นางดวงพร ปิณจีเสคิกุล ผู้อำนวยการสำนักอนามัย (สนอ.) กทม. กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามสถานการณ์และการเตรียมความพร้อมมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษวานรในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า ภาพรวมของโรคฝีดาษวานรในพื้นที่กรุงเทพฯ พบมีรายงานผู้ป่วยสะสมตั้งแต่เดือน ก.ค. 65 - วันที่ 11 ม.ค. 69 จำนวน 633 คน จำแนกเป็นปี 2569 มีผู้ป่วย 2 คน ปี 2568 มีผู้ป่วย 153 คน ปี 2567 มีผู้ป่วย 62 คน ปี 2566 มีผู้ป่วย 412 คน และปี 2565 มีผู้ป่วย 4 คน ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย (ร้อยละ 98.7) เป็นวัยทำงาน ช่วงอายุที่พบผู้ป่วยมากที่สุดคือ 31 - 40 ปี และมีประวัติเสี่ยงจากการสัมผัสใกล้ชิด โดยเฉพาะการมีเพศสัมพันธ์กับบุคคลที่ไม่คุ้นเคย ทั้งนี้ สนอ. มีมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษวานรในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยเฉพาะย่านท่องเที่ยวและย่านพักอาศัยของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ โดยได้เตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ ของสถานพยาบาลสังกัด กทม. เพื่อรองรับการดูแลรักษาผู้ป่วย หากพบการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษวานรเพิ่มขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯ ควบคู่กับการส่งเสริมความรู้ สร้างความตระหนักและความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ประชาชนเกี่ยวกับลักษณะอาการ การแพร่เชื้อ รวมถึงวิธีป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากโรคฝีดาษวานร โดยเฉพาะการสร้างความตระหนักในการหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับคนไม่รู้จัก ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้ป่วย หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่มีผื่นสงสัยโรคฝีดาษวานร หลีกเลี่ยงไปในสถานที่ที่มีกิจกรรมการรวมตัว หรือกิจกรรมพบปะสังสรรค์ที่อาจเสี่ยงติดโรคฝีดาษวานร รวมถึงข้อควรปฏิบัติเมื่อพบอาการเข้าข่ายโรค ตามข้อแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)
ขณะเดียวกันได้เน้นย้ำแนวทางปฏิบัติให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ เพื่อป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในสถานพยาบาลและคลินิกต่าง ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยที่ใช้บริการคลินิกเฉพาะทาง เช่น Pride Clinic (คลินิกสุขภาพเพศหลากหลาย) ARV Clinic คลินิกรักปลอดภัย คลินิกโรคผิวหนัง รวมทั้งการสร้างความตระหนักและสื่อสารสถานการณการณ์โรคฝีดาษวานรในการประชุมต่าง ๆ เช่น การประชุมคณะกรรมการศูนย์ประสานประชาคมเอดส์ (PCM) กรุงเทพมหานคร การประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาชุมชนผู้มีความหลากหลายทางเพศ (M-CAB) การประชุมคณะทำงานสุขภาพเพศหลากหลาย คณะกรรมการโรคติดต่อ กรุงเทพมหานคร และการประชุมประเมินเพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดบริการด้านโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เป็นต้น พร้อมทั้งสื่อสารมาตรการป้องกันโรคฝีดาษวานรควบคู่กับการดูแลสุขภาพอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น เพจเฟซบุ๊ก: I love Club เพจเฟซบุ๊ก: สำนักอนามัย และแอปพลิเคชัน Line: เพร๊พบางกอก, BKK Pride Clinic และการร่วมจัดกิจกรรม บูทความรู้ ในวันสำคัญต่าง ๆ เช่น Pride Month, วันเอดส์โลก วันวาเลนไทน์ เป็นต้น
นอกจากนี้ สนอ. ได้ร่วมมือกับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และภาคีเครือข่าย ดำเนินมาตรการด้านการเฝ้าระวัง คัดกรอง และสอบสวนโรคในพื้นที่ ควบคู่กับการจัดบริการเชิงรุกในกลุ่มที่มีพฤติกรรมเสี่ยง พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคฝีดาษวานร โรคติดเชื้อเอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ส่งเสริมพฤติกรรมทางเพศที่ปลอดภัย รวมถึงฉีดวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษวานรให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ของ สนอ. และฉีดวัคซีนเชิงรุกให้กับพนักงานบริการ ในพื้นที่กรุงเทพฯ
กทม. เปิด 'ห้องหลบร้อน' ให้บริการทั่วกรุงเทพฯ ส่งเสริมความรู้ ป้องกันภัยสุขภาพจากสภาพอากาศร้อนจัด
กทม. เฝ้าระวังป้องกัน "โรคติดเชื้อไวรัสฮันตา" แนะยึดหลัก "3 ส." ลดความเสี่ยงเกิดโรค
กทม. เข้มงวดตรวจสอบใบอนุญาตฯ - สุขลักษณะตู้กดน้ำหยอดเหรียญทั่วกรุงเทพฯ เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค
กทม. บูรณาการความร่วมมือกวดขันดูแล-จัดระเบียบสถานบริการในพื้นที่ถนนข้าวสาร เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว
กทม. เข้มตรวจสอบการใช้กัญชาให้ถูกต้องตามกรอบกฎหมาย เร่งให้ความรู้เจ้าหน้าที่ ป้องกันการนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ใส่ใจสุขภาพประชาชน สนับสนุนพื้นที่ กทม. จัดงาน BKK SAFE LOVE 2026 โดย สำนักงานโรคติดต่อทางสาธารณสุข สำนักอนามัย
สนอ. แจงมาตรการฉีดพ่นหมอกควันกำจัดยุงใช้สารเคมีได้มาตรฐาน-ไม่ตกค้างระยะยาว