นางดวงพร ปิณจีเสคิกุล ผู้อำนวยการสำนักอนามัย (สนอ.) กทม. กล่าวว่า ตามที่กรมการแพทย์แผนไทยและทางเลือก ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เรื่อง แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 นั้น สนอ. ได้ประสานสำนักงานเขต 50 เขต และสำนักการแพทย์เรียบร้อยแล้ว โดยในส่วนของ สนอ. อยู่ระหว่างการเสนอตำแหน่งที่เกี่ยวข้อง เพื่อมอบหมายให้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประกาศดังกล่าว พร้อมบูรณาการความร่วมมือบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ควบคุมดูแลและป้องกันการนำกัญชาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ตามอำนาจและหน้าที่ของ กทม. ประกอบด้วย (1) ให้การสนับสนุนความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการลงพื้นที่ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับร้านกัญชาในพื้นที่กรุงเทพฯ เรื่อง ใบอนุญาตจำหน่ายและการแปรรูปจากกัญชาที่ผิดกฎหมาย และ (2) ดำเนินการตรวจสอบการประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพตาม พ.ร.บ. การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 (กิจการที่เกี่ยวกับอาหาร) ในเรื่อง การควบคุม กำกับ ดูแลร้านอาหารที่มีการใช้กัญชาหรือกัญชง (ใบ) ปรุงประกอบอาหาร
สำหรับการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายประกาศดังกล่าว สนอ.ได้ประสานกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สธ. เรื่องขั้นตอนการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ กทม. ซึ่งกรมการแพทย์แผนไทยฯ แจ้งว่า มีแผนที่จะจัดประชุมเพื่อชี้แจงขั้นตอนปฏิบัติงานและการบังคับใช้กฎหมายให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ฯ ในส่วนของ กทม. โดยจะมีหนังสือแจ้งมายัง กทม. ต่อไป
ทั้งนี้ สนอ. ได้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาและสารเสพติด รวมถึงกัญชา กัญชง กระท่อม บุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชนกลุ่มเสี่ยง/กลุ่มเปราะบาง ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี โดยให้ความรู้ร่วมกับสถานศึกษา สำนักงานเขต และศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ หรือผลกระทบต่อร่างกายในระยะยาวหากใช้กัญชาในทางที่ไม่เหมาะสม รวมถึงผลิตและเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความรู้และความตระหนักให้ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับกัญชาและข้อควรระวังในการใช้กัญชา เพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ หรือผลกระทบต่อร่างกายในระยะยาว หากใช้กัญชาในทางที่ไม่เหมาะสม
นายเกรียงไกร ตั้งจิตรมณีศักดา ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ (สนพ.) กทม. กล่าวถึงความคืบหน้าการบูรณาการความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการควบคุมดูแลการใช้กัญชาในพื้นที่กรุงเทพฯ รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องตามอำนาจหน้าที่ของ กทม. ว่า สนพ. เน้นการทำงานเชิงรุกร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย เพื่อให้การใช้กัญชาอยู่ในกรอบของกฎหมายและวัตถุประสงค์ทางการแพทย์เท่านั้น โดยประสานความร่วมมือกับกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สธ. รวมถึงสำนักงานเขตและเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อบังคับใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 อย่างเคร่งครัด ควบคู่กับเฝ้าระวังให้คำปรึกษาการใช้กัญชาทางการแพทย์อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง (เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี สตรีมีครรภ์ หรือสตรีให้นมบุตร) หากพบการกระทำผิดจะจัดส่งรายงานข้อมูลต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประกาศกระทรวงฯ เข้าดำเนินการระงับเหตุ หรือพักใช้ใบอนุญาตได้ทันที
ขณะเดียวกันได้เน้นย้ำกำชับให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเคร่งครัด ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับดังกล่าว เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีความเชี่ยวชาญในการแยกแยะระหว่างการใช้ "เพื่อการแพทย์" และ "การใช้ที่ผิดกฎหมาย" รวมถึงเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่านโรงพยาบาลในสังกัด กทม. ทั้ง 12 แห่ง ให้ความรู้การใช้กัญชา เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสารสกัดสำคัญที่อยู่ในกัญชาเช่น THC และ CBD ซึ่งมีประโยชน์ทางการบรรเทาอาการปวดเรื้อรัง แก้คลื่นไส้จากเคมีบำบัด หรือภาวะเบื่ออาหาร แต่มีข้อควรระวังเกี่ยวกับผลกระทบต่อพัฒนาการทางสมองในเด็ก อาการใจสั่น ประสาทหลอน และความเสี่ยงต่อโรคจิตเวชหากใช้เกินขนาด หรือใช้ผิดวิธี พร้อมเน้นย้ำ "กัญชาไม่ใช่ยาครอบจักรวาล" ต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถปรึกษาการใช้ยา หรือกัญชาพบแพทย์ผ่านทาง Telemedicine แอปพลิเคชัน "หมอ กทม." ได้อย่างรวดเร็ว หรือโทรปรึกษาเรื่องสุขภาพ HOTLINE 1646 สายด่วนสุขภาพ สนพ. ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
กทม. เตรียมพร้อมมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ แนะ 7 กลุ่มเสี่ยงเข้ารับวัคซีน
กทม. เตรียมพร้อมมาตรการเฝ้าระวังป้องกัน "โรคอีสุกอีใส" แนะประชาชนดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลเคร่งครัด
กทม. เฝ้าระวัง "ไวรัสนิปาห์" เตรียมความพร้อมสถานพยาบาลในสังกัด-ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ประชาชน
กทม. เตรียมพร้อมมาตรการเฝ้าระวัง-ป้องกันการแพร่ระบาดโรคไข้หวัดใหญ่ทุกสายพันธุ์อย่างใกล้ชิด
ไทยเผชิญเด็กเกิดน้อย-โรคเรื้อรังพุ่ง สธ.เร่งนโยบายสร้างสุขภาพดีทุกช่วงวัย ควบคู่แก้วิกฤต NCDs ดัน Active Living สร้างคนไทยสุขภาพดี
สภาเภสัชกรรม ยื่นข้อเสนอต่อ รมว.สาธารณสุข ปรับปรุงระบบจ้างงานและค่าตอบแทนเภสัชกร ลดภาวะสมองไหล-เพิ่มประสิทธิภาพการดูแลประชาชน
6 เม.ย. วันกิจกรรมทางกายโลก สธ. ชู "ทุกขยับนับหมด" ลดนั่งนาน ลดเสี่ยง NCDs หนุนคนไทย Active ทั้งวัน
กรมอนามัย เผย "อากาศร้อน ไม่ใช่แค่ความร้อน" แนะใช้ Heat Index เฝ้าระวังความร้อน ลดอันตรายจากฮีทสโตรก