STX ปี 68 ทำกำไรกว่า 51 ลบ. รายได้อยู่ที่ 411.81 ลบ. แจกปันผลหุ้นละ 0.085 บาท ขึ้น XD 16 มี.ค.นี้ เผยเหมืองใหม่ จ.เพชรบุรี เดินเครื่องผลิตเชิงพาณิชย์ได้ Q2 ปีนี้ ปูทางโตระยะยาว

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

"บมจ.สโตนวัน หรือ STX" ประกาศผลงานปี 68 ทำกำไรสุทธิ 51.87 ลบ. เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเล็กน้อย 0.21% รายได้รวมอยู่ที่ 411.81 ลบ. ลดลง 9.81% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ได้รับผลกระทบจากภาพรวมของอุตสาหกรรมก่อสร้างที่ชะลอตัวและการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น ด้านบอร์ดชงผู้ถือหุ้นจ่ายปันผล 0.085 บาทต่อหุ้น ขึ้น XD 16 มี.ค. 69 นี้ และกำหนดจ่ายเงินปันผล ภายในวันที่ 29 พ.ค. 69 เผยความคืบหน้าเหมืองใหม่ จ.เพชรบุรี เดินเครื่องการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ เพื่อรองรับการขยายตัวและความต้องการในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ที่แนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

STX ปี 68 ทำกำไรกว่า 51 ลบ. รายได้อยู่ที่ 411.81 ลบ. แจกปันผลหุ้นละ 0.085 บาท ขึ้น XD 16 มี.ค.นี้ เผยเหมืองใหม่ จ.เพชรบุรี เดินเครื่องผลิตเชิงพาณิชย์ได้ Q2 ปีนี้ ปูทางโตระยะยาว

นายกฤตนันท์ ปิงคลาศัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สโตนวัน จำกัด (มหาชน) หรือ STX ผู้นำในอุตสาหกรรมเหมืองหินและแร่ เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานในปี 2568 บริษัทยังคงรักษาผลกำไรสุทธิได้ใกล้เคียงกับปีก่อน มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 51.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.11 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 0.21% เทียบกับปีก่อน จากผลสำเร็จในการติดตามและได้รับชำระหนี้จากกลุ่มลูกหนี้การค้าในอดีตทำให้มีการกลับรายการค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต ทั้งนี้ บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ในปี 2568 อยู่ที่ 124.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.11 ล้านบาท หรือ 6.05% และมีกำไรต่อหุ้น (EPS) อยู่ที่ 0.17 บาท ลดลงจากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 0.18 บาท

ด้านรายได้รวมอยู่ที่ 411.81 ล้านบาท ลดลง 44.78 ล้านบาท หรือลดลง 9.81% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากยอดขายในผลิตภัณฑ์หินใหญ่ (Bigrock) ไม่เป็นไปตามประมาณการ โดยมีคำสั่งซื้อลดลงปริมาณมาก เนื่องจากความล่าช้าในโครงการก่อสร้างของลูกค้า ในขณะที่ปีก่อนหน้าเป็นช่วงเร่งการก่อสร้าง จึงทำให้ความต้องการใช้หิน Bigrock จำนวนมาก นอกจากนี้ ในส่วนของหินแกรนิต 20 มม. ได้รับผลกระทบจากภาพรวมของอุตสาหกรรมก่อสร้างที่ยังคงชะลอตัวและการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากปริมาณหิน (supply) ที่มีการผลิตมากขึ้นในแถบชลบุรีและจังหวัดใกล้เคียง ทำให้ยอดขายลดลง ประกอบกับราคาที่ลดลงในปี 2568 จึงส่งผลให้ผลิตภัณฑ์กลุ่มแกรนิตลดลง 30.31 ล้านบาท หรือลดลง 15.6%

นอกจากนี้ ในส่วนของผลิตภัณฑ์กลุ่มโดโลไมต์ปรับตัวลดลง 6.12 ล้านบาท หรือลดลง 9.4% เป็นผลมาจากในปี 2567 มีการขายสินค้า Dolomite ก้อน ขนาด 0-30 มม. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทำการตลาดเพื่อระบายสต็อกและเป็นคำสั่งซื้อล็อตใหญ่ของลูกค้า จึงส่งผลให้ยอดขายปี 2567 สูงกว่าระดับปกติเมื่อเทียบกับปี 2568 และในส่วนของรายได้ผลิตภัณฑ์พลอยได้ (By-products) ทั้งกลุ่มหินแกรนิตและกลุ่มหินปูนมีรายได้ลดลง 9.17 ล้านบาท หรือลดลง 24.7% จากการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นและการก่อสร้างที่ยังคงชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจในปี 2568

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตอบแทนผู้ถือหุ้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้เสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติจ่ายเงินปันผล สำหรับผลประกอบการในงวดปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.085 บาท โดยวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 16 มี.ค. 2569 กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 17 มี.ค. 2569 และจ่ายเงินปันผลภายในวันที่ 29 พ.ค. 2569

ด้านความคืบหน้าของโครงการเหมืองใหม่ จากการที่บริษัทฯได้เข้าลงทุนซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัท บุญถาวร ไมน์นิ่ง จำกัด (BTV) ในไตรมาส 2 ปี 2568 ที่ผ่านมา เพื่อเข้าถือกรรมสิทธิ์ในเหมืองหินปูนที่ตั้งอยู่ใน อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี และในไตรมาส 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯได้ลงนามในสัญญาก่อสร้างแบบ Turnkey Project กับผู้รับเหมา เพื่อดำเนินการก่อสร้างและติดตั้งระบบเครื่องจักรสำหรับกระบวนการผลิตอย่างครบวงจร พร้อมทั้งเร่งดำเนินการก่อสร้างงานพัฒนาหน้าเหมืองและระบบสาธารณูปโภค โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ภายในไตรมาส 2 ปี 2569

โดยเหมืองแห่งนี้เป็นเหมืองหินปูนที่ได้รับอนุญาตประทานบัตรอายุ 29 ปี คงเหลืออายุตามประทานบัตร 26 ปี ด้วยปริมาณสำรองหินปูนตามประทานบัตร 25 ล้านตัน จะช่วยเพิ่มปริมาณสำรองหินอุตสาหกรรม และทำให้บริษัทสามารถรองรับคำสั่งซื้อในอนาคตได้มากขึ้น สนับสนุนโอกาสการเติบโตในระยะยาว และถือว่าเป็นแหล่งวัตถุดิบเชิงยุทธศาสตร์ในการสนับสนุนการผลิตของบริษัท เพิ่มความมั่นคงด้านวัตถุดิบและรองรับการขยายตัวของความต้องการในอุตสาหกรรมก่อสร้างที่ยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

สำหรับแนวโน้มธุรกิจในปี 2569 คาดว่ายังมีการเติบโตที่ดี บริษัทฯ เตรียมพร้อมรับโอกาสจากการฟื้นตัวของงานก่อสร้าง โดยเฉพาะงานโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เนื่องจากธุรกิจเหมืองหินและแร่ เป็นธุรกิจที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง รวมทั้งการเข้ามาของผู้เล่นรายใหม่ทำได้ยาก เพราะต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และใช้เงินลงทุนสูง จึงเป็นโอกาสของ STX ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า เนื่องจากธุรกิจเหมืองของบริษัทฯ อยู่ใกล้แหล่งก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการ สร้างความได้เปรียบแก่บริษัท เนื่องจากต้นทุนการขนส่งเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขัน


ข่าวอุตสาหกรรมก่อสร้าง+การแข่งขันวันนี้

PYLON ชี้ปี 69 ปีทองอุตสาหกรรมก่อสร้างฐานราก ล่าสุดโชว์แบ็กล็อก All-Time High ทะลุ 2,200 ลบ. บอร์ดเคาะปันผล 0.24 บาท ขึ้น XD 17 มี.ค.นี้

"บมจ.ไพลอน หรือ PYLON" ชี้ภาพรวมอุตสาหกรรมฐานรากเติบโตต่อเนื่อง และถือว่าเป็นปีทองของ PYLON ที่ปัจจุบันรับงานจนเต็มไปจนถึงช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้แล้ว หนุนรายได้ปีนี้โตต่อเนื่อง ล่าสุดโชว์ฟอร์มแกร่ง ผลงานไตรมาส 4/68 ทำกำไร 71.67 ลบ. YoY พุ่ง 1,059% ทำนิวไฮในรอบ 23 ไตรมาส กวาดรายได้ 428.78 ลบ. โต 169% จากการรับรู้รายได้ในโครงการประเภทต่างๆ ทั้งโครงการภาคเอกชน-ภาครัฐ รับดีมานด์งานฐานรากฟื้นตัว หนุนผลงานปี 2568 กำไรเติบโตแตะ 210.8 ลบ. YoY โตอลังการกว่า 41,954.8% ขณะที่แบ็กล็อกทุบสถิติใหม่ All-Time