"อมตะ" ปรับพอร์ตดึงลงทุน สู่เกษตรอัจฉริยะปักฐาน "อมตะซิตี้ นาหม้อ" พัฒนาสู่ฮับอาหารแปรรูปแห่งใหม่ทำเลยุทธศาสตร์เชื่อมตลาดจีน

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

อมตะ ปรับโมเดลธุรกิจในสปป.ลาวใหม่ รับมือกับความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ สร้างเป็นฐานการผลิตปั้น "อมตะซิตี้ นาหม้อ" สู่ฮับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตดันส่งออกจีนสู่ "เกษตรอัจฉริยะและอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป" มุ่งเน้นสินค้าและผลิตภัณฑ์เกษตรออร์แกนิคที่มีมูลค่าสูง ยกระดับฐานผลิตสปป. ลาวสู่ ศูนย์กลางการผลิตและกระจายสินค้าสำคัญของภูมิภาคอย่างเต็มตัว ชูจุดแข็งด้าน "พลังงานสะอาด" และทำเลเชิงยุทธศาสตร์เพื่อเชื่อมต่อตลาดจีน

"อมตะ" ปรับพอร์ตดึงลงทุน สู่เกษตรอัจฉริยะปักฐาน "อมตะซิตี้ นาหม้อ" พัฒนาสู่ฮับอาหารแปรรูปแห่งใหม่ทำเลยุทธศาสตร์เชื่อมตลาดจีน

นายวรงค์ ตังประพฤทธิ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมตะซิตี้ ลาว จำกัด เปิดเผยว่า ทางอมตะเตรียมปรับแผนพัฒนาพื้นที่การลงทุนใหม่ ให้สอดรับกับทิศทางสถานการณ์โลก ในด้านปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ และการย้ายฐานการลงทุนครั้งใหญ่ในสปป.ลาว เพื่อให้โครงสร้างทางการตลาดมีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น (Flexible Development) ดังนั้น แผนลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานตามความต้องการที่แท้จริง เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านกระแสเงินสด ในสภาวะต้นทุนที่ผันผวน ทั้งด้านพลังงานและอัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งในขณะนี้ ราคาน้ำมันดีเซลในสปป.ลาวที่สูงกว่า 60 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ต้นทุนก่อสร้างเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเครื่องจักรขนาดใหญ่ในโครงการต้องใช้น้ำมันเฉลี่ยถึง 2,000 ลิตรต่อวัน ประกอบกับค่าเงินกีบที่อ่อนค่าส่งผลให้ต้นทุนการลงทุนเพิ่มขึ้น "อมตะ" ปรับพอร์ตดึงลงทุน สู่เกษตรอัจฉริยะปักฐาน "อมตะซิตี้ นาหม้อ" พัฒนาสู่ฮับอาหารแปรรูปแห่งใหม่ทำเลยุทธศาสตร์เชื่อมตลาดจีน

ทั้งนี้ อมตะ ได้บริหารจัดการความเสี่ยงเชิงโครงสร้างตั้งแต่ต้นน้ำ โดยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแบบโมดูลาร์ (Modular Infrastructure) โดยการพัฒนา ระบบสาธาณูปโภคควบคู่ไปกับการพัฒนาที่ดิน เน้นโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น โดยใช้การออกแบบ และติดตั้งแบบโมดู มาติดตั้งในพื้นที่นิคมฯ โดยปัจจุบันได้เริ่มสร้างถนนสายหลักเข้าไปในนิคมฯประมาณ 2 กิโลเมตร เพื่อเปิดขายพื้นที่เป็นโซนๆ สร้างผลตอบแทนทันทีแทนแผนเดิม ที่จะพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่เริ่มต้น พร้อมปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะเข้าไปลงใหม่ จากเดิมที่เน้นอุตสาหกรรมไฮเทคไปสู่ "เกษตรอัจฉริยะและอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป" ซึ่งมองว่าสามารถสร้างรายได้และกระแสเงินสดได้รวดเร็วกว่า โดยใช้เวลาดำเนินการค่อนข้างสั้นคือประมาณ 6 เดือนเท่านั้น

"อย่างไรก็ตามศักยภาพของลาวมีต้นทุนที่แข่งขันได้ ด้วยมีความพร้อมด้านทรัพยากร ทั้งน้ำ และ ไฟฟ้า และวัตถุดิบทางการเกษตรอีกจำนวนมาก อย่างยางพาราที่มีราคาต่ำกว่าไทยถึง 2 เท่า รวมถึงภูมิประเทศที่มีความสูง 600-700 เมตรจากระดับน้ำทะเล ทำให้มีสภาพอากาศเย็น เหมาะสำหรับการปลูกพืชมูลค่าสูง เช่น สตรอว์เบอร์รี่, บลูเบอร์รี่ และวานิลลา ซึ่งโมเดลนี้ยังสามารถปรับเปลี่ยนการใช้พื้นที่ในอนาคต เพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่ได้อย่างยืดหยุ่นหากดีมานด์ของตลาดเปลี่ยนไป" นายวรงค์ กล่าวเพิ่มเติม

"อมตะซิตี้ นาหม้อ" ได้รับสิทธิ์การพัฒนาพื้นที่จากรัฐบาล สปป.ลาว ด้วยพื้นที่กว่า 20,000 ไร่ ปัจจุบันพัฒนาแฟสแรกแล้วประมาณ 6,000 ไร่ โดยโครงการดังกล่าวตั้งอยู่ในทำเลเชิงยุทธศาสตร์ ในแขวงอุดมไซ ห่างจากชายแดนจีนเพียง 40 กิโลเมตร และใกล้โครงการรถไฟความเร็วสูงลาว-จีน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากระยะทางการขนส่งสั้น ทำให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงตลาดจีนได้ในระยเวลาที่รวดเร็ว จากศักยภาพดังกล่าวสามารถผลักดันให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งแห่งใหม่ของภูมิภาคไปยังจีนได้ในอนาคต

นายวรงค์กล่าว่า ทั้งนี้จากการที่ลาวมีโครงสร้างพลังงานกว่า 90% มาจากพลังน้ำและโซลาร์ ซึ่งสอดรับกับเทรนด์โลกที่มุ่งสู่ Net Zero โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและดิจิทัล ดังนั้นทางอมตะจึงได้กำหนดทิศทางการพัฒนาโครงการสู่พลังงานสะอาด โดยให้โรงงานในนิคมฯ ติดตั้ง Solar Rooftop ตั้งแต่การเริ่มต้นโครงการ เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนและเสริมประสิทธิภาพด้านต้นทุนในระยะยาว ควบคู่การดึงดูดการลงทุนจากกลุ่ม Data Center และอุตสาหกรรมสะอาดที่ให้ความสำคัญกับพลังงานสีเขียว ขณะเดียวกัน โครงการยังได้รับสิทธิประโยชน์ระดับสูงจากรัฐบาล สปป.ลาว ทั้งการยกเว้นภาษีกำไรสูงสุด 30 ปี ยกเว้นภาษีนำเข้า และ VAT ภายในนิคมฯ ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาค

นายวรงค์กล่าวว่า นอกจากโครงการดังกล่าวแล้ว อมตะมีแผนที่จะขยายการลงทุนนิคมอุตสาหกรรมอีก 2 พื้นที่ คือ "อมตะซิตี้ นาเตย" บนพื้นที่ราว 2,000 ไร่ เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์และการกระจายสินค้า รองรับการเชื่อมต่อเส้นทางการค้าชายแดน และ "เมืองไซ" ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาร่วมกับพันธมิตรญี่ปุ่น เพื่อยกระดับเป็น Smart City และศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) ดึงดูดอุตสาหกรรมมูลค่าสูงแห่งอนาคต


ข่าวอุตสาหกรรมอาหาร+เกษตรอัจฉริยะวันนี้

SNPS ร่วมขับเคลื่อน "Positive Lists Health Claims" หนุนปลดล็อกนวัตกรรมอาหารอนาคตไทย ยกระดับการแข่งขันสู่ตลาดโลก

ดร.ธีรญา กฤษฎาพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สเปเชียลตี้ เนเชอรัล โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) (SNPS) เข้าร่วมงานแถลงความร่วมมือและเวทีเสวนา "From Science to Shelf: Positive Lists เร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ ลดต้นทุน และยกระดับอุตสาหกรรมอาหารอนาคตไทยสู่มูลค่าสูง" ซึ่งจัดขึ้นเพื่อผลักดันกลไกการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคตของประเทศไทยผ่านระบบ Positive Lists Health Claims ในโอกาสนี้ ดร.ธีรญา ได้รับเกียรติร่วมเสวนาในหัวข้อ "Winning the Claim Game: Positive Lists สินค้าผ่านเคลมไว เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย

เตรียมเปิดเวทีอาหารทะเลยั่งยืนที่ใหญ่สุดในเอเชีย "The Sustainable Seafood Summit 2026" วันที่ 21-23 ตุลาคมนี้ ต้อนรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียคนสำคัญเดินทางร่วมงานด้วยตนเอง

บริษัท ซีฟู้ด เลกาซี่ จำกัด บริษัท ซีฟู้ด เลกาซี่ จำกัด (Seafood Legacy Co., Ltd.) ร่วมกับ นิกเกอิ อีเอสจี (Nikkei ESG) ...

Key Highlights: สงครามตะวันออกกลางสร้างแร... เมื่อ Costs Attack: ต้นทุนพุ่ง สะเทือนอุตสาหกรรมอาหารไทยอย่างไร? — Key Highlights: สงครามตะวันออกกลางสร้างแรงกดดันด้าน Cost-Push จากราคาปุ๋ยและราคาน้ำมันท...

เมื่ออุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยก้าว... เมื่อสัตว์เลี้ยงเงียบผิดปกติ…อาจไม่ใช่แค่เบื่ออาหาร 7 สัญญาณที่เจ้าของควรรู้ ก่อนสายเกินไป — เมื่ออุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยก้าวขึ้นเป็นผู้ส่งออกอัน...

Key Highlights: สงครามตะวันออกกลางสร้างแร... เมื่อ Costs Attack: ต้นทุนพุ่ง สะเทือนอุตสาหกรรมอาหารไทยอย่างไร? — Key Highlights: สงครามตะวันออกกลางสร้างแรงกดดันด้าน Cost-Push จากราคาปุ๋ยและราคาน้ำมันท...

บอร์ดบีโอไอ อนุมัติส่งเสริมการลงทุน 9 โคร... บีโอไอ ไฟเขียวลงทุน 9 โครงการ 6.6 หมื่นล้าน ตั้งคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการ Data Center — บอร์ดบีโอไอ อนุมัติส่งเสริมการลงทุน 9 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 66...