นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในโอกาสเป็นประธานแสดงความยินดีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ "โครงการภาคีร่วมใจส่งรักส่งนมจากอกแม่สู่ลูก" เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2568 ณ โรงแรม ที.เค.พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร ที่ผ่านมา ว่า กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัยมีนโยบายในการส่งเสริมให้เด็กทุกคนได้กินนมแม่อย่างเต็มที่ ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก คือ ทารกแรกเกิดได้กินนมแม่ตั้งแต่ 1 ชั่วโมงแรกหลังคลอด และกินนมแม่เพียงอย่างเดียวไม่ผสมน้ำในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต รวมทั้งกินนมแม่ต่อเนื่องจนถึงอายุ 2 ปี หรือนานกว่านั้น เพราะนมแม่เป็นอาหารที่ดีมีสารอาหารมากกว่า 200 ชนิดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเด็กทุกช่วงวัย เปรียบเสมือนวัคซีนป้องกันโรคตั้งแต่หยดแรก อีกทั้งในน้ำนมแม่มีภูมิคุ้มกันโรคต่าง ๆ ช่วยลดโรคภูมิแพ้ในเด็ก และช่วยลดภาวะทุพโภชนาการของเด็ก อีกทั้งเป็นการถักทอสายใยความผูกพันจากแม่สู่ลูก ส่งผลดีต่อพัฒนาการทางกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม นอกจากนี้ยังพบว่าเด็กที่กินนมแม่ จะลดโอกาสการเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในอนาคตได้ ซึ่งโครงการนี้นับเป็นหนึ่งโครงการสำคัญที่มีส่วนช่วยให้เด็กไทยไม่เสียโอกาสในการกินนมแม่และผลักดันให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนมากกว่าร้อยละ 50 ได้สำเร็จ
ด้าน นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากการสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย ปี 2565 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ร่วมกับองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ พบว่ามีเด็กแรกเกิดเพียงร้อยละ 29.4 ได้กินนมแม่ภายใน 1 ชั่วโมงแรกหลังคลอด และมีเพียงร้อยละ 28.6 ที่ได้กินนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต และยังมีเด็กเพียงร้อยละ 18.7 ที่ได้กินนมแม่ต่อเนื่องถึง 2 ปี ดังนั้นจึงเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนอย่างยิ่ง ที่กรมอนามัยและภาคีเครือข่ายต้องร่วมมือกันอย่างจริงจังในการสนับสนุนและปกป้องให้เด็กไทยทุกคนได้กินนมแม่ ตามสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็ก เพื่ออนาคตของประเทศไทย โดยในปัจจุบันสภาพทางเศรษฐกิจและสังคมส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงค่านิยม ผู้หญิงออกไปทำงานนอกบ้านมากขึ้น จึงส่งผลกระทบต่อระยะเวลาในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพื่อให้แม่ที่ต้องทำงาน ยังคงสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้อย่างต่อเนื่อง
โดยที่ผ่านมา กรมอนามัย มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย บริษัทขนส่ง จำกัด บริษัทไทยแอร์เอเชีย จำกัด บริษัทนครชัยแอร์ จำกัด และบริษัทเอเวอรี่เดย์ ด๊อกเตอร์ จำกัด ได้ร่วมมือกันส่งเสริมให้แม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ตามต้องการ โดยให้แม่ ที่ทำงานต่างจังหวัด สามารถส่งนมแม่ข้ามจังหวัด เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่าย ในการขนส่งนม และยังช่วยชะลอการเปลี่ยนเป็นนมผงทดแทนนมแม่ได้อีกด้วย ซึ่งการจัดทำโครงการฯ ร่วมกับภาคีเครือข่าย ในการให้บริการขนส่งนมแม่ฟรี ระหว่างปี 2563 - 2567 มีผู้เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 6,595 ราย และเพื่อเป็นการสนับสนุนให้แม่ที่ต้องทำงาน ยังคงสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ จึงได้จัดโครงการต่อเนื่องอีก 3 ปี โดยจะสิ้นสุดในปี 2571 สำหรับครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือเพิ่มจากภาคี อีก 3 หน่วยงาน ที่เล็งเห็นความสำคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ได้แก่ คณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร บริษัทการบินกรุงเทพ จำกัด และบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด
"บันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ทำขึ้น เพื่อสนับสนุนการขนส่งนมแม่ โดยไม่มีคิดค่าใช้จ่ายผ่านโครงการภาคีร่วมใจส่งรักส่งนมจากอกแม่สู่ลูก อีกทั้งเป็นกรอบความตกลงทั่วไป เพื่อให้มีความเข้าใจตรงกัน และดำเนินงานไปในแนวทางเดียวกัน โดยมิได้มุ่งหวังให้มีผลบังคับผูกพันทางกฎหมายระหว่างกัน ซึ่งจะมุ่งเน้นการเพิ่มช่องทางการส่งนมแม่ ในกลุ่มแม่ที่ทำงานในจังหวัดที่ห่างไกลลูก ลดปริมาณการใช้นมผสมสำหรับทารก ในกรณีที่แม่ต้องกลับไปทำงานในจังหวัดที่ห่างไกลลูก และเพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน อย่างน้อยร้อยละ 50" รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าว
นี้ ในอนาคตจะมีการผลักดันให้นำกล่องเก็บความเย็นที่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ ตลอดเส้นทาง อีกทั้งสนับสนุนและผลักดันโครงการให้เป็นนโยบายระดับชาติ รวมถึงเสนอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้การสนับสนุนตู้เย็น ตู้แช่แข็ง เพื่อเก็บรักษาคุณภาพนมแม่ ตลอดจนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ให้ความช่วยเหลือในการจัดเก็บและรับส่งนมต่อไป
สำหรับคุณแม่หรือผู้สนใจต้องการสอบถามแนวทางการขนส่งนมแม่ สามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกรมอนามัย 1478 หรือที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ
ชวนใส่ใจมาตรฐานความหวานใหม่คนไทย หวานน้อย แต่สุขภาพเต็มร้อย
กทม. บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ-กวดขันการประกอบกิจการร้านจำหน่ายกัญชาย่านสุขุมวิท - เข้มตรวจสอบกิจการ
กรมอนามัย หนุน "10 เสาหลักสุขภาพดี ทุกเพศเข้าถึงได้" พร้อมพัฒนาหลักสูตรบริการสุขภาพสำหรับผู้มีความหลากหลายทางเพศ
สธ. ผนึกทุกภาคส่วน เปิดเวที Active Living Forum 2026 สร้างประเทศไทยแอคทีฟ
สธ. เปิดชื่อ 14 แบรนด์ดัง ร่วมแคมเปญ 'หวานปกติ = หวาน50%' เผยคนไทยสั่งหวานน้อยเพิ่มขึ้น
อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประกาศความพร้อมจัดงาน CPHI South East Asia 2026
กทม. ติดตามสถานการณ์-เตรียมความพร้อมเฝ้าระวังการแพร่ระบาดโควิด 19 อย่างใกล้ชิด
กรมอนามัย ดึงโลตัส-เซเว่น ร่วมแคมเปญให้คนไทยเข้าถึงนมจืดง่ายขึ้น ชวนดื่มนม ตั้งแต่เด็ก เสริมสูง ลดความเสี่ยงมวลกล้ามเนื้อน้อย ป้องกันกระดูกพรุนเมื่อสูงวัย
กรมอนามัยรณรงค์ "พระแอคทีฟ" ชวนพระสงฆ์เดินจงกรม กวาดวัด ยืดเหยียด พร้อมแนะประชาชนทำบุญยุคใหม่ "ถวายอาหารสุขภาพ" ลดโรค NCDs