SGP เปิดเผยผลการดำเนินงานปี 2568 โดยระบุว่าภาพรวมธุรกิจได้ผ่านจุดต่ำสุดในช่วงไตรมาส 3 ของปี และเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ไตรมาส 4/2568 แม้ตลอดทั้งปีบริษัทต้องเผชิญแรงกดดันจากราคาก๊าซ LPG ในตลาดโลกที่ปรับตัวอ่อนลงต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤศจิกายน ส่งผลให้บริษัททยอยรับรู้ผลขาดทุนจากสต๊อก (Stock loss) ของสินค้าคงเหลือที่ข้ามเดือนมาโดยตลอดช่วงระยะเวลานั้น
ปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 74,335 ล้านบาท ลดลง 12.1% จากปีก่อน ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 3,143 ล้านบาท ลดลง 24.2% และมีกำไรสุทธิ (ส่วนที่เป็นของผู้เป็นเจ้าของของบริษัทใหญ่) ทั้งปี 8.5 ล้านบาท โดยธุรกิจต่างประเทศซึ่งเป็นสัดส่วนรายได้หลักยังได้รับผลกระทบจากราคาก๊าซเฉลี่ยในตลาดโลกที่ปรับลดลง อย่างไรก็ตาม ธุรกิจในประเทศยังคงเติบโตแข็งแกร่ง โดยมียอดจำหน่ายก๊าซ LPG ในประเทศไทยรวม 869,494 ตัน เพิ่มขึ้น 5.3% สูงกว่าการเติบโตของตลาดรวม และสามารถรักษาส่วนแบ่งตลาดได้กว่า 22% สะท้อนความแข็งแกร่งของเครือข่ายจัดจำหน่ายและฐานลูกค้าที่มั่นคง
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในไตรมาส 4/2568 เมื่อบริษัทพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 667 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นจากไตรมาสก่อนหน้า จากประสิทธิภาพการบริหารสต๊อกและการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้น ควบคู่กับการเริ่มฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น
ปัจจัยสนับสนุนแนวโน้มเชิงบวกต่อเนื่องเข้าสู่ปี 2569 มาจากทิศทางราคาก๊าซ LPG ในตลาดโลกที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 โดยปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องภายในระยะเวลา 3 เดือน สะท้อนสัญญาณอุปสงค์ที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งคาดว่าจะส่งผลเชิงบวกต่ออัตรากำไรและผลประกอบการในไตรมาส 1/2569
นายศุภชัย วีรบวรพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SGP เปิดเผยว่า "บริษัทมั่นใจว่าไตรมาส 1/2569 จะสะท้อนภาพการฟื้นตัวได้ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมตั้งเป้ายอดขายรวมปี 2569 ที่ 3.51 ล้านตัน เติบโต 10.5% จากปีก่อนหน้า โดยในปีนี้บริษัทไม่มีแผนลงทุนขนาดใหญ่เป็นพิเศษ แต่จะเน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพคลังเก็บและระบบที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและรักษาความแข็งแกร่งทางการเงิน
ทั้งนี้ บริษัทได้ติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด และมีการบริหารความเสี่ยงด้านการจัดหาก๊าซอย่างรอบคอบ โดยได้กระจายแหล่งจัดหาก๊าซ LPG จากหลายภูมิภาคทั่วโลก ไม่ได้พึ่งพาแหล่งจัดหาจากตะวันออกกลางเพียงแหล่งเดียว จึงช่วยให้สามารถรักษาเสถียรภาพด้านซัพพลายและดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง"
ด้านฐานะการเงิน บริษัทสามารถลดหนี้สินรวมลงกว่า 12% จากปีก่อน ส่งผลให้อัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเหลือ 1.40 เท่า พร้อมคงอันดับเครดิตระดับ BBB แนวโน้ม Stable สะท้อนเสถียรภาพทางการเงินที่มั่นคง
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 พิจารณาจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปีหลัง 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 11 มีนาคม 2569 กำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) วันที่ 12 มีนาคม 2569 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 สะท้อนแนวทางการบริหารที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตและผลตอบแทนผู้ถือหุ้นในระยะยาว
"FA Cup" รอบ 5 เดือด! ยักษ์ชนยักษ์!!! ม้ามืดพร้อมล้มเต็ง ลุ้นคัดเหลือ 8 ทีมสุดท้าย 7-10 มีนาคมนี้
สมาคมต่อเรือและซ่อมเรือไทย ผนึกกำลัง 8 เอกชนไทย ลงนามความร่วมมือผลักดันโครงการต่อเรือรบขนาดใหญ่ในประเทศ วางรากฐานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศสู่มาตรฐานสากล
SNPS ร่วมกับ สภากาชาดไทย เปิดตัวนวัตกรรม "SALYWA" ผลิตภัณฑ์น้ำลายเทียม
จากผืนดินแห้งแล้ง สู่แหล่งน้ำแห่งโอกาส พด. ชูแหล่งน้ำในไร่นาฯ เพิ่มรายได้ หนุนเกษตรยั่งยืน
KGI ปี 68 ทำกำไร 866 ลบ. พร้อมแจกปันผลหุ้นละ 0.31 บาท
NESCAFE Invests 800 Million Baht in Music Marketing to Launch New BLEND & BREW RICH AROMA
เนสกาแฟ ทุ่มงบ 800 ล้านบาท ชูมิวสิกมาร์เก็ตติ้ง เปิดตัว "เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู ริช อโรมาสูตรใหม่"
กรมทรัพย์สินทางปัญญาหารือสมาคมผู้ผลิตยานยนต์ญี่ปุ่น มุ่งยกระดับการตรวจสอบสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ พร้อมจัดสัมมนาเสริมศักยภาพผู้ตรวจสอบสิทธิบัตรไทย