นางดวงพร ปิณจีเสคิกุล ผู้อำนวยการสำนักอนามัย (สนอ.) กทม. กล่าวถึงมาตรการเชิงรุกในการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้กาฬหลังแอ่น เพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า สนอ. ได้สนับสนุนความรู้เบื้องต้นของโรคไข้กาฬหลังแอ่นให้แก่ประชาชน ทั้งอาการและแนวทางการป้องกันโรค โดยผู้ป่วยโรคไข้กาฬหลังแอ่นมักมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะรุนแรง คอแข็ง ซึม และบางรายอาจมีจุดเลือดออก หรือผื่นเลือดออกตามผิวหนัง มีระยะฟักตัวประมาณ 2-10 วัน (เฉลี่ยคือ 3-4 วัน) สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องเดินทางไปประเทศที่มีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อรับวัคซีนป้องกันล่วงหน้าอย่างน้อย 10 วันก่อนการเดินทาง ส่วนการป้องกันตนเอง ให้ล้างมือบ่อย ๆ หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้า สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่แออัด งดไปในสถานที่แออัด และหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดผู้ที่มีอาการทางเดินหายใจ เช่น ไข้ ไอ จาม เนื่องจากโรคไข้กาฬหลังแอ่นติดต่อผ่านละอองฝอย และการใช้สิ่งของร่วมกัน ขณะเดียวกัน ได้ประชาสัมพันธ์ในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว หรือย่านพักอาศัยของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงตามการแจ้งเตือนของกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งมีมาตรการเฝ้าระวังโรคผ่านระบบการรายงานเหตุการณ์ ระบบ epinet และเตรียมความพร้อมแผนเผชิญเหตุ หากพบผู้ป่วยในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดที่อาจเกิดขึ้น
รณรงค์วันโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ แพทย์เตือน 'ไข้กาฬหลังแอ่น' หนึ่งในสาเหตุของการติดเชื้อในสมองและกระแสเลือด เสี่ยงเสียชีวิตได้ภายใน 24 ชั่วโมง
สธ. เตรียมความพร้อมด้านสุขภาพผู้แสวงบุญพิธีฮัจย์ ด้วยการตรวจสุขภาพ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่น และโรคไข้หวัดใหญ่
สคร. 12 สงขลา เตือนระวังโรคไข้กาฬหลังแอ่น หลังปีนี้ภาคใต้ตอนล่างพบผู้ป่วยแล้ว 4 ราย เสียชีวิต 2 ราย
สคร.10 อุบลฯ เผย พยากรณ์โรคปี 59 เฝ้าระวัง 5 โรค คาด "ไข้เลือดออก" ระบาดหนักกว่าปี 56
กรมควบคุมโรค พยากรณ์โรคและภัยสุขภาพปี 2559 คาดไข้เลือดออกยังแรงจะพบผู้ป่วยถึง 1.6 แสนราย และไข้หวัดใหญ่กว่า 7.2 หมื่นราย ย้ำต้องเฝ้าระวังพิเศษใน 5 โรคและ 4 ภัยสุขภาพ โดยกำชับสำนักงานป้องกันควบคุมโรคทั้ง 13 แห่งทั่วประเทศ เฝ้าดูแลสุขภาพประชาชน
ภาพข่าว: คร.แถลงข่าวการพยากรณ์และเฝ้าระวังโรค-ภัยสุขภาพปี 2559
กรมควบคุมโรค พยากรณ์โรคและภัยสุขภาพปี 2559 คาดไข้เลือดออกยังแรงจะพบผู้ป่วยถึง 1.6 แสนราย