Krungthai CIO ประเมินความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยกระดับเป็นสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน เป็นปัจจัยหลักกดดันตลาดการเงินโลก พร้อมปรับสมมติฐานสู่กรณีฐานใหม่ที่มีความเสี่ยง Energy Shock ในระยะสั้นหลังราคาน้ำมันพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แนะนักลงทุนใช้กลยุทธ์ "Stay Invested" ลงทุนอย่างระมัดระวัง พร้อมกระจายพอร์ตสู่สินทรัพย์ปลอดภัย โดยเฉพาะทองคำ
ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office : CIO) วิเคราะห์ภาพรวมการลงทุนประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 9-13 มีนาคม 2569 ว่า ปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางตลาดการเงินโลกในขณะนี้ คือความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยกระดับรุนแรงขึ้น หลังเกิดสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียผู้นำสูงสุดของอิหร่าน และเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพด้านพลังงานของโลก
สถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นทะลุระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซแทบหยุดชะงัก ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก โดย Krungthai CIO ได้ปรับการประเมินสถานการณ์ โดยยกระดับฉากทัศน์ที่เกิด ภาวะช็อกด้านพลังงาน (Energy Shock) ในระยะสั้นขึ้นเป็นกรณีฐานใหม่ (Base Case) แทนสมมติฐานเดิม เนื่องจากความตึงเครียดมีแนวโน้ม ยืดเยื้อและอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลก Krungthai CIO มองว่า การปรับตัวลดลงของ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดหุ้นโลก ในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนความกังวลว่า สงครามอาจผลักดันเงินเฟ้อให้เร่งตัวขึ้นจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ในระยะถัดไป
อย่างไรก็ตาม แม้ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้น แต่ Krungthai CIO ยังแนะนำ กลยุทธ์ "Stay Invested" หรือ การคงสัดส่วนการลงทุนในตลาด โดยไม่ตื่นตระหนกต่อความผันผวนระยะสั้น เนื่องจากข้อมูลในอดีตชี้ว่า ตลาดหุ้นมักปรับตัวลงแรงในช่วงแรกของความขัดแย้ง แต่มีแนวโน้มกลับมามีเสถียรภาพได้ หากสถานการณ์ไม่ลุกลามจนกระทบโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว
ด้านกลยุทธ์การลงทุน Krungthai CIO แนะนำให้นักลงทุนปรับพอร์ตสู่ความสมดุลมากขึ้น (Tactical Asset Allocation : Balance) เพื่อรับมือกับความผันผวนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ เน้นถือสินทรัพย์ที่มีความทนทานต่อภาวะเศรษฐกิจไม่แน่นอน พร้อมคงสัดส่วนการลงทุนในทองคำประมาณ 5-10% ของพอร์ต เพื่อใช้เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง (Hedge) ที่สำคัญในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง ขณะเดียวกันสามารถเลือกลงทุนในหุ้นกลุ่ม Defensive ที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานจำกัด รวมถึง กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) เพื่อช่วยสร้างกระแสเงินสดจากเงินปันผลท่ามกลางภาวะตลาดที่ผันผวน
นอกจากนี้ นักลงทุนสามารถกระจายการลงทุนไปยัง ตลาดเกิดใหม่ที่ยังมีศักยภาพเติบโต เช่น เวียดนามและจีน เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาว ขณะเดียวกันควรระมัดระวังการลงทุนในประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันสูง เช่น อินเดีย ซึ่งอาจได้รับผล กระทบจากราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง สำหรับการลงทุนในตราสารหนี้ ยังคงมุมมอง Neutral เนื่องจากราคาพลังงานที่ปรับเพิ่มขึ้นอาจทำให้เงินเฟ้อเร่งตัว และส่งผลให้การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางทั่วโลกอาจล่าช้ากว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
ทั้งนี้ Krungthai CIO มองว่า ทิศทางตลาดในระยะถัดไปจะขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความชัดเจนในการแต่งตั้งผู้นำคนใหม่ของอิหร่าน รวมถึงท่าทีทางการทหารของสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน นักลงทุนควรติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งจะเป็นตัวชี้สำคัญต่อทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ระยะถัดไป
Krungthai CIO ชี้ภาษี Trump สั่นคลอนหลังศาลสหรัฐฯ สั่งระงับ จับตา กนง.คงดอกเบี้ย แนะจัดพอร์ตแบบ "Barbell" รับความไม่แน่นอน
Krungthai CIO ชี้ AI Disruption กดดันตลาดโลก แต่หุ้นสหรัฐฯยังแข็งแกร่ง แนะจัดพอร์ตแบบสมดุลรับจังหวะตลาดสลับกลุ่มลงทุน
Krungthai CIO มองประธานเฟดคนใหม่ อาจเป็นจุดเปลี่ยนนโยบายการเงินโลก แนะนำทยอยสะสมหุ้นสหรัฐฯ เมื่อย่อตัว ถือทองคำบริหารความเสี่ยง
Krungthai CIO เปิด 4 ฉากทัศน์ผลกระทบ "กรีนแลนด์" ชี้ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์กำหนดทิศทางตลาดโลกผันผวน แต่ยังไม่เข้าสู่ภาวะ Risk-off
Krungthai CIO มองตลาดเงินโลกผันผวน แนะเพิ่มการลงทุนในทองคำ บริหารความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์
Krungthai CIO เปิดธีมลงทุนต้นปี ชี้ตลาดหุ้นโลกยังเป็นบวก ท่ามกลางความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ แนะจัดพอร์ต Barbell รับความผันผวน
Krungthai CIO ชี้ทิศทางตลาดโลกปี 2569 เปิด 5 ธีมลงทุน รับโอกาสครึ่งปีแรก พร้อมตั้งการ์ดครึ่งปีหลังรับความผันผวน
Krungthai CIO แนะเพิ่มน้ำหนักลงทุนหุ้นสหรัฐ รับตลาดฟื้นตัวหลังเฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย