Krungthai CIO ประเมินประเด็นกรีนแลนด์เป็นความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่ตลาดโลกต้องจับตาเปิด 4 ฉากทัศน์กำหนดทิศทางเศรษฐกิจและตลาดโลก มองปรับฐานในช่วงที่ผ่านมาเป็นเพียงการปรับกลุ่มลงทุน หรือ Market Rotation มากกว่าการเข้าสู่ภาวะ Risk-off คงคำแนะจัดพอร์ตแบบ Barbell Strategy ผสมหุ้นเติบโตและหุ้นมั่นคง พร้อมถือทองคำเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง
ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office) วิเคราะห์ตลาดและการลงทุนรายสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 26-30 มกราคม 2569 ว่า ตลาดการเงินโลกเผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และการค้าในช่วงต้นสัปดาห์ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงท่าทีของสหรัฐฯ ในการเข้าควบคุมกรีนแลนด์ พร้อมขู่ปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศในยุโรป หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในประเด็นดังกล่าว ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนผันผวนในระยะแรก อย่างไรก็ดี ตลาดจะเริ่มฟื้นตัว ตอบรับข่าวสหรัฐฯ และองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) บรรลุ "กรอบของข้อตกลง" เกี่ยวกับอนาคตกรีนแลนด์ได้ รวมถึงการยกเลิกแผนการจัดเก็บภาษีนำเข้าจากยุโรป ซึ่งช่วยคลายแรงกดดันต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะสั้น
Krungthai CIO ประเมินประเด็นกรีนแลนด์เป็นความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์สำคัญ โดยเปิด 4 ฉากทัศน์ที่อาจส่งผลต่อทิศทางเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลก ดังนี้
ฉากทัศน์ที่ 1 : บรรลุข้อตกลงโดยสันติ สหรัฐฯ สามารถครอบครองกรีนแลนด์ได้ โดยไม่ใช้กำลังทางทหาร ช่วยเสริมความมั่นคงเชิงยุทธศาสตร์และการเข้าถึงทรัพยากรสำคัญ อาจส่งผลบวกต่อภาคธุรกิจสหรัฐฯ ขณะที่เศรษฐกิจยุโรปได้รับผลกระทบอย่างจำกัด
ฉากทัศน์ที่ 2 : อิทธิพลเพิ่มขึ้นผ่านการทูต กรีนแลนด์เข้ามาอยู่ภายใต้อิทธิพลของสหรัฐฯ มากขึ้น
ผ่านกรอบความร่วมมือด้านความมั่นคง ส่งผลให้ยุโรปเร่งเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม กลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศได้อานิสงส์เชิงบวก แต่ความเสี่ยงด้านฐานะการคลังของยุโรปเพิ่มสูงขึ้น
ฉากทัศน์ที่ 3 : การเจรจายืดเยื้อ-ความขัดแย้งแฝง การเจรจาไม่มีข้อยุติ ประเทศยุโรปตอบสนองแตกต่างกัน แม้ไม่ใช้กำลังทหารโดยตรง แต่ความตึงเครียดด้านการค้าและภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น เศรษฐกิจสหรัฐฯ และยุโรปเผชิญแรงกดดัน ตลาดการเงินผันผวนสูงและเคลื่อนไหวตามทิศทางนโยบายเศรษฐกิจเป็นหลัก
ฉากทัศน์ที่ 4 : ความรุนแรงสูงสุด สหรัฐฯใช้กำลังทางทหารในการเข้าควบคุมกรีนแลนด์ ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกเผชิญ Negative Macro Shock ขนาดใหญ่ สินทรัพย์เสี่ยงถูกกดดันอย่างรุนแรง นักลงทุนมีแนวโน้มย้ายเงินไปยังสินทรัพย์ปลอดภัย และต้องอาศัยนโยบายเชิงรุกเพื่อรักษาเสถียรภาพระบบเศรษฐกิจ
Krungthai CIO มองว่า การปรับฐานของตลาดหุ้นโลกเป็นเพียง "Healthy Correction" และมีลักษณะของการหมุนกลุ่มลงทุน (Market Rotation) จากหุ้นขนาดใหญ่ที่มูลค่าเริ่มตึงตัว ไปสู่หุ้นกลุ่มอื่นที่ยังมีปัจจัยพื้นฐานรองรับ มากกว่าการเข้าสู่ภาวะ Risk-off สะท้อนจากจำนวนหุ้นใน ดัชนี S&P 500 ที่ให้ผลตอบแทนเป็นบวกมากกว่าหุ้นที่ปรับตัวลง ขณะเดียวกัน ผลประกอบการของกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ ที่ทยอยประกาศออกมายังคงแข็งแกร่ง ตอกย้ำว่าพื้นฐานของตลาดหุ้นยังอยู่ในทิศทางที่ดี
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน Krungthai CIO ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนในหุ้น มองว่า จังหวะตลาดอ่อนตัวเป็นโอกาสในการทยอยสะสม (Buy on Dip) เน้นความสำคัญของการกระจายการลงทุน แนะนำการจัดพอร์ตแบบ "Barbell Strategy" โดยผสมผสานหุ้น กลุ่มเติบโต (Growth) กับ หุ้นกลุ่มมั่นคง (Defensive) เพื่อเพิ่มความมั่นคงของพอร์ต และแนะนำลงทุนในทองคำ เพื่อช่วยป้องกันความเสี่ยงและลดความผันผวนโดยรวมของพอร์ตการลงทุน
Krungthai CIO ชี้สถานการณ์ตะวันออกกลาง กดดันสินทรัพย์เสี่ยง แนะถือทองคำ 5-10% ของพอร์ตลงทุน ป้องกันความเสี่ยง
Krungthai CIO ชี้ภาษี Trump สั่นคลอนหลังศาลสหรัฐฯ สั่งระงับ จับตา กนง.คงดอกเบี้ย แนะจัดพอร์ตแบบ "Barbell" รับความไม่แน่นอน
Krungthai CIO ชี้ AI Disruption กดดันตลาดโลก แต่หุ้นสหรัฐฯยังแข็งแกร่ง แนะจัดพอร์ตแบบสมดุลรับจังหวะตลาดสลับกลุ่มลงทุน
Krungthai CIO มองประธานเฟดคนใหม่ อาจเป็นจุดเปลี่ยนนโยบายการเงินโลก แนะนำทยอยสะสมหุ้นสหรัฐฯ เมื่อย่อตัว ถือทองคำบริหารความเสี่ยง
Krungthai CIO มองตลาดเงินโลกผันผวน แนะเพิ่มการลงทุนในทองคำ บริหารความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์
Krungthai CIO เปิดธีมลงทุนต้นปี ชี้ตลาดหุ้นโลกยังเป็นบวก ท่ามกลางความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ แนะจัดพอร์ต Barbell รับความผันผวน
Krungthai CIO ชี้ทิศทางตลาดโลกปี 2569 เปิด 5 ธีมลงทุน รับโอกาสครึ่งปีแรก พร้อมตั้งการ์ดครึ่งปีหลังรับความผันผวน
Krungthai CIO แนะเพิ่มน้ำหนักลงทุนหุ้นสหรัฐ รับตลาดฟื้นตัวหลังเฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย