เนื่องในวันสุขภาพจิตโลก (World Mental Health Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 10 ตุลาคมของทุกปี อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส (International SOS) บริษัทผู้ให้บริการความช่วยเหลือด้านสุขภาพและความมั่นคงปลอดภัยชั้นนำของโลก ร่วมรณรงค์เรียกร้องให้องค์กรต่าง ๆ ตระหนักถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของการมีสุขภาพจิตที่ดีสำหรับพนักงานทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่เกิดวิกฤตรอบด้าน (polycrisis) และวิกฤตซ้อนวิกฤต (permacrisis) จึงทำให้ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสุขภาพจิตของพนักงานอันเนื่องมาจากความท้าทายเหล่านี้กลายเป็นเรื่องที่สำคัญมากกว่าที่เคยเป็นมา โรคระบาดครั้งใหญ่ที่แพร่กระจายไปทั่วโลก วิกฤตค่าครองชีพ ความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในสถานที่ทำงานปัจจุบันสร้างแรงกดดันต่อบุคลากรและองค์กรทั่วโลกอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
องค์การอนามัยโลก (World Health Organization หรือ WHO) รายงานว่า จากข้อมูลในปี 2562 พบว่า 15% ของผู้ใหญ่วัยทำงานมีความผิดปกติทางจิต และในแต่ละปี องค์กรต่าง ๆ ต้องสูญเสียวันทำงานถึง 12 พันล้านวันไปกับโรคซึมเศร้าและโรควิตกกังวล1 ศูนย์ให้บริการความช่วยเหลือของอินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส (International SOS Assistance Centre) ได้รับคำร้องขอความช่วยเหลือที่เกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วยทางจิตเพิ่มขึ้น 5% ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2565 สภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่เหมาะสม เช่น การเลือกปฏิบัติและความไม่เท่าเทียมกัน ภาระงานที่มากเกินไป การควบคุมงานในระดับต่ำ และความไม่มั่นคงในอาชีพการงาน ล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต หากไม่ได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสม ความเจ็บป่วยทางจิตอาจส่งผลต่อความสามารถและประสิทธิภาพการทำงาน การขาดงาน รวมไปถึงการรักษาตำแหน่งงานในปัจจุบันหรือการได้งานทำ
ดร. โอลิเวอร์ แฮร์ริสัน (Dr Oliver Harrison) ซีอีโอของโคอา เฮลท์ (Koa Health) ผู้นำระดับโลกด้านบริการดูแลสุขภาพจิตแบบดิจิทัล กล่าวว่า "เราอยู่ในช่วงเวลาที่ท้าทาย ทั้งจากแรงกดดันด้านค่าครองชีพทั่วโลก การฟื้นตัวจากโรคระบาด ความขัดแย้งในยุโรป ตลอดจนวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ด้วยบริบทนี้ การมีสุขภาพจิตที่ดีจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งสำหรับองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน พนักงานแต่ละคนนั้นใช้เวลาถึงหนึ่งในสามของชีวิตในที่ทำงาน ซึ่งหมายความว่านายจ้างจำเป็นต้องให้การสนับสนุนทางด้านสุขภาพจิตแก่พนักงาน ด้วยการป้องกันอันตราย และส่งเสริมสิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุมและเข้าถึงง่ายสำหรับทุก ๆ คน
องค์กรต่าง ๆ จะต้องดำเนินการเพื่อให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตและสุขภาวะของพนักงานทุกคนเป็นลำดับแรก เพื่อเสริมสร้างสุขภาพทั้งของทีมงานและธุรกิจ สมาชิกในทีมจะต้องเข้าถึงการสนับสนุนทางด้านสุขภาพจิตได้ทุกที่ทุกเวลาเมื่อต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการให้คำปรึกษาในแต่ละวัน หรือการดูแลรักษาจากแพทย์"
ดร.โรดริโก โรดริเกซ-เฟอร์นันเดซ (Dr Rodrigo Rodriguez-Fernandez) ที่ปรึกษาด้านสุขภาวะและสุขภาพจิตระหว่างประเทศ (Global Health Advisor, Wellness and Mental Health) ของอินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส กล่าวว่า "การมองข้ามปัญหาสุขภาพจิตในที่ทำงานมักจะมาพร้อมกับราคาที่ต้องจ่าย ไม่เพียงเฉพาะด้านการเงิน แต่ยังรวมไปถึงผลทางด้านอารมณ์ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราไม่สามารถละเลยได้ เพราะทุกคนจะได้รับผลสะท้อนจากเรื่องนี้ ตั้งแต่พนักงานรายบุคคลไปจนถึงองค์กรโดยรวม และเนื่องจากบุคลากรอาจต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากเมื่อเข้ารับบริการทางด้านสุขภาพจิต องค์กรต่าง ๆ จึงจำเป็นต้องจัดทำแผนการป้องกัน ตลอดจนให้คำปรึกษาและการสนับสนุนที่เหมาะสมแก่ทีมงานในราคาที่จับต้องได้
"องค์กรที่ทุ่มเทเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมการมีสุขภาพจิตที่ยั่งยืนนั้นเข้าใจถึงความสำคัญและความจำเป็นในการจัดเตรียมข้อมูลเชิงลึกและทรัพยากร เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกรายได้ตระหนักถึงเรื่องของสุขภาพจิต และด้วยการตระหนักถึงความสำคัญของการมีสุขภาวะทางจิตที่ดี องค์กรต่าง ๆ จึงวางแผนจัดทำโปรแกรมสุขภาพจิตแบบองค์รวมสำหรับพนักงาน การดำเนินการดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่มั่นคงและยืดหยุ่น พร้อมที่จะรับมือกับความซับซ้อนของภูมิทัศน์ในปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา"
ดร.โอลิเวอร์ แฮร์ริสัน ซีอีโอของโคอา เฮลท์ กล่าวเสริมว่า "การขาดแคลนจิตแพทย์และนักจิตวิทยาที่ทำสถิติสูงเป็นประวัติการณ์นั้น ทำให้แม้แต่พนักงานที่เคยเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ก็ยังประสบปัญหาในการเข้าถึงการสนับสนุนที่ตนเองต้องการ และสำหรับผู้ที่ยังไม่เคยเข้ารับการตรวจรักษา เรายิ่งมีข้อมูลน้อยลงไปอีก ซึ่งนั่นหมายความว่าพนักงานเหล่านี้อาจต้องรอจนกระทั่งอาการแย่ลง จึงจะได้รับการรักษาเพื่อให้อาการดีขึ้น
แล้วเราจะตอบสนองต่อเรื่องนี้อย่างไร? ในอนาคตนั้น ควรจะต้องมีการบูรณาการโปรแกรมสุขภาพจิตเข้ากับสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ของพนักงาน โดยไม่ควรดำเนินการแบบแยกส่วน องค์กรต่าง ๆ จะนำเทคโนโลยีมาใช้ร่วมกับมนุษย์มากขึ้นเพื่อสร้างแนวทางการดูแลสุขภาพจิตที่มีประสิทธิภาพและครอบคลุมทั่วถึง เพื่อตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพจิตของพนักงานทุก ๆ คน"
อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส จัดทำกรอบการทำงานสำหรับองค์กรต่าง ๆ ในการดูแลสุขภาพจิตและสุขภาวะของพนักงาน:
- ส่งเสริมวัฒนธรรมการทำงานที่เกื้อหนุนกัน และแสดงความมุ่งมั่นของผู้นำองค์กร: สร้างวัฒนธรรมและสภาพแวดล้อมในสถานที่ทำงานที่ให้ความสำคัญและสนับสนุนการพูดคุยกันอย่างเปิดกว้างเกี่ยวกับสุขภาพจิต ตลอดจนรวมแผนงานด้านสุขภาพจิตเข้ากับนโยบายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง
- ส่งเสริมความตระหนักรู้ด้านสุขภาพจิต: ดำเนินโครงการรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ด้านสุขภาพจิตอย่างครอบคลุม เพื่อลดการตีตราและส่งเสริมให้มีการพูดคุยกันแบบเปิดกว้าง
- จัดเตรียมทรัพยากรที่เข้าถึงได้: จัดเตรียมชุดเครื่องมือด้านสุขภาพจิตให้พนักงานเข้าถึงได้ง่ายเพียงแค่ปลายนิ้ว ตั้งแต่การให้คำปรึกษาไปจนถึงเครื่องมือแนะแนวตนเอง
- ปรับให้เข้ากับความต้องการของแต่ละบุคคล: มีระบบการทำงานที่ยืดหยุ่นเพื่อรองรับความต้องการของแต่ละบุคคล และลดความเครียดที่เกี่ยวข้องกับงาน
- การฝึกอบรมและให้ความรู้: จัดการฝึกอบรมด้านสุขภาพจิตเพื่อให้ทุกคนมองเห็น เข้าใจ และช่วยเหลือเกี่ยวกับประเด็นที่เกี่ยวกับความท้าทายด้านสุขภาพจิต
- ติดตามและประเมินผล: ติดตามสอบถามความคิดเห็นและคอยเฝ้าระวังสุขภาพจิตของพนักงานอย่างต่อเนื่องผ่านการทำแบบสำรวจและแบบประเมิน เพื่อปรับโปรแกรมตามความจำเป็น
- โปรแกรมช่วยเหลือพนักงาน (Employee Assistance Programs หรือ EAPs): จัดให้มี EAPs ที่ให้คำปรึกษาที่เป็นความลับและบริการสนับสนุนแก่พนักงาน ทั้งนี้ การดูแลสุขภาพจิตแบบดิจิทัล เช่น Koa Foundations Wellbeing App จะช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถขยายผลการดำเนินโปรแกรม EAP และบริการที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตลอดจนขยายขอบเขตการเข้าถึงการดูแลรักษาพยาบาล โดยที่ยังสามารถควบคุมหรือลดค่าใช้จ่ายลงได้เป็นอย่างมาก
อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ยกระดับการบริหารจัดการเหตุการณ์วิกฤตทั่วโลก พลิกโฉมการดูแลพนักงานตามหลัก Duty of Care
อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส จับมือ เอ็กซ์ล็อก โกลบอล ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ให้บริการแบบครบวงจรด้านความปลอดภัย การข่าวกรอง และความช่วยเหลือทางการแพทย์ทั่วโลก
อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส แนะสถานศึกษาเตรียมพร้อมรับเปิดเทอม ด้วยแนวทางส่งเสริมสุขภาพและความปลอดภัยรอบด้าน
มูลนิธิ อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส เปิดตัวรางวัล Duty of Care Awards ประจำปี 2569
อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส เรียกร้ององค์กรธุรกิจใช้นวัตกรรมเพื่อบริหารจัดการภาวะวิกฤต
อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส ชวนองค์กรทั่วโลกดูแลความปลอดภัยและสุขภาพในที่ทำงาน ด้วยการพลิกโฉมการฝึกอบรม-สนับสนุนพนักงาน เนื่องในวันความปลอดภัยและอาชีวอนามัยสากล
อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส เผยผลสำรวจแนวโน้มความเสี่ยงปี 2568: องค์กร 75% มองความวุ่นวายทางสังคมเป็นความเสี่ยงสูงสุดในโลกที่แตกแยก
อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส นำเสนอแนวทางช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งในที่ทำงาน เพื่อให้การสนับสนุนพนักงานอย่างเท่าเทียม
อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส เปิดผลสำรวจเนื่องในวัน "Blue Monday": โรควิตกกังวล โรคซึมเศร้า และโรคแพนิค ครองแชมป์ปัญหาสุขภาพจิตในที่ทำงาน