สลีค อีวี ไม่หวั่นต่อการเข้ามาของผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า มองเห็นศักยภาพการเติบโตในระยะยาว ย้ำธุรกิจมีสัญญาณดีตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เชื่อฐานรากมั่นคงพอ เตรียมขยาย S-CHARGE Ecosystem ให้ครบ 150 สถานีทั่วประเทศ 600 จุดชาร์จ ร่วมสร้างความยั่งยืนผ่านเครือข่ายพลังงานสะอาดร่วมกัน ตั้งเป้าผลงานเติบโตต่อเนื่อง 100%
คุณกันตินันท์ ตันวีนุกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท สลีค อีวี จำกัด กล่าวว่า สำหรับปี 2026 บริษัทตั้งเป้าการเติบโตกว่า 100% พร้อมยอดจำหน่ายรวมกว่า 4,000 คันทั่วประเทศ โดยคาดว่าสัดส่วนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลยังคงสูงที่สุด จากการส่งมอบรถในปีที่ผ่านมา เราสามารถดำเนินงานได้ตามเป้าหมาย และได้รับผลตอบรับเชิงบวกจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และในปีนี้ สลีค อีวี ยังมุ่งให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และการพัฒนาโปรเจกต์ S-CHARGE ระบบสถานีชาร์จที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เพื่อรองรับพฤติกรรมการใช้งานจริงของผู้บริโภค โดยมุ่งสร้างความมั่นใจด้านการชาร์จ การเข้าถึงพลังงาน และต้นทุนการใช้งานในระยะยาว สะท้อนแนวคิด "สร้างระบบก่อนยอดขาย" ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรม EV และยังคงเร่งขยาย S-CHARGE Ecosystem ให้ครบ 150 จุดทั่วประเทศ 600 หัวชาร์จ ในปีนี้ โดยเน้นศักยภาพของระบบการชาร์จที่เชื่อมต่อกับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน และสามารถขยายได้ในระยะยาว เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างยั่งยืน
ด้านอัตราการเติบโตของตลาดมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในปัจจุบันยังคงอยู่ในระดับเริ่มต้น โดยมีสัดส่วนเพียง 1-2% ของตลาดรวม สาเหตุหลักมาจากข้อจำกัดด้านคุณภาพสินค้า มาตรฐานการให้บริการ และโครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่ครอบคลุม ส่งผลให้การหันมาใช้ EV ยังไม่ตอบโจทย์การใช้งานจริงของผู้บริโภคในวงกว้าง โดยจากข้อมูลการใช้งานพบว่ากลุ่มผู้ใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในปัจจุบันมีระยะทางการเดินทางเฉลี่ย 50-80 กิโลเมตรต่อวัน ขณะที่กลุ่มผู้ใช้เป้าหมายในอนาคตมีความต้องการเดินทาง 100-200 กิโลเมตรต่อวัน ซึ่งยังคงรอความพร้อมของระบบรองรับก่อนตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ EV โดยปัจจัยชี้ขาดของการเปลี่ยนผ่านอยู่ที่ต้นทุนการเดินทางของผู้บริโภคเป็นหลัก ซึ่งเมื่อมีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม ระบบชาร์จที่ตอบโจทย์ และแพ็กเกจพลังงานที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 50% การเปลี่ยนมาใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจะเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานจริง ไม่จำเป็นต้องเร่งตลาดด้วยการทำโปรโมชันระยะสั้น
"เพื่อให้ผ่านช่วงเวลาที่ตลาดท้าทาย สลีค อีวี ยังเดินหน้าลงทุนระยะยาว ทั้งในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาศักยภาพของผลิตภัณฑ์ ไม่เพียงเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการใช้งาน แต่ยังมุ่งสร้างความสมดุลระหว่างสมรรถนะที่เหมาะสมและราคาที่เข้าถึงได้ ทั้งนี้ พาร์ทเนอร์ และนักลงทุนจึงเป็นกลไลสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ ซึ่งล่าสุด บริษัทได้ขยายความร่วมมือกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในหลากหลายภาคส่วน ทั้งด้านพลังงาน เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของระบบนิเวศมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในระยะยาว และสนับสนุนการขยาย S-CHARGE Ecosystem ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยบริษัทได้รับความเชื่อมั่นจากกลุ่มนักลงทุนที่มีวิสัยทัศน์ระยะยาว สอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานก่อนการเติบโตของตลาด เพื่อก้าวสู่การเป็นเป็นผู้นำในตลาดก่อนคู่แข่ง ทั้งนี้บริษัทยังมีแผนขยายไป EEC ภายใน 2 ปี เพื่อบุกตลาดต่างประเทศและควบคุมคุณภาพตลอด Supply Chain เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความคล่องตัว" คุณกันตินันท์ กล่าวเสริม
ปัจจุบัน สลีค อีวี มีรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าวางจำหน่ายหลายรุ่น อาทิ TYPE-X, TYPE-E, TYPE-S, SLEEK Play 1.0 และ รุ่นใหม่ล่าสุด TYPE-X S PERFORMANCE มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่มีความเร็วสูงสุด 125 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (ตามแต่ละรุ่น ศักยภาพเหมาะสมต่อการใช้งาน) โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีในการสร้างระบบแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น S Drive 1.0 ระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะที่ให้สมรรถนะใกล้เคียงรถสันดาป 125cc การอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ OTA ให้รถฉลาดขึ้นได้ตลอดเวลา ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมคุณภาพสูง พร้อมการรับประกันสูงถึง 150,000 กิโลเมตร มีเครือข่าย S-CHARGE สำหรับผู้ใช้รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า 7 สถานี โดยส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ตามปั๊มน้ำมัน พีทีที สเตชั่น รวมถึงการเชื่อมต่อ IoT ผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อบริหารจัดการรถและติดตามสถานการณ์ใช้งานได้แบบเรียลไทม์ สร้างความแตกต่างจากผู้เล่นรายอื่นในตลาด
แม้ปัจจุบันตลาดมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจะมีผู้เล่นรายใหญ่เข้ามามากขึ้น แต่สลีค อีวี เลือกเตรียมความพร้อมล่วงหน้า โดยมุ่งสร้างความได้เปรียบเชิงโครงสร้างก่อนตลาดกลับมาเติบโตอีกครั้ง ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และระบบนิเวศทางธุรกิจ จากการดำเนินธุรกิจและพัฒนาโซลูชันในตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องมากว่า 3 ปี ทำให้บริษัทเข้าใจประการณ์ของผู้ใช้งานจริง และสามารถออกแบบโซลูชันที่ตอบโจทย์ได้เร็วกว่าผู้เล่นรายใหม่ พร้อมปูทางสู่การเป็นผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างยั่งยืน
YADEA จับมือสหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการฝ่ายรัฐสภา จำกัด เร่งขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมเดินทางสีเขียว
เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส เปิดตัว EV Bike รุ่นใหม่ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโลจิสติกส์สู่มาตรฐาน ESG ยกระดับการขนส่งสีเขียว
บมจ. เอเจ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จับมือพันธมิตรจีน ร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด เพื่ออนาคตเศรษฐกิจไทยยั่งยืน
QTC ลุยขยายสถานีแบตฯ มอเตอร์ไซค์ EV เพิ่ม หนุนการสร้างรายได้แบบ Passive Income
QTC ปลื้มสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า MOVE EV X สร้างรายได้ควบคู่กับการรักษ์โลก
"อมตะ" ปรับพอร์ตดึงลงทุน สู่เกษตรอัจฉริยะปักฐาน "อมตะซิตี้ นาหม้อ" พัฒนาสู่ฮับอาหารแปรรูปแห่งใหม่ทำเลยุทธศาสตร์เชื่อมตลาดจีน
อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผนึก สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย และ BloombergNEF ยกระดับงาน MobilityTech Asia - Bangkok 2026
ศูนย์ฯ สิริกิติ์ ตอกย้ำศูนย์การประชุมสีเขียว ผนึก PTTGC ผลักดัน "ครัวสู่เครื่อง" เปลี่ยนน้ำมันพืชใช้แล้วสู่พลังงานสะอาด