สกสว. ร่วมภาครัฐ - เอกชน ระดมสมอง - สรรหาแนวทางนำ "วิทย์ วิจัย นวัตกรรม" ยกระดับ "ระบบขนส่งทางรางไทย"

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

สกสว. ร่วมภาครัฐ - เอกชน ระดมสมอง - สรรหาแนวทางนำ "วิทย์ วิจัย นวัตกรรม" ยกระดับ "ระบบขนส่งทางรางไทย" สร้างความสามารถทางคมนาคม ปลดล็อกโครงสร้างพื้นฐาน และการแข่งขันเศรษฐกิจประเทศ

สกสว. ร่วมภาครัฐ - เอกชน ระดมสมอง - สรรหาแนวทางนำ "วิทย์ วิจัย นวัตกรรม" ยกระดับ "ระบบขนส่งทางรางไทย"

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ร่วมกับ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมระดมความเห็นจากภาครัฐ ภาคเอกชนและภาควิชาการ ผ่านเวทีเสวนา "การยกระดับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ" ครั้งที่ 8 : ระบบขนส่งทางรางในการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อนำข้อมูลไปใช้วางแผนและออกแบบการจัดสรรงบประมาณด้านการวิจัยและนวัตกรรม ภายใต้กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ กองทุน ววน. ในการขับเคลื่อนระบบโลจิสติกส์ขนส่งทางรางของไทย พร้อมวิเคราะห์ช่องว่างความรู้ นำเสนอประเด็นโจทย์วิจัยสำคัญ และรับข้อเสนอแนะจากภาคส่วนต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้ สกสว. ร่วมภาครัฐ - เอกชน ระดมสมอง - สรรหาแนวทางนำ "วิทย์ วิจัย นวัตกรรม" ยกระดับ "ระบบขนส่งทางรางไทย"

รองศาสตราจารย์ ดร.พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์ รองผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวว่า สกสว. เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจจัดทำนโยบายและจัดสรรงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ พร้อมด้วยหน่วยงานความร่วมมืออีก 3 หน่วยงาน คือ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้เห็นชอบร่วมกัน ที่จะมุ่งส่งเสริมและสนับสนุนการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางและเป้าหมายการพัฒนาประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 และแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
พ.ศ.2566 - 2570 ที่ต้องการยกระดับเศรษฐกิจของประเทศให้เป็นเศรษฐกิจสร้างคุณค่าและเศรษฐกิจสร้างสรรค์บนฐานนวัตกรรม จึงได้จัดกิจกรรมเวทีเสวนาในครั้งนี้ เพื่อจะนำข้อมูลและข้อเสนอแนะที่ได้ไปใช้ในการวางแผนและออกแบบ
การจัดสรรงบประมาณวิจัยและพัฒนานวัตกรรม รวมถึงผลักดันให้เกิดกลไกสนับสนุนต่าง ๆ ที่จะช่วยยกระดับความสามารถ
ในการแข่งขันของประเทศได้อย่างเหมาะสมต่อไป

นายปณิธาน ปวโรฬารวิทยา รองเลขาธิการ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวถึงข้อมูลเฉลี่ยย้อนหลังในช่วงปี 2561-2565 พบว่าการขนส่งทางถนนเป็นรูปแบบการขนส่งสินค้าภายในประเทศที่มีมากที่สุดร้อยละ 79.34 ส่วนการขนส่งทางรางมีเพียงร้อยละ 1.85 ขณะที่การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ พบว่าการขนส่งทางน้ำเป็นรูปแบบการขนส่งที่มีมากที่สุดถึงร้อยละ 88.17 ส่วนการขนส่งทางรางมีน้อยที่สุดเพียงร้อยละ 0.11 ทั้งนี้ ส.อ.ท. ได้ทดลองขนส่งสินค้าทางรางไปยังประเทศเยอรมัน ระยะทาง 13,911 กม. ใช้ระยะเวลาในการขนส่ง 70 วัน ซึ่งมากกว่าการขนส่งสินค้าทางน้ำ 2 เท่า เนื่องจากติดปัญหาเรื่องข้อกำหนด/กฎหมายของการขนส่งสินค้าผ่านแดนแต่ละประเทศ ล้วนเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการยกระดับความสามารถในการแข่งขันอุตสาหกรรมโลจิสติกส์และระบบราง โดยเฉพาะการขนส่งระหว่างประเทศ จึงควรมีการแก้ไขปัญหาและลดอุปสรรคต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น โดยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้มีความพร้อมและเชื่อมโยงกับการขนส่งรูปแบบอื่นอย่างสมบูรณ์ การบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการปลดล็อกกฎระเบียบและการสร้างความเข้าใจระหว่างประเทศ

ด้าน ดร.นคร จันทศร อดีตรักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้กล่าวถึงโจทย์สำคัญต่อการพัฒนาระบบรางของไทย ระบุว่า การวางแผนผังเมืองที่ส่งต่อมาถึงในปัจจุบัน ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนได้ยาก พร้อมยกตัวอย่างกรณีสิงคโปร์ที่ว่า "เราจะเพิ่มจำนวนคน แฟลต รถยนต์ ถนน สะพานลอยไปเรื่อย ๆ จนกว่าทั้งประเทศสิงคโปร์จะเหลือแต่แฟลต อาคารสำนักงาน โรงแรม ศูนย์การค้า ที่จอดรถ สะพานลอยหรือไม่ หรือเราสมควรมีพื้นที่สีเขียวเพียงพอสำหรับเป็นพื้นที่หายใจ พักผ่อน ความเงียบสงบ และนันทนาการ" ขณะที่ ต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศไทย พบว่าจำนวนไม่ลดน้อยลง เพราะสัดส่วนจำนวนมากยังคงใช้การขนส่งทางถนนเป็นหลัก พร้อมแนะว่า ประเทศไทยนอกจากจะเปลี่ยนศักยภาพแล้ว ต้องปรับทัศนคติองค์กรและปรับทัศนคติของคนเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ จะทำอย่างไรให้รูปแบบการขนส่งของประเทศนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลง

ขณะที่ รองศาสตราจารย์ ดร.มาโนช โลหเตปานนท์ ประธานหน่วยบูรณาการประเด็นยุทธศาสตร์ เพื่อพัฒนา ววน. ด้านโลจิสติกส์และระบบราง สกสว. กล่าวว่า แนวทางในการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ 5 แนวทางหลัก ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทย พ.ศ.2566 - 2570 ประกอบด้วย 1.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก 2.การยกระดับมาตรฐานและเพิ่มมูลค่าโซ่อุปทาน 3.การพัฒนาพิธีการศุลกากรกระบวนการนำเข้า - ส่งออกที่เกี่ยวข้อง และการอำนวยความสะดวกในการขนส่งระหว่างประเทศ 4.การพัฒนาศักยภาพผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทย และ 5.การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการพัฒนาบุคลากรและการติดตามผลด้านโลจิสติกส์ ที่มีเป้าหมายในการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศในภาพรวม

"สถานการณ์ด้าน ววน. ในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์และระบบราง ยังพบปัญหาโจทย์วิจัยด้านปริมาณการขนส่งสินค้าทางรางมีค่อนข้างน้อย ทั้งด้านการขนส่งสินค้าแบบขาเดียวหรือการวิ่งเปล่ากลับมา (Backhaul) ด้านการผลิตชิ้นส่วนทางราง ด้านผู้เชี่ยวชาญ ด้านการร่วมทุนและการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ร่วมกับเอกชน และอีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือ การลดก๊าซเรือนกระจกจากภาคการขนส่ง ดังนั้น โจทย์วิจัยและข้อเสนอแนะในการพัฒนาระบบโลจิสติกส์และระบบรางของประเทศ ประกอบด้วย 1.การผลักดันพระราชบัญญัติขนส่งทางราง ที่จะเป็นการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนกับหน่วยงานภาครัฐได้ 2.โจทย์วิจัยที่เป็นข้อเสนอแนะในเชิงนโยบาย/กฎระเบียบ 3.โจทย์วิจัยที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน (Sustainability) 4.การผลักดัน(ร่าง)พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะเป็นแนวทางเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับมาตรการต่าง ๆ ในการค้าขายระหว่างประเทศได้"

นอกจากนี้ ในช่วงเสวนา "ความท้าทายในอุตสาหกรรมระบบรางของไทย กับการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ" ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญร่วมแลกเปลี่ยนในประเด็นต่าง ๆ อาทิ 1.นายวัชรชาญ สิริสุวรรณทัศน์ อดีตรองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย แลกเปลี่ยนถึงบทบาทภาครัฐต่อการพัฒนาและส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วน Local content ในอุตสาหกรรมระบบราง เช่น การเพิ่มสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้กับอุตสาหกรรมเดิม การส่งเสริมการจัดหาภายในประเทศด้วยระเบียบกรมบัญชีกลาง การต่อยอดจากชิ้นส่วนที่สามารถผลิตได้หรือต่อยอดจากอุตสาหกรรมยานยนต์ที่จะช่วยเพิ่ม Economy of Scale การจัดทำมาตรฐานอุตสาหกรรมและการรวมกลุ่มของอุตสาหกรรมระบบราง 2.ดร.ทยากร จันทรางศุ ผู้อำนวยการกองมาตรฐานความปลอดภัยและบำรุงทาง กรมการขนส่งทางราง ให้ข้อมูลถึงมาตรฐานความปลอดภัยการขนส่งทางราง มาตรฐานโครงสร้างพื้นฐาน ข้อจำกัดของกฎหมายบางฉบับที่มีการประกาศใช้มานานแต่ยังขาดความสอดคล้องกับปัจจุบัน กฎหมายที่มีอยู่ยังไม่ได้กล่าวถึงมาตรฐานที่ชัดเจน เพราะมาตรฐานนับเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาระบบขนส่งทางราง 3.นายสมบัติ จูงจิตรดำรงค์ Head of Engineering and Technology Development Centre บริษัท เวสท์โคสท์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด กล่าวถึงความท้าทายของการผลิตชิ้นส่วน Local content ในอุตสาหกรรมระบบรางกับความสามารถของไทย ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิตชิ้นส่วน Local content ในอุตสาหกรรมระบบรางได้ และควรมีการส่งเสริมจากภาครัฐ 4.ดร.สาธิต เนียมสุวรรณ ผู้จัดการโครงการสำนักรับรองคาร์บอนเครดิต องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) รายงานถึงสถานการณ์การลดก๊าซเรือนกระจกและเครื่องมือสนับสนุนของ อบก. ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศปี 2564-2673 ที่มีเป้าหมายในการลดก๊าซเรือนกระจกลง 40% จากที่คาดว่าจะปล่อยในกรณีปกติ (BAU) และ 5.ผศ. ดร.สันติ เจริญพรพัฒนา รองอธิการบดีฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวถึง การพัฒนาโครงข่ายระบบรางของประเทศ ประเด็นด้านกำลังคนระบบราง และโจทย์สำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง ที่จะช่วยสนับสนุนการขยายตัวและการเปลี่ยนผ่านการพัฒนาระบบรางในปัจจุบัน

ทั้งนี้ แผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ของประเทศ พ.ศ.2566-2570 ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นการพัฒนาระบบโลจิสติกส์และระบบรางของประเทศ อยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนาเศรษฐกิจไทยด้วยเศรษฐกิจสร้างคุณค่าและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้มีความสามารถในการแข่งขันและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนพร้อมสู่อนาคตโดยใช้ ววน. ที่มุ่งให้ประเทศไทยมีระบบรางที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีอุตสาหกรรมการผลิตที่เกี่ยวข้องรองรับการขยายตัวของระบบด้วยการใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม


ข่าวo:editor+o:tranวันนี้

NX Logistics Thailand Improves Operational Systems at Its Don Mueang Airport Location

NIPPON EXPRESS HOLDINGS, INC. - Expands High-speed Operations for Urgent Shipments in Stepping Up Services to India and Other Asian Destinations - Nippon Express Logistics (Thailand) Co., Ltd. (hereinafter "NX Logistics Thailand"), a group company of NIPPON EXPRESS HOLDINGS, INC., has enhanced logistics systems at its Don Mueang Airport location in Thailand, enabling the company to respond more swiftly and flexibly to diverse logistics needs, including urgent shipments, by expanding its hub

ชูจุดแข็งรับพัสดุหนักสูงสุด 30 กก. เจาะกล... KEX SAMEDAY โซลูชันส่งด่วนทันใจ คุ้มค่า ตอบโจทย์งานเร่งทั่วกรุงเทพฯ - ปริมณฑล — ชูจุดแข็งรับพัสดุหนักสูงสุด 30 กก. เจาะกลุ่ม New Economy พร้อมจัดโปรแรง ลด...

ผลิตภัณฑ์เรซิน DURACON(R) POM ของโพลีพลาสติกส์ ถูกนำไปใช้กับระบบขนย้ายแบบตีนตะขาบสุดทันสมัย

บริษัท โพลีพลาสติกส์ จำกัด ผลิตภัณฑ์เรซิน DURACON(R) POM ของบริษัท โพลีพลาสติกส์ จำกัด (Polyplastics Co., Ltd.) ถูกเลือกนำไปใช้กับระบบขนย้ายแบบตีนตะขาบอันโดดเด่นที่พัฒนาโดยบริษัท คูโบเร็กซ์ จำกัด (CuboRex Co.,...

การบริหารจัดการห้องอาหารภายในโรงแรมถือเป็... 5 ประโยชน์ของระบบคิดเงินห้องอาหารโรงแรมที่ผู้ประกอบการควรรู้ — การบริหารจัดการห้องอาหารภายในโรงแรมถือเป็นงานที่มีความซับซ้อนมากกว่าร้านอาหารทั่วไป เนื่องจ...

เขตเศรษฐกิจใหม่เหลี่ยงเจียง นครฉงชิ่ง ทัน... ฉงชิ่งเปิดมิติใหม่ มอบประสบการณ์สุดตื่นตาต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก — เขตเศรษฐกิจใหม่เหลี่ยงเจียง นครฉงชิ่ง ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ "ร้านหม้อไฟใต้ดิน" ในเ...

Follow the sweet scent to Chocolate Bouti... "Hoppy" Easter Delights at Shangri-La Bangkok's Chocolate Boutique — Follow the sweet scent to Chocolate Boutique and discover an irresistible selection o...

กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) ตอกย้ำควา... Dow มอบทุนการศึกษา จุดพลังคนรุ่นใหม่สาย STEM ปูทางสู่วิศวกร เปิดทางสู่โลกการทำงานจริง — กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการพัฒนาศักยภา...