แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การดื่มนมจืด 2 แก้วทุกวันร่วมกับกินอาหารประเภทอื่นครบ 5 หมู่ และหลากหลาย ในปริมาณสัดส่วนที่เหมาะสมตามธงโภชนาการในแต่ละกลุ่มวัย การดื่มนมจะช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง ช่วยให้มีมวลกระดูกเพิ่มขึ้น ลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก รวมทั้งยังป้องกันกระดูกพรุนเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ เพื่อให้ประชาชนหันมาเห็นความสำคัญของการดื่มนม และประโยชน์จากการดื่มนม องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) จึงกำหนดให้วันที่ 1 มิถุนายน ของทุกปีเป็น "วันดื่มนมโลก" หรือ "World Milk Day" เพื่อให้ประเทศและองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลกเห็นความสำคัญและร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์ดื่มนม โดยกรมอนามัยร่วมรณรงค์ให้คนไทยทุกวัยดื่มนมทุกวัน ภายใต้แนวคิด "Dairy in Daily Life" สำหรับในกลุ่มเด็กแรกเกิดถึง 6 เดือน นมแม่คืออาหารที่เหมาะสมและดีที่สุด หลังจากนั้นกินนมแม่ควบคู่ไปกับอาหารตามวัยจนถึงอายุ 2-3 ปี
นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า สำหรับการแก้ปัญหาผู้ที่ดื่มนมแล้วมีอาการปวดท้อง แน่นท้อง ท้องอืด ท้องเสีย มีแก๊สในกระเพาะอาหารหลังดื่มนมหรือผลิตภัณฑ์นม อาจมีความเข้าใจผิดว่า แพ้นม แต่ความจริงแล้วไม่ใช่การแพ้นม (Milk Allergy) ที่เป็นปฏิกิริยาของระบบภูมิคุ้มกัน แต่เกิดจากร่างกายมีภาวะย่อยน้ำตาลแลคโตสบกพร่อง (Lactose Intolerance) ซึ่งภาวะนี้อาจเกิดจากพันธุกรรมและพบได้บ่อยในชาวเอเชีย แอฟริกา และยุโรปใต้มากกว่ายุโรปเหนือ อีกทั้ง เมื่ออายุมากขึ้นร่างกายผลิตเอนไซม์แลคเตส (Lactase) ลดน้อยลง จึงไม่เพียงพอในการย่อยน้ำตาลแลคโตสในนม จึงส่งผลให้เกิดอาการปวดท้อง แน่นท้อง ท้องเสีย การแก้ไขแนะนำโดยเริ่มดื่มครั้งละน้อยและสามารถเพิ่มเป็นดื่มนม1 แก้ว ต่อ 1-2 สัปดาห์ และไม่ควรดื่มนมตอนท้องว่าง ควรดื่มนมหลังอาหาร หรือเลือกกินผลิตภัณฑ์นมที่ผ่านการย่อยน้ำตาลแลคโตสบางส่วนโดยจุลินทรีย์ เช่น โยเกิร์ต หรือดื่มนมที่ปราศจากน้ำตาลแลคโตส หรือดื่มนมจากพืชเสริมแคลเซียม
ดร.แพทย์หญิงสายพิณ โชติวิเชียร ผู้อำนวยการสำนักโภชนาการ กล่าวว่า ส่วนการแพ้นมวัว หรือ โรคแพ้โปรตีนนมวัว ลักษณะอาการจะมีผื่นขึ้นบริเวณผิวหนัง ไอแห้ง คัดจมูก หอบ ริมฝีปากบวม อาเจียน หรือบางรายอาจมีอาการแพ้รุนแรงเฉียบพลัน โดยอาการจะเริ่มแสดงออกมาภายใน 1-3 ชม. โดยปกติแล้วการแพ้โปรตีนในนมจะเกิดขึ้นในช่วงอายุ 1 ขวบ และอาการจะดีขึ้นจนหายเป็นปกติเมื่อเด็กโตขึ้น
"บริการสุขภาพต้องไม่เลือกปฏิบัติ" กรมอนามัยเปิดหลักสูตรดูแล LGBTQ+ อย่างเป็นระบบ และหน่วยบริการส่งเสริมสุขภาพต้นแบบ Pride clinic
อนามัยโพล ชี้ คนไทย ร้อยละ 65 เลี่ยงจุดธูป-เผากระดาษเงินกระดาษทอง ลดเสี่ยง PM 2.5 ช่วงตรุษจีน
อนามัยโพล เผย คนไทยโสด เกือบร้อยละ 40 "เงิน-งาน-สุขภาพ" ปัจจัยหลักในการตัดสินใจมีลูก
กรมอนามัย ชวนสาวไทยบอกรักตัวเองรับวาเลนไทน์ ชู "สาวแก้มแดง" สุขภาพดี รับสิทธิ ตรวจเลือด-รับยาฟรีทั่วไทย!
7 องค์กร ห่วงเด็กไทยเกิดต่ำสุดในรอบ 75 ปี "เสียงในเปลกำลังจางหายไป" ชู "Every Birth Matters ทุกการเกิดมีความหมาย"
กรมอนามัย ต้อนรับวาเลนไทน์ ชูแนวคิด "รักที่ดี เริ่มต้นตั้งแต่ปฐมวัย" เปิดตัว Smart Hybrid Parenting School สร้างพ่อแม่ยุคใหม่ ปั้นเด็กไทยเติบโตสมวัย
กรมอนามัย แนะพัฒนาการเด็ก "นั่ง ยืน เดิน" ตามอายุ ชี้รถหัดเดินไม่ได้ช่วยให้เดินเร็วขึ้น
สธ.จับมือ 9 แบรนด์ ร่วมนโยบาย "หวานปกติ = หวาน 50%" ลดน้ำตาลเครื่องดื่มชง ลดป่วย NCDs