรา 0.10 บาทต่อหน่วย โดยกำหนดจ่ายปันผลพร้อมกันในวันที่ 7 สิงหาคม 2569 คิดเป็นมูลค่าเงินปันผลรวม 78,130,727.37 บาท
โดยกองทุนเปิดอีสท์สปริง SET50 ปันผล 2 (ES-SET50DV2) มีเป้าหมายที่มุ่งเน้นลงทุนในตราสารแห่งทุนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET50 เป็นหลัก โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนเป็นกองทุนรวมดัชนี (Index Fund) ที่มีนโยบายสร้างผลตอบแทนตามการเคลื่อนไหวของดัชนี SET50 (SET50 Index) กองทุนจะใช้การบริหารเชิงรับ (Passive management strategy) ซึ่งกองทุนลักษณะนี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ที่จะเอาชนะดัชนี อย่างไรก็ตาม ในขณะใดขณะหนึ่ง กองทุนอาจไม่ได้ลงทุนในตราสารแห่งทุนที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET50 ครบทุกหลักทรัพย์
ทั้งนี้ กองทุนES-SET50DV2 มีการจ่ายเงินปันผลต่อหน่วยลงทุนย้อนหลัง 5 ปี คือ ปี 2564 อยู่ที่ 1 บาทต่อหน่วย ปี 2565 อยู่ที่ 1 บาทต่อหน่วย ปี 2566 อยู่ที่ 0.4 บาทต่อหน่วย ปี 2567 อยู่ที่ 0.10 บาทต่อหน่วย ปี 2568 อยู่ที่ 0.10 บาทต่อหน่วย เมื่อรวมกับจ่ายปันผลงวดนี้อีก 0.10 บาทต่อหน่วย รวมเป็นเงินจ่ายปันผลทั้งสิ้น 2.70 บาทต่อหน่วย (ที่มา: บลจ.อีสท์สปริง ณ วันที่ 4 สิงหาคม 2569)
ส่วนกองทุนเปิดอีสท์สปริงธนสาร (ES-TSARN) ลงทุนในระยะสั้นถึงระยะปานกลาง ในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับตราสารแห่งหนี้และ/หรือตราสารทางการเงินต่างๆ ของทั้งภาครัฐและเอกชนที่มีความมั่นคงและให้ผลตอบแทนที่ดี โดยกองทุนมีการจ่ายเงินปันผลต่อหน่วยลงทุนย้อนหลัง 5 ปี คือ ปี 2564 อยู่ที่ 0.20 บาทต่อหน่วย ปี 2565 อยู่ที่ 0.30 บาทต่อหน่วย ปี 2566 อยู่ที่ 0.20 บาทต่อหน่วย ปี 2567 อยู่ที่ 0.20 บาทต่อหน่วย ปี 2568 อยู่ที่ 0.20 บาทต่อหน่วย ปี 2569 ได้จ่ายปันผลเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ไปแล้ว 0.10 บาทต่อหน่วย เมื่อรวมกับจ่ายปันผลงวดนี้อีก 0.10 บาทต่อหน่วย รวมเป็นเงินจ่ายปันผลทั้งสิ้น 1.30 บาทต่อหน่วย (ที่มา: บลจ.อีสท์สปริง ณ วันที่ 4สิงหาคม 2569)
การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนการตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ทั้งนี้ การลงทุนในหน่วยลงทุนมิใช่การฝากเงิน และมีความเสี่ยงของการลงทุน ผู้ลงทุนอาจได้รับเงินลงทุนคืนมากกว่าหรือน้อยกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกก็ได้ ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.eastspring.co.th หรือโทร 1725 ในวันและเวลาทำการ หรือผ่านช่องทางการขายของบลจ.อีสท์สปริง หรือผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนที่ได้รับการแต่งตั้ง โฆษณานี้ถูกว่าจ้างและได้รับการสนับสนุนโดย บลจ.อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด
บลจ.ไทยพาณิชย์ เปิดตัว SCBUSDADVANTAGE กองทุน Hedge Fund กองแรกจาก SCBAM
บลจ.อีสท์สปริง ตอกย้ำผู้นำกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มุ่งพาสมาชิกสู่ความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณ
บลจ.อีสท์สปริง เปิดมุมมองครึ่งปีหลัง แนะกลยุทธ์จัดพอร์ตรับมือความท้าทายของเศรษฐกิจโลก
บลจ.ทิสโก้ โชว์ฟอร์มเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนให้ลูกค้า บริหารกองทุนหุ้นไทยสุดฝีมือ - ประกาศจ่ายจ่ายปันผล 6 กองรวด
บลจ.อีสท์สปริง คว้ารางวัลกองทุนรวมอสังหาฯและโครงพื้นฐานยอดเยี่ยมแห่งปี จากเวที Money & Banking Awards 2026
จับตากระแสการลงทุนหุ้นจีน นักลงทุนไทยซื้อกองทุน 'KKP CNGROWTH' ทะลุ 3.3 พันล้านบาท รับเทรนด์ New Economy
บลจ. เฟิร์ส พลัส (ประเทศไทย) มองเศรษฐกิจจีนเข้าสู่รอบการฟื้นตัวใหม่ ชู FP CNGLOV ลงทุนหุ้นจีนคุณภาพ พร้อมโอกาสเติบโตตามเศรษฐกิจโลก
บลจ.อีสท์สปริง เปิดตัวกองทุนใหม่ "ES-QUANTABS" มีกลยุทธ์ Long/Short สร้างโอกาสรับผลตอบแทนในหลากหลายสภาวะตลาด ไม่ยึดติดทิศทางตลาด