สมาคมเวชพันธุศาสตร์และจีโนมิกส์ทางการแพทย์ (Medical Genetics and Genomics Association หรือ MGGA) ร่วมกับพันธมิตรนานาชาติ Asia-Africa Society of Medical Genomics (AASGM) ประกาศความร่วมมือเพื่อยกระดับการดูแลผู้ป่วยโรคหายากทางพันธุกรรมในประเทศไทย ผ่านเวทีประชุม Summit on Genomics Frontiers II: Ethics, Equity, and Identity Across Asia and Africa โดยการประชุมครั้งนี้เป็นเวทีหลักในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และขับเคลื่อนความร่วมมือระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ
ความร่วมมือดังกล่าวมุ่งลดความเหลื่อมล้ำและอุปสรรคของผู้ป่วยโรคหายาก ครอบคลุมตั้งแต่การวินิจฉัย การเข้าถึงการรักษา และภาระค่าใช้จ่าย พร้อมพัฒนาบุคลากรด้านเวชพันธุศาสตร์และจีโนมิกส์เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงการดูแลที่เป็นรูปธรรม โดยความร่วมมือครอบคลุมตั้งแต่การวางแผนพัฒนาบุคลากร การจัดตั้งศูนย์การรักษาเฉพาะทาง การจัดทำแนวทางการรักษาระดับภูมิภาค และการสนับสนุนนโยบายสาธารณสุขที่ตอบโจทย์ผู้ป่วย
ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ ผู้แทนจากแพทยสภา กล่าวว่า "การสนับสนุนการนำเทคโนโลยีจีโนมิกส์มาใช้ในเวชปฏิบัติเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพการดูแลผู้ป่วยให้ได้มาตรฐานและยั่งยืน แพทยสภาได้ทำงานร่วมกับสภาวิชาชีพด้านสุขภาพ เช่น สภาการพยาบาล สภาเภสัชกรรม และสภาเทคนิคการแพทย์ รวมถึงพันธมิตรจากภาควิศวกรรมและสถาปัตยกรรม เพื่อสร้างระบบการดูแลที่ครอบคลุมมากขึ้น ขณะเดียวกัน เรายังจัดอบรมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลชุมชน เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียมทั่วประเทศ"
ศ.คลินิก นพ.ธันยชัย สุระ นายก MGGA กล่าวว่า "การประชุมเอเชีย-แอฟริกาครั้งแรกด้านเวชพันธุศาสตร์และโรคหายากมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะประชากรในทั้งสองภูมิภาคมีลักษณะและความท้าทายในการเข้าถึงการรักษาคล้ายกัน การประชุมนี้เป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนความรู้และสร้างความร่วมมือเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยโรคได้รวดเร็วขึ้น การตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยลดภาระต่อสังคมและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย นอกจากนี้ เรายังมุ่งให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาและยาที่จำเป็นได้อย่างทั่วถึง ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญสู่การดูแลผู้ป่วยโรคหายากอย่างเท่าเทียมและมีคุณภาพ"
ศ.พญ.ดวงฤดี วัฒนศิริชัยกุล ตัวแทนจากมูลนิธิเพื่อผู้ป่วยโรคหายาก กล่าวว่า "อุปสรรคสำคัญที่สุดของผู้ป่วยโรคหายากคือการเข้าถึงการวินิจฉัย เนื่องจากการตรวจทางห้องปฏิบัติการและการทดสอบทางพันธุกรรมยังไม่ครอบคลุมในโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข เราจำเป็นต้องผลักดันความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย โรงพยาบาล และภาครัฐ รวมถึงพัฒนานโยบายการเบิกจ่ายค่าตรวจและยาที่เหมาะสม ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนและเครือข่ายผู้ป่วยก็มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการตรวจ การเข้าถึงยา และการสร้างความเข้าใจต่อสังคม หากมีมาตรการที่ต้องเร่งดำเนินการที่สุด ก็คือการทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงการวินิจฉัยได้เร็วและทั่วถึงมากขึ้น"
ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการเสริมสร้างและยกระดับมาตรฐานการดูแล โรคทางพันธุกรรมและโรคหายาก อย่างเป็นระบบและยั่งยืน สร้างเครือข่ายแพทย์-นักวิจัยนานาชาติ เสริมความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการ และช่วยให้ผู้ป่วยและครอบครัวได้รับการดูแลที่มีคุณภาพและมีความหวังต่ออนาคตมากยิ่งขึ้น
สำหรับแพทย์ผู้สนใจเกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ป่วยโรคทางพันธุกรรม สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ MGGA เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเวชศาสตร์จีโนมิกส์ได้ที่ https://www.tmgga.org/
สำหรับผู้ป่วยโรคหายาก ครอบครัว และประชาชนทั่วไปที่ต้องการข้อมูลหรือความช่วยเหลือ สามารถติดต่อมูลนิธิโรคหายากแห่งประเทศไทยได้ที่ https://thairdf.org/
COM7 สานต่อ CSR ส่งมอบ "ห้องคอมฯ ของหนู" 6 โรงเรียนภาคใต้ ลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยี มุ่งสร้างการเติบโตคู่สังคมอย่างยั่งยืน
กรมอนามัย รณรงค์วันน้ำโลก ภายใต้แนวคิด น้ำและความเท่าเทียมทางเพศ "ที่ใดมีน้ำไหล ที่นั่นความเท่าเทียมก็เติบโต" ส่งเสริมการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า เพิ่มความเท่าเทียม
กปภ. ใช้ข้อมูล TPMAP ชี้เป้ากลุ่มเปราะบางเดินหน้าลดความเหลื่อมล้ำ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน
ADVICE ปักหมุด 77 จังหวัดทั่วไทย เดินหน้าโครงการ "Advice Pay IT Forward" ส่งต่อคอมฯ ลดช่องว่างดิจิทัล สร้าง Smart Classroom เพื่ออนาคตเด็กไทย
กคช. ขับเคลื่อน GEO AI ยกระดับที่อยู่อาศัยสู่ความเสมอภาคและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน
"บริการสุขภาพต้องไม่เลือกปฏิบัติ" กรมอนามัยเปิดหลักสูตรดูแล LGBTQ+ อย่างเป็นระบบ และหน่วยบริการส่งเสริมสุขภาพต้นแบบ Pride clinic
กรุงไทย ทุบสถิติครั้งยิ่งใหญ่ คว้า 100 รางวัลจากเวทีชั้นนำระดับสากล สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ ก้าวสู่ปีที่ 60 ตอกย้ำผู้นำการเงินยั่งยืน
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ยกระดับบริการสาธารณสุขในพื้นที่ห่างไกล มอบเครื่องมือแพทย์รวมมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท แก่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชใน 5 จังหวัดทั่วประเทศ