ดีป้า เผยผลสำรวจข้อมูลและประเมินสถานภาพอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย ประจำปี 2566 และคาดการณ์แนวโน้ม 3 ปี ระบุภาพรวมอุตสาหกรรมปี 2566 ขยายตัวเล็กน้อย โดยมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 44,236 ล้านบาท ได้รับอานิสงส์จากกระแสอาร์ตทอยที่ผลักดันให้อุตสาหกรรมคาแรกเตอร์ขยายตัว ขณะที่อุตสาหกรรมเกมและแอนิเมชันยังหดตัว พร้อมประเมินว่า อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนท์ไทยทั้งระบบจะขยายตัวต่อเนื่อง และมูลค่ารวมอุตสาหกรรมจะแตะระดับ 50,000 ล้านบาทในปี 2569
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ร่วมกับ สมาคมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย (DCAT) สมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย (TACGA) สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) สมาคมธุรกิจบางกอกเอซีเอ็มซิกกราฟ (Bangkok ACM SIGGRAPH) และ บริษัท ไอเอ็มซี เอ้าท์ซอร์สซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ดำเนินการสำรวจข้อมูลและประเมินสถานภาพอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ (เกม แอนิเมชัน คาแรกเตอร์ และหนังสืออิเล็กทรอนิกส์) ประจำปี 2566 และคาดการณ์แนวโน้ม 3 ปี
ดร.กษิติธร ภูภราดัย รองผู้อำนวยการใหญ่ กลุ่มงานยุทธศาสตร์และความมั่นคง ดีป้า เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนท์ไทยปี 2566 ขยายตัวเฉลี่ย 0.01% โดยมีมูลค่าอุตสาหกรรมอยู่ที่ 44,236 ล้านบาท ทั้งนี้ ภาพรวมอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบจากอุตสาหกรรมเกมที่หดตัวจากมูลค่าการบริโภคที่ลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 2
ด้าน นางสาวกษมา กองสมัคร ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ กลุ่มงานยุทธศาสตร์และความมั่นคง ดีป้า กล่าวว่าอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยมีศักยภาพที่จะขยายตัวต่อเนื่อง โดยประเมินว่า ระหว่างปี 2567 - 2569 ภาพรวมอุตสาหกรรมจะเติบโตเฉลี่ย 4% ซึ่งคาดว่ามูลค่ารวมจะอยู่ที่ 46,642 และ 48,936 ล้านบาทในปี 2567 - 2568 และอาจพุ่งทะยานถึง 50,694 ล้านบาทในปี 2569 โดยมีปัจจัยสนับสนุนมาจากคาดการณ์อุตสาหกรรมเกมที่จะเติบโตผ่านโครงการและมาตรการต่าง ๆ รวมถึงอุตสาหกรรมแอนิเมชัน คาแรกเตอร์ และหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวจากการสนับสนุนและความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน
อุตสาหกรรมเกมหดตัวจากการใช้จ่ายของผู้ใช้บริการบนแพลตฟอร์มโมบายที่ลดลง
นายเนนิน อนันต์บัญชาชัย นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย กล่าวว่า ปี 2566 อุตสาหกรรมเกมหดตัวเฉลี่ย 0.78% มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 34,288 ล้านบาท โดยเป็นผลมาจากการหดตัวของผู้ใช้บริการเกมบนแพลตฟอร์มโมบายทั้ง iOS และ Android ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ซึ่งมูลค่าของเกมบนแพลตฟอร์มโมบายคิดเป็นสัดส่วนมากถึง 54% ของมูลค่าอุตสาหกรรมเกมปี 2565
นายเนนิน กล่าวต่อว่า ปีที่ผ่านมา สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย และเครือข่ายพันธมิตรภาคเอกชนหลายรายร่วมกับ ดีป้า ดำเนินการส่งเสริมอุตสาหกรรมเกมอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ/ผู้พัฒนาเกมผ่านโครงการ Game Online Academy และ Game Accelerator Program Batch 3 ส่วนบุคคลทั่วไปดำเนินการส่งเสริมผ่านโครงการต่าง ๆ อาทิ Esports in School, Esports Online Academy, Esports National Tournament และ Esports Accelerator Program โดยมุ่งเน้นไปที่ผู้พัฒนาเกม เพื่อตีตลาดและเก็บส่วนแบ่งทางการตลาดจากประเทศอื่นที่เป็นประเทศผู้พัฒนาเกมชั้นนำของโลก สร้างทัศนคติที่ดี และส่งเสริมการใช้เกมให้เกิดประโยชน์มากกว่าการเล่นเพื่อความบันเทิง ส่งผลให้มูลค่าของธุรกิจการผลิตผลงานโดยมีทรัพย์สินทางปัญญาของตนเอง (IP Owner) ของเกมไทยยังคงมีมูลค่าราว 680 ล้านบาท
อุตสาหกรรมแอนิเมชันกับการหดตัวของตลาด (อีกครั้ง)
นายสันติ เลาหบูรณะกิจ ผู้แทนจากสมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย กล่าวว่า อุตสาหกรรมแอนิเมชันหดตัวเฉลี่ย 10% ในปี 2566 มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 3,532 ล้านบาท โดยเป็นผลมาจากปริมาณการจ้างผลิตงาน CG/VFX จากต่างประเทศลดลง เนื่องจากการแข่งขันด้านราคา รวมถึงสถานการณ์ค่าเงินบาทแข็งค่า ซึ่งธุรกิจการรับจ้างผลิตผลงานภายใต้ลิขสิทธิ์ของผู้อื่นหดตัวลงถึง 12% หรือคิดเป็นมูลค่ามากถึง 397 ล้านบาท
อุตสาหกรรมคาแรกเตอร์ขยายตัวต่อตามกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นจากกระแสอาร์ตทอย (Art Toy)
นายสุมิตร สีมากุล นายกสมาคมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย กล่าวว่า อุตสาหกรรมคาแรกเตอร์ปี 2566 ขยายตัวเฉลี่ย 21% โดยมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 2,445 ล้านบาท เป็นผลมาจากปริมาณของนักท่องเที่ยวที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของอุตสาหกรรมคาแรกเตอร์เพิ่มขึ้น ประกอบกับกระแสอาร์ตทอยที่ขยายตัวอย่างก้าวกระโดด ส่งผลให้รายได้จากการผลิตสินค้าในรูปแบบต่าง ๆ (Character Merchandising) ขยายตัวถึง 62% คิดเป็นมูลค่ามากถึง 385 ล้านบาท
อุตสาหกรรมหนังสืออิเล็กทรอนิกส์กับการบริโภคคอนเทนต์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
นางสาวกวิตา พุกสาย ผู้แทนจากอุตสาหกรรมหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ กล่าวว่า ปี 2566 อุตสาหกรรมหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ขยายตัวเฉลี่ย 7% โดยมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 3,971 ล้านบาทจากมูลค่าการบริโภคคอนเทนต์ที่เติบโตต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา โดยคอนเทนต์ส่วนใหญ่ยังคงเป็นคอนเทนต์นำเข้าและแปลเป็นภาษาไทยผ่านผู้ประกอบการ และแพลตฟอร์มต่าง ๆ จากประเทศจีน เกาหลี และญี่ปุ่น ส่งผลให้การนำเข้าคอนเทนต์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ
นอกจากนี้ ในงานแถลงผลสำรวจข้อมูลและประเมินสถานภาพอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยปี 2566 ยังมีช่วงของการเสวนาในหัวข้อ AI กับอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ เพื่อนร่วมงานคนใหม่ หรือคู่แข่งที่น่ากลัว โดยดีป้า มุ่งส่งเสริมให้เกิดการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังปฏิวัติวงการดิจิทัลคอนเทนต์อย่างรวดเร็วจากความสามารถในการสร้างสรรค์เนื้อหาได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพ วิดีโอ หรือแม้แต่ข้อความมาทำให้กระบวนการผลิตคอนเทนต์มีความรวดเร็วและเกิดประสิทธิภาพ นอกจากนี้ AI ยังสามารถช่วยปรับแต่งคอนเทนต์ให้ตรงตามความสนใจของผู้บริโภคได้อย่างแม่นยำผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) อีกทั้งถูกนำมาใช้ตรวจสอบหาความถูกต้องของข้อมูล และป้องกันการแพร่กระจายของข้อมูลเท็จ ในทางกลับกัน การมาของ AI ยังสร้างความท้าทายใหม่ให้กับภาคอุตสาหกรรม เช่น ปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ หรือการสูญเสียตำแหน่งงานบางประเภท เป็นต้น
"ดีป้า และหน่วยร่วมดำเนินการหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผลสำรวจข้อมูลและประเมินสถานภาพอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ ปี 2566 และคาดการณ์แนวโน้ม 3 ปีจะเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดนโยบายและทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัลของรัฐบาลในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ขณะเดียวกันจะเป็นส่วนช่วยสำคัญเพื่อประกอบการตัดสินใจวางแผนธุรกิจของภาคเอกชนอีกด้วย" รองผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว
ทั้งนี้ ดีป้า ยังมีโครงการดี ๆ อย่าง CONNEXION ที่มุ่งยกระดับองค์ความรู้ พัฒนาชุดทักษะใหม่ด้านดิจิทัลให้กับคนไทย โดยเฉพาะผู้ว่างงานและนักศึกษาจบใหม่ที่กำลังหางานให้มีความพร้อมต่อการประกอบอาชีพใหม่ในยุคดิจิทัล และมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซไทยอย่าง คอนเทนต์ครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์ หรือจะ ประกอบอาชีพอื่น ๆ ในสายอย่าง ออแกไนเซอร์ นักออกแบบ นักพากย์ นักเล่าเรื่อง ฯลฯ และอีกหนึ่งโครงการกับ เปิดเมือง เปิดท่องเที่ยวไทยด้วยดิจิทัล กับการพัฒนา ThailandCONNEX เพื่อเป็นแพลตฟอร์มกลางที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางรูปแบบ Business to Business (B2B) ในลักษณะ Wholesales สำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้สามารถเข้าถึง นำเสนอสินค้าและบริการสู่ผู้ให้บริการท่องเที่ยว (Online Travel Agencies: OTAs) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันและเพิ่มโอกาสการเข้าถึงนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้กับผู้ประกอบการ ลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ซึ่งที่ผ่านมาโครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย มีผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มธุรกิจที่พัก ร้านอาหาร และธุรกิจบริการเช่ายานพาหนะเข้าร่วมแพลตฟอร์ม ThailandCONNEX กว่า 1 แสนราย มีสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวกว่า 2 แสนรายการ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 12,000 ล้านบาท
JARTON เข้าร่วมโครงการ "Smart Living, Better Living" ต่อยอด OTOD Smart Living
830,000 คน ร่วมงานสุดยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย JAPAN EXPO THAILAND 2026 สร้างปรากฎการณ์ SOFT POWER กระแสไวรัลไปทั่วเอเชีย!
JARTON เดินหน้าติดตั้งกล้อง 4G Solar ประเดิมเขตภาคกลาง เปิดการติดตั้งนำร่อง ขยายผลสู่ภูมิภาคอื่นทั่วประเทศ
INDIGY ชู WORK+ SUPERAPP และ WORK+ AUTOMATE คว้ามาตรฐาน dSURE ระดับ 2 ดาว ยกระดับซอฟต์แวร์ไทยสู่สากล
depa เปิดหลักสูตร "Digital CEO" รุ่นที่ 9 อย่างเป็นทางการ สานต่อภารกิจสร้างผู้นำยุคใหม่ขับเคลื่อนประเทศด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
ดีป้า เปิดกิจกรรมปฐมนิเทศโครงการ ODOS Summer Camp รุ่นที่ 2 พร้อมมอบกำลังใจเยาวชนไทย ก่อนลัดฟ้าเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในต่างแดน
พบกับปรากฎการณ์ซอฟต์พาวเวอร์ญี่ปุ่นที่ทุกคนรอคอย! JAPAN EXPO THAILAND 2026 6-8 กุมภาพันธ์ 69 @เซ็นทรัลเวิลด์ "ญี่ปุ่นครบจบที่นี่"
ดีป้า แถลงแผนการดำเนินงานปี 2569 ภายใต้แนวคิด depa Unstoppable
TGA ผนึก depa มอบรางวัลนักพัฒนาเกมรุ่นใหม่ ในเวที gamescom asia x Thailand Game Show 2025