คนไทยใช้ยา Amoxicillin ผิดวิธี เภสัชกรเตือน "กินไม่ครบคอร์ส" เสี่ยงเชื้อดื้อยา

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

Amoxicillin หรือ อะม็อกซีซิลลิน เป็นยาปฏิชีวนะที่คนไทยคุ้นเคยมากที่สุดชนิดหนึ่ง ใช้รักษาอาการติดเชื้อแบคทีเรีย ตั้งแต่คออักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ ไซนัสอักเสบ ไปจนถึงการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะและผิวหนัง ด้วยราคาไม่แพงและหาซื้อได้ง่าย ทำให้หลายคนมักซื้อมากินเองเมื่อรู้สึกไม่สบาย โดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

คนไทยใช้ยา Amoxicillin ผิดวิธี เภสัชกรเตือน "กินไม่ครบคอร์ส" เสี่ยงเชื้อดื้อยา

ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า การดื้อยาปฏิชีวนะเป็นหนึ่งในวิกฤตสุขภาพที่น่ากังวลที่สุดในระดับโลก โดยสาเหตุหลักมาจากการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่ถูกต้อง ทั้งการซื้อกินเอง การกินไม่ครบตามที่แพทย์สั่ง และการใช้ยาปฏิชีวนะรักษาอาการที่เกิดจากไวรัส ซึ่งยาปฏิชีวนะไม่สามารถรักษาได้

Amoxicillin ไม่ได้ใช้ได้กับทุกอาการ

เภสัชกรชี้ว่า สิ่งที่คนไทยเข้าใจผิดมากที่สุดเกี่ยวกับ Amoxicillin คือการคิดว่ายาตัวนี้ "ใช้ได้กับทุกอาการติดเชื้อ" ทั้งที่ความจริงแล้ว Amoxicillin เป็นยาปฏิชีวนะในกลุ่มเพนิซิลลิน ออกฤทธิ์เฉพาะกับเชื้อแบคทีเรียบางชนิดเท่านั้น ไม่มีผลกับเชื้อไวรัสใดๆ ทั้งสิ้น

ดังนั้น อาการอย่างไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ โควิด-19 หรือท้องเสียจากไวรัส การกิน Amoxicillin ไม่ช่วยให้หายเร็วขึ้น แต่กลับเพิ่มความเสี่ยงให้เชื้อแบคทีเรียในร่างกายดื้อยา ทำให้ในอนาคตเมื่อจำเป็นต้องใช้ยาจริงๆ ยาอาจไม่ได้ผล

กินอย่างไรให้ปลอดภัยและได้ผล

สำหรับผู้ที่ได้รับ Amoxicillin จากแพทย์แล้ว สิ่งที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดคือการกินยาให้ครบคอร์สตามที่แพทย์สั่ง แม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม เพราะการหยุดยาก่อนกำหนดเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เชื้อดื้อยา เนื่องจากแบคทีเรียที่เหลือรอดจะพัฒนาความต้านทานต่อยาได้

ในเรื่องเวลาการกินยา โดยทั่วไป Amoxicillin 500 มิลลิกรัม มักให้รับประทานทุก 8 ชั่วโมง หรือวันละ 3 ครั้ง ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ สามารถกินได้ทั้งก่อนและหลังอาหาร แต่หากมีอาการคลื่นไส้หรือระคายเคืองกระเพาะ ควรกินพร้อมอาหารเพื่อลดผลข้างเคียง และควรเว้นระยะห่างระหว่างมื้อยาให้สม่ำเสมอ เพื่อรักษาระดับยาในเลือดให้คงที่

หากลืมกินยา ให้รับประทานทันทีที่นึกได้ แต่ถ้าใกล้เวลามื้อถัดไปแล้ว ให้ข้ามมื้อที่ลืมไปเลย ห้ามกินยาเพิ่มเป็นสองเท่าเด็ดขาด ผู้ที่ต้องการศึกษาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ Amoxicillin ทั้งวิธีกิน ขนาดยา และข้อควรระวัง สามารถอ่านเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลที่อ้างอิงตามหลักวิชาการได้

ผลข้างเคียงที่ควรรู้

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยจากการใช้ Amoxicillin ได้แก่ คลื่นไส้ ท้องเสีย และปวดท้อง ซึ่งมักเป็นอาการไม่รุนแรงและหายไปเองเมื่อกินยาครบ อย่างไรก็ตาม มีผลข้างเคียงรุนแรงบางอย่างที่ต้องหยุดยาและไปพบแพทย์ทันที ได้แก่ ผื่นลมพิษ หน้าบวมหรือปากบวม หายใจลำบาก ท้องเสียเป็นน้ำรุนแรงหรือมีเลือดปน และอาการตัวเหลืองตาเหลือง

สิ่งที่สำคัญคือ ผู้ที่มีประวัติแพ้ยากลุ่มเพนิซิลลิน ห้ามใช้ Amoxicillin โดยเด็ดขาด เพราะอาจเกิดอาการแพ้รุนแรงถึงขั้นช็อกได้ จึงควรแจ้งประวัติการแพ้ยาให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบทุกครั้งก่อนรับยา

ปัญหาเชื้อดื้อยาในไทย — วิกฤตเงียบที่กำลังรุนแรงขึ้น

ประเทศไทยติดอันดับต้นๆ ในเอเชียที่มีอัตราการดื้อยาปฏิชีวนะสูง ส่วนหนึ่งมาจากวัฒนธรรมการซื้อยากินเองที่ฝังรากลึก โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะอย่าง Amoxicillin ที่สามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านขายยาทั่วไป

ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขประเมินว่า คนไทยเสียชีวิตจากเชื้อดื้อยาปีละหลายหมื่นราย และตัวเลขมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผู้เชี่ยวชาญจึงย้ำว่า การใช้ยาปฏิชีวนะทุกครั้งควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น ไม่ควรซื้อกินเอง ไม่ควรแบ่งยาให้คนอื่น และไม่ควรเก็บยาเหลือไว้ใช้ครั้งถัดไป

ทั้งนี้ ผู้ที่ต้องการปรึกษาเกี่ยวกับการใช้ยาปฏิชีวนะหรือยาชนิดอื่นๆ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Intimo Life แพลตฟอร์มร้านยาออนไลน์ที่มีเภสัชกรพร้อมให้คำปรึกษาก่อนใช้ยาทุกครั้ง โดยอ้างอิงข้อมูลจาก WHO, NHS และ Mayo intimolifeClinic

ข้อมูลในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ได้มีเจตนาทดแทนคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกร ยาปฏิชีวนะเป็นยาที่ต้องใช้ตามคำสั่งแพทย์เท่านั้น


ข่าวองค์การอนามัยโลก+องค์การอนามัยโลวันนี้

สคร.12 สงขลา ร่วมรณรงค์ วันวัณโรคสากล 24 มีนาคม 2569 Yes! We Can End TB "ยุติวัณโรค เราทำได้"

24 มีนาคม ของทุกปีเป็นวันวัณโรคสากล สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา (สคร.12 สงขลา) ร่วมรณรงค์ภายใต้ประเด็น Yes! We Can End TB "ยุติวัณโรค เราทำได้" ลดปัญหาวัณโรคที่ส่งผลต่อสังคมไทย จากรายงานขององค์การอนามัยโลก (WHO) ปี 2568 ระบุว่าวัณโรคยังคงเป็นโรคติดเชื้อที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดของโลก โดยมีผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ประมาณ 10.7 ล้านรายต่อปี และมีผู้เสียชีวิตจากวัณโรค 1.23 ล้านราย รวมถึงผู้ติดเชื้อเอชไอวีกว่า 150,000 ราย สำหรับประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2568 องค์การอนามัย

เทรนด์การดูแลสุขภาพ Longevity ที่มาแรงในช... ชวนใส่ใจมาตรฐานความหวานใหม่คนไทย หวานน้อย แต่สุขภาพเต็มร้อย — เทรนด์การดูแลสุขภาพ Longevity ที่มาแรงในช่วงนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงการมีอายุยืนยาว แต่เน้นการม...

บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด ได้รับราง... เชลล์คว้ารางวัลสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ตอกย้ำมาตรฐานความปลอดภัย ขับเคลื่อนสังคมไทยไร้แร่ใยหิน — บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด ได้รับรางวัล "มติสมัชชาสุขภาพ...

วันเบาหวานโลก 2568: มหาวิทยาลัยเซนต์จอร์จ เชิญชวนให้คนไทยตระหนักรู้ ตรวจคัดกรอง และป้องกันโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้

องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่ามีผู้ป่วยโรคเบาหวานทั่วโลกประมาณ 630 ล้านคน โดยส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง ผู้ป่วยจำนวนมากไม่ทราบว่าตนเองเป็นโรคเบาหวานจนกระทั่งเกิดภาวะ...